MG S5 V+ ในปี 2026 ถือว่าอุปกรณ์ภายในรวมถึงแบตเตอรี่ที่เล็กลงมานิดนึง แต่รองรับการชาร์จแบบ DC
จากเดิม 140 kw เป็น 150 kw ขนาดแบตเตอรี่จาก 64 kwh มาเป็น 62.2 kwh ถือว่าลงตัวอาจจะลดน้ำหนักลงได้นิดนึง
แต่ถือว่าเหมาะสมกับไซส์รถคันนี้ ดูคลิปที่นี่
https://www.youtube.com/watch?v=fu50kb4Axqs
ขับในเมืองเริ่มจากรามคำแหงวิ่งตรงมาแยกลำสาลีเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่เส้นศรีนครินทร์ แน่นอนรถติดสลับเคลื่อนตัวไปช้าๆ
ออกมาเส้นบางนาเลยแยกบางนามาแวะกินข้าวเที่ยงพอดี ดูอัตรกินไฟได้ 12.7 kwh/100km ถือว่าใช้ได้เลยนะ
กับรถติดๆ เส้นทางที่วิ่งมารวมๆ เกือบ 30 กม. ท่ามกลางอากาศร้อนๆ 35 -36 องศา + รถติด
ถ้าเทียบกับรถน้ำมันวิ่งในเมืองแบบนี้ยังถือว่า EV ค่อนข้างได้เปรียบประหยัดวิ่งในเมือง
ข้อสังเกตคือจอมาตรวัด ถึงแม้จะปรับแสงสว่างสุดแล้ว แทบไม่ค่อยต่างจากแสง ต่ำ ปานกลาง สักเท่าไหร่อาจเป็นเพราะว่า
รถคันนี้เป็นรถทดสอบกระจกใสไม่มีฟิลม์เลย แสงแดดเลยเข้ามาสะท้อนจอหน้าปัดเลยทำให้ดูไม่สว่าง แต่ติดฟิลมืคิดว่าน่าจะสว่างชัดเจน
การขับในเมืองพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ขับง่ายสบายค่อนข้างตามมือระยะฟรีมีพอสมควร การเปลี่ยนเลนไปมาคล่องตัวดี
กระจกมองข้างกว้างชัดเจน ทัศนวิสัยรอบคันดูเคลียร์ไม่ต้องปรับตัวมาก และด้วยความที่เป็น SUV ที่ไม่ได้สูงขึ้นลงรถสะดวกมาก
ลองขับดูสมรรถนะ โหมด comfort normal sport โหมด comfort ให้ความรู้สึกอมพลังไม่อยากปล่อยมามาก เหยียบลึกหน่อยถึง
ค่อยๆ คายออกมาบ้าง / โหมด normal ดีกว่าหน่อยคายพลังออกมาเยอะกว่านิดนึงไม่ต้องเหยียบคันเร่งลึก
ส่วนโหมด sport อันนี้มาแบบให้รู้สึกแน่นช่วงออกตัวสมูทๆ แต่ดีกว่า 2 โหมดแรกแน่ทันใจกว่าแต่ไม่ได้รู้สึกต่างกับโหมด normal มากมาย
ถ้าเดินทางไกล comfort คิดว่าเหลือๅ พอแล้วอันนี้แล้วแต่คน แต่ normal ดูเหมาพสุด
คันนี้ให้ความคล่องตัวดีมากไม่ว่าจะเปลี่ยนเลน ซิกแซกไปมาควบคุมง่าย ลองวิ่งสลับไปมาซ้ายขวาเสาที่จอดรถที่มีระยะห่างไม่มาก
ทำได้คล่องตัวทีเดียว พวงมาลัยควบคุมได้ค่อนข้างตามมือ ส่วนหนึ่งรถไม่ได้ยาวมากและไม่ได้กว้างใหญ่เกินไป
ระบบเบรคขับแรกๆ เบรคหัวทิ่มแค่แตะไปนิดก็เบรคแล้วปรับตัวไม่ถึง 5 นาทีก็ชิน เขามีโหมด one pedal มาให้ด้วย
ลองใช้แล้วสบายขึ้น แต่รู้สึกจะใช้ร่วมกับโหมด comfort หรือ noemal ไม่ได้ถ้าจำไม่ผิด
ช่วงล่างซับได้ดีพอควรเก็บเสียงได้ค่อนข้างดี เสียงลมมีเข้ามาช่วง 90 กว่าขึ้น ระบบแอร์ถือว่าพอได้นะกับอากาศที่ไปทดสอบ 37 องศา
ภายในเอาจริงๆ ขนาดไม่ใหญ่และไม่เล็กเกิน เบาะนั่งแล้วแต่สรีระคนแต่เบาะหลังนั่งสบายดีระยะองศาเอนชอบ
ได้ลองอัตราเร่งต่างๆ การทรงตัวความเร็วต่างๆ กลับมาถึงบ้านกินไฟ 13.9 kwh/100 km อาจจะช่วงกลับบ้านขับแค่ 90 - 100 นิดๆ
ขับทดสอบจากบ้านจนกลับเข้าบ้านวิ่งไป 98 กม. ตอนออกจากบ้านมีแบตประมาณ 83% กลับเข้าบ้านมรแบตเหลือ 66%
ใช้ไป 17% ทั้งหมดในการทดสอบ
เอาเป็นว่าใครสนใขรถรุ่นนี้ ตัดใจซื้อรุ่น V+ ไปเลยจบๆ 1 ชาร์จ 550 กม. ( nedc ) ชาร์จ 10 - 80% 26 นาที มี V2L 6 kw มาด้วย
AC 6.6 kw , DC 150 kw ลืมไปบลายสปอร์ตทำงานไวดีนะ
