สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้จัสอยากมาแชร์เรื่องราวชีวิตของตัวเอง เพื่อเป็นกำลังใจให้ใครก็ตามที่กำลังรู้สึกว่าโชคชะตาเล่นตลกกับเราอยู่
จัสเคยเป็นเด็กที่โชคดีที่สุด มีครอบครัวที่สมบูรณ์ พ่อแม่ซัพพอร์ตทุกอย่าง ไม่เคยต้องอิจฉาใคร
ชีวิตพี่ในวัยเด็กมันก็ดีอยู่หรอกที่เรียนร.ร.ดี เลยแหละพี่เคยเป็นเด็กที่มีความสุขมากในช่วงชีวิตวัยเด็ก พี่เคยมีครอบครัวที่สมบูรณ์ ในตอนนั้นพี่รู้สึกว่าพี่เป็นเด็กที่โชคดีที่สุดแล้วในโลกเลย เพราะพี่เป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อและแม่และที่บ้านก็ไม่มีปัญญาเกี่ยวกับการเงิน คือชีวิตพี่แบบดีจริงๆ ใช้ชีวิตแบบไร้กังวล อยากไปเที่ยวไหนก็ไป อยากทำอะไร อยากเรียนอะไรพ่อแม่ซัพพอร์ตมาตลอด ของกินของเล่นของใช้ พ่อกับแม่ทำให้พี่รู้สึกไม่เคยต้องอิจฉาใคร พ่อกับแม่ยังสอนให้รู้จักให้พี่แบ่งปันคนอื่นและไม่ให้รู้สึกว่าฐานะตนสูงกว่าผู้อื่น ตอนนี้พี่ก็ยังจำขึ้นใจ
แต่ชีวิตคนเรามันก็มีจุดเปลี่ยนที่ไม่มีใครคาดคิดค่ะ...
จุดเปลี่ยนครั้งแรกคือพ่อกับแม่แยกทางกันค่ะ ตอนนั้นแม่เคยถ้าจัสว่า "ถ้าแม่กับพ่อไม่ได้อยู่ด้วยกันจัสจะเสียใจมั้ย" จัสก็ถามแม่ว่า พ่อจะไปไหน แม่บอกว่า "พ่อไปทำงานคงไม่กลับมาแล้ว" ด้วยความที่เป็นเด็กความจริงจัสไม่รู้ แต่ในตอนนั้นคิดแต่ว่ารักแม่มากสงสารแม่ด้วย เลยตอบแม่ว่า "ไม่เป็นไรแม่เราอยู่กันแค่สองคนก็ได้แม่" แล้วจัสก็กอดแม่ หลังจากนี้น....พ่อกับแม่ก็หย่ากันด้วยดีจากกันด้วยดี จัสไม่เคยร้องให้จนถึงตอนนี้ก็ไม่ ไม่รู้ว่าทำไม อาจจะเป็นเพราะจัสตอนนั้นคุยกับคุณพ่อทุกวันก็ได้
ครั้งที่สองในช่วงมัธยมต้น ที่บ้านเริ่มมีปัญหาทางการเงิน เพราะที่ผ่านมาเงินที่ได้มาจากพ่อค่ะ หลังจากพ่อแต่งงานกับแม่ พ่อก็ไม่อยากให้แม่ทำงาน พ่อเป็นพ่อที่ดีมากและรักลูกกับเมียมาก งานนอกบ้านไม่ให้ทำงานในบ้านก็ไม่เคยรอให้แม่ทำ กับข้าว เสื้อผ้าแม่กับลูก บ้านทั้งบ้านพ่อทำหมด หนูรักพ่อมากนะคะ
ชีวิตก็พยายามดิ้นรนมาเรื่อยๆ
ครั้งที่3 ในช่วงมัธยมต้น จัสห่างเหินจากพ่อมากและพ่อก็เช่นกัน เงินที่พ่อส่งมาทุกเดือน พ่อก็เริ่มหายไป จัสไม่สามารถติดต่อพ่อและครอบครัวของพ่อได้ ในตอนนี้ต่อให้ติดต่อได้จัสก็คงไม่แล้ว.... แต่ยังยืนยันคำเดิมว่า จัสรักพ่อ
ครั้งที่4บ้านเกิดตัวเอง จัสและครอบครัวตัวไม่สามารถกลับไปบ้านตัวเองได้อีก ครอบครัวจัสโดนคนทำของที่บ้านให้ที่บ้านแตกหักไม่สามารถอยู่ที่บ้านได้ ที่นั่นกลายเป็นที่ดินทรณีศาล(เขียนถูกมั้ย) เธอทำของให้ครอบครัวจัสอยู่ไม่สุข อยู่ไม่ได้ ฯลฯ อาจจะเป็นไปได้ว่าโชคชะตาของครอบครัวจัสถูกวางไว้แบบนี้ แต่แม่สอนให้จัสแข็มเเข็งและสู้มาตลอด จัสเลยไม่ซีเรียสเรื่องโชคชะตา ชีวิตคนเรามีดีต้องก็มีล้มบ้าง สีสันชีวิต5555...