ในเมืองกินไฟจิ๊บๆ MG S5 V+ 2026 คล่องตัวช่วงล่างค่อนข้างนิ่ง
จากเดิม 140 kw เป็น 150 kw ขนาดแบตเตอรี่จาก 64 kwh มาเป็น 62.2 kwh ถือว่าลงตัวอาจจะลดน้ำหนักลงได้นิดนึง
แต่ถือว่าเหมาะสมกับไซส์รถคันนี้ ดูคลิปที่นี่ https://www.youtube.com/watch?v=fu50kb4Axqs
ขับในเมืองเริ่มจากรามคำแหงวิ่งตรงมาแยกลำสาลีเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่เส้นศรีนครินทร์ แน่นอนรถติดสลับเคลื่อนตัวไปช้าๆ
ออกมาเส้นบางนาเลยแยกบางนามาแวะกินข้าวเที่ยงพอดี ดูอัตรกินไฟได้ 12.7 kwh/100km ถือว่าใช้ได้เลยนะ
กับรถติดๆ เส้นทางที่วิ่งมารวมๆ เกือบ 30 กม. ท่ามกลางอากาศร้อนๆ 35 -36 องศา + รถติด
ถ้าเทียบกับรถน้ำมันวิ่งในเมืองแบบนี้ยังถือว่า EV ค่อนข้างได้เปรียบประหยัดวิ่งในเมือง
ข้อสังเกตคือจอมาตรวัด ถึงแม้จะปรับแสงสว่างสุดแล้ว แทบไม่ค่อยต่างจากแสง ต่ำ ปานกลาง สักเท่าไหร่อาจเป็นเพราะว่า
รถคันนี้เป็นรถทดสอบกระจกใสไม่มีฟิลม์เลย แสงแดดเลยเข้ามาสะท้อนจอหน้าปัดเลยทำให้ดูไม่สว่าง แต่ติดฟิลมืคิดว่าน่าจะสว่างชัดเจน
การขับในเมืองพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ขับง่ายสบายค่อนข้างตามมือระยะฟรีมีพอสมควร การเปลี่ยนเลนไปมาคล่องตัวดี
กระจกมองข้างกว้างชัดเจน ทัศนวิสัยรอบคันดูเคลียร์ไม่ต้องปรับตัวมาก และด้วยความที่เป็น SUV ที่ไม่ได้สูงขึ้นลงรถสะดวกมาก
ลองขับดูสมรรถนะ โหมด comfort normal sport โหมด comfort ให้ความรู้สึกอมพลังไม่อยากปล่อยมามาก เหยียบลึกหน่อยถึง
ค่อยๆ คายออกมาบ้าง / โหมด normal ดีกว่าหน่อยคายพลังออกมาเยอะกว่านิดนึงไม่ต้องเหยียบคันเร่งลึก
ส่วนโหมด sport อันนี้มาแบบให้รู้สึกแน่นช่วงออกตัวสมูทๆ แต่ดีกว่า 2 โหมดแรกแน่ทันใจกว่าแต่ไม่ได้รู้สึกต่างกับโหมด normal มากมาย
ถ้าเดินทางไกล comfort คิดว่าเหลือๅ พอแล้วอันนี้แล้วแต่คน แต่ normal ดูเหมาพสุด
คันนี้ให้ความคล่องตัวดีมากไม่ว่าจะเปลี่ยนเลน ซิกแซกไปมาควบคุมง่าย ลองวิ่งสลับไปมาซ้ายขวาเสาที่จอดรถที่มีระยะห่างไม่มาก
ทำได้คล่องตัวทีเดียว พวงมาลัยควบคุมได้ค่อนข้างตามมือ ส่วนหนึ่งรถไม่ได้ยาวมากและไม่ได้กว้างใหญ่เกินไป
ระบบเบรคขับแรกๆ เบรคหัวทิ่มแค่แตะไปนิดก็เบรคแล้วปรับตัวไม่ถึง 5 นาทีก็ชิน เขามีโหมด one pedal มาให้ด้วย
ลองใช้แล้วสบายขึ้น แต่รู้สึกจะใช้ร่วมกับโหมด comfort หรือ noemal ไม่ได้ถ้าจำไม่ผิด
ช่วงล่างซับได้ดีพอควรเก็บเสียงได้ค่อนข้างดี เสียงลมมีเข้ามาช่วง 90 กว่าขึ้น ระบบแอร์ถือว่าพอได้นะกับอากาศที่ไปทดสอบ 37 องศา
ภายในเอาจริงๆ ขนาดไม่ใหญ่และไม่เล็กเกิน เบาะนั่งแล้วแต่สรีระคนแต่เบาะหลังนั่งสบายดีระยะองศาเอนชอบ
ได้ลองอัตราเร่งต่างๆ การทรงตัวความเร็วต่างๆ กลับมาถึงบ้านกินไฟ 13.9 kwh/100 km อาจจะช่วงกลับบ้านขับแค่ 90 - 100 นิดๆ
ขับทดสอบจากบ้านจนกลับเข้าบ้านวิ่งไป 98 กม. ตอนออกจากบ้านมีแบตประมาณ 83% กลับเข้าบ้านมรแบตเหลือ 66%
ใช้ไป 17% ทั้งหมดในการทดสอบ
เอาเป็นว่าใครสนใขรถรุ่นนี้ ตัดใจซื้อรุ่น V+ ไปเลยจบๆ 1 ชาร์จ 550 กม. ( nedc ) ชาร์จ 10 - 80% 26 นาที มี V2L 6 kw มาด้วย
AC 6.6 kw , DC 150 kw ลืมไปบลายสปอร์ตทำงานไวดีนะ