ครั้งที่5 ไม่มีที่อยู่ ใช่ค่ะจัสไม่มีที่ ครอบครัวจัสพึ่งพิง อาศัยบ้านญาติค่ะ ไม่มีรายได้ ไม่ได้เรียนต่อ แม่พยายามทำทุกวิถีทางให้จัสได้เรียนต่อมัธยมปลาย แต่จัสเรียนได้แค่ม.5 เหลืออีกนิดแล้ว แค่สอบเทอมสองม.5 ก็จะจบแล้ว สุดท้ายไม่ทันได้สอบและจัสก็ไม่จบม.5 แม่บอกกับตัวตลอดว่าเสียใจที่ไม่สามารถให้จัสไปสอบ แต่จัสไม่โทษแม่หรือโทษใคร จัสดีใจที่ในระยะเวลา 1ปีเกือบ2ปี จัสได้ตั้งใจทำทุกอย่างและได้ทำให้ครอบครัวภูมิใจ จัสภูมิใจในตัวเองเช่นกันและหวังว่าถ้าพ่อรู้ว่าลูกสาวพ่อเก่งมากขนาดนี้ พ่อคงจะดีใจเหมือนตอนที่หนูสอบเข้าร.ร.ให้ตอนเด็กแล้วได้ที่7 จากทั้งหมด100กว่าคน
ครั้งที่6อวสารการเรียน แต่ไม่แน่ เพราะว่าจัสยังอยากเรียนอยู่ จัสตั้งไว้ว่าจะหางานทำและส่งตัวเองเรียนกศน. แต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไร มีแค่ข้างกินและที่ไว้หลับนอน
...ปัจจุบันจัสก็ยังยังไม่มีอะไรมาก ยังคงอาศัยอยู่บ้านญาติที่หาดใหญ่ คลองแห มีแค่ข้าวที่กินและที่นอน แต่จัสยังมีความฝัน และเป้าหมายต่อไปคือการเรียน กศน. ให้จบ เพื่อส่งตัวเองให้ถึงฝัน
สุดท้ายจัสอยากบอกทุกคนว่า "ในตอนที่เรายังมีโอกาสมากกว่าคนอื่นให้คว้าเอาไว้ เพราะทุกอย่างมันเป็นไปได้หมด" ชีวิตคนเรามีล้มบ้างก็แค่สีสันค่ะ! ใครมีคำแนะนำเรื่องการเรียน กศน. หรืออยากแชร์เรื่องราวมาคุยกันได้นะคะ
[แชร์ประสบการณ์] จากเด็กที่เคยโชคดีที่สุดในโลก สู่บทเรียนชีวิตที่ต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน: เรื่องราวของ "จัส"
จัสเคยเป็นเด็กที่โชคดีที่สุด มีครอบครัวที่สมบูรณ์ พ่อแม่ซัพพอร์ตทุกอย่าง ไม่เคยต้องอิจฉาใคร
ชีวิตพี่ในวัยเด็กมันก็ดีอยู่หรอกที่เรียนร.ร.ดี เลยแหละพี่เคยเป็นเด็กที่มีความสุขมากในช่วงชีวิตวัยเด็ก พี่เคยมีครอบครัวที่สมบูรณ์ ในตอนนั้นพี่รู้สึกว่าพี่เป็นเด็กที่โชคดีที่สุดแล้วในโลกเลย เพราะพี่เป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อและแม่และที่บ้านก็ไม่มีปัญญาเกี่ยวกับการเงิน คือชีวิตพี่แบบดีจริงๆ ใช้ชีวิตแบบไร้กังวล อยากไปเที่ยวไหนก็ไป อยากทำอะไร อยากเรียนอะไรพ่อแม่ซัพพอร์ตมาตลอด ของกินของเล่นของใช้ พ่อกับแม่ทำให้พี่รู้สึกไม่เคยต้องอิจฉาใคร พ่อกับแม่ยังสอนให้รู้จักให้พี่แบ่งปันคนอื่นและไม่ให้รู้สึกว่าฐานะตนสูงกว่าผู้อื่น ตอนนี้พี่ก็ยังจำขึ้นใจ
แต่ชีวิตคนเรามันก็มีจุดเปลี่ยนที่ไม่มีใครคาดคิดค่ะ...
จุดเปลี่ยนครั้งแรกคือพ่อกับแม่แยกทางกันค่ะ ตอนนั้นแม่เคยถ้าจัสว่า "ถ้าแม่กับพ่อไม่ได้อยู่ด้วยกันจัสจะเสียใจมั้ย" จัสก็ถามแม่ว่า พ่อจะไปไหน แม่บอกว่า "พ่อไปทำงานคงไม่กลับมาแล้ว" ด้วยความที่เป็นเด็กความจริงจัสไม่รู้ แต่ในตอนนั้นคิดแต่ว่ารักแม่มากสงสารแม่ด้วย เลยตอบแม่ว่า "ไม่เป็นไรแม่เราอยู่กันแค่สองคนก็ได้แม่" แล้วจัสก็กอดแม่ หลังจากนี้น....พ่อกับแม่ก็หย่ากันด้วยดีจากกันด้วยดี จัสไม่เคยร้องให้จนถึงตอนนี้ก็ไม่ ไม่รู้ว่าทำไม อาจจะเป็นเพราะจัสตอนนั้นคุยกับคุณพ่อทุกวันก็ได้
ครั้งที่สองในช่วงมัธยมต้น ที่บ้านเริ่มมีปัญหาทางการเงิน เพราะที่ผ่านมาเงินที่ได้มาจากพ่อค่ะ หลังจากพ่อแต่งงานกับแม่ พ่อก็ไม่อยากให้แม่ทำงาน พ่อเป็นพ่อที่ดีมากและรักลูกกับเมียมาก งานนอกบ้านไม่ให้ทำงานในบ้านก็ไม่เคยรอให้แม่ทำ กับข้าว เสื้อผ้าแม่กับลูก บ้านทั้งบ้านพ่อทำหมด หนูรักพ่อมากนะคะ
ชีวิตก็พยายามดิ้นรนมาเรื่อยๆ
ครั้งที่3 ในช่วงมัธยมต้น จัสห่างเหินจากพ่อมากและพ่อก็เช่นกัน เงินที่พ่อส่งมาทุกเดือน พ่อก็เริ่มหายไป จัสไม่สามารถติดต่อพ่อและครอบครัวของพ่อได้ ในตอนนี้ต่อให้ติดต่อได้จัสก็คงไม่แล้ว.... แต่ยังยืนยันคำเดิมว่า จัสรักพ่อ
ครั้งที่4บ้านเกิดตัวเอง จัสและครอบครัวตัวไม่สามารถกลับไปบ้านตัวเองได้อีก ครอบครัวจัสโดนคนทำของที่บ้านให้ที่บ้านแตกหักไม่สามารถอยู่ที่บ้านได้ ที่นั่นกลายเป็นที่ดินทรณีศาล(เขียนถูกมั้ย) เธอทำของให้ครอบครัวจัสอยู่ไม่สุข อยู่ไม่ได้ ฯลฯ อาจจะเป็นไปได้ว่าโชคชะตาของครอบครัวจัสถูกวางไว้แบบนี้ แต่แม่สอนให้จัสแข็มเเข็งและสู้มาตลอด จัสเลยไม่ซีเรียสเรื่องโชคชะตา ชีวิตคนเรามีดีต้องก็มีล้มบ้าง สีสันชีวิต5555...
ครั้งที่5 ไม่มีที่อยู่ ใช่ค่ะจัสไม่มีที่ ครอบครัวจัสพึ่งพิง อาศัยบ้านญาติค่ะ ไม่มีรายได้ ไม่ได้เรียนต่อ แม่พยายามทำทุกวิถีทางให้จัสได้เรียนต่อมัธยมปลาย แต่จัสเรียนได้แค่ม.5 เหลืออีกนิดแล้ว แค่สอบเทอมสองม.5 ก็จะจบแล้ว สุดท้ายไม่ทันได้สอบและจัสก็ไม่จบม.5 แม่บอกกับตัวตลอดว่าเสียใจที่ไม่สามารถให้จัสไปสอบ แต่จัสไม่โทษแม่หรือโทษใคร จัสดีใจที่ในระยะเวลา 1ปีเกือบ2ปี จัสได้ตั้งใจทำทุกอย่างและได้ทำให้ครอบครัวภูมิใจ จัสภูมิใจในตัวเองเช่นกันและหวังว่าถ้าพ่อรู้ว่าลูกสาวพ่อเก่งมากขนาดนี้ พ่อคงจะดีใจเหมือนตอนที่หนูสอบเข้าร.ร.ให้ตอนเด็กแล้วได้ที่7 จากทั้งหมด100กว่าคน
ครั้งที่6อวสารการเรียน แต่ไม่แน่ เพราะว่าจัสยังอยากเรียนอยู่ จัสตั้งไว้ว่าจะหางานทำและส่งตัวเองเรียนกศน. แต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไร มีแค่ข้างกินและที่ไว้หลับนอน
...ปัจจุบันจัสก็ยังยังไม่มีอะไรมาก ยังคงอาศัยอยู่บ้านญาติที่หาดใหญ่ คลองแห มีแค่ข้าวที่กินและที่นอน แต่จัสยังมีความฝัน และเป้าหมายต่อไปคือการเรียน กศน. ให้จบ เพื่อส่งตัวเองให้ถึงฝัน
สุดท้ายจัสอยากบอกทุกคนว่า "ในตอนที่เรายังมีโอกาสมากกว่าคนอื่นให้คว้าเอาไว้ เพราะทุกอย่างมันเป็นไปได้หมด" ชีวิตคนเรามีล้มบ้างก็แค่สีสันค่ะ! ใครมีคำแนะนำเรื่องการเรียน กศน. หรืออยากแชร์เรื่องราวมาคุยกันได้นะคะ