มันสำปะหลัง กำลังทำเงินน้อยลง - จีน เวียดนาม ลาว เข้ามาแย่งตลาด

กระทู้สนทนา

รู้ไหมว่า ปีปีหนึ่งไทยส่งออกมันสำปะหลังราวแสนล้านบาท แต่ปัจจุบันกำลังได้เงินน้อยลงเรื่อย ๆ
ปี 2566 มูลค่าส่งออก 127,000 ล้านบาท
ปี 2567 มูลค่าส่งออก 110,000 ล้านบาท
ปี 2568 มูลค่าส่งออก 95,000 ล้านบาท
ในเวลาแค่ 2 ปี มูลค่าส่งออกมันสำปะหลังหายไปถึง 32,000 ล้านบาท ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ปริมาณส่งออกในปี 2568 อยู่ที่ราว 8.2 ล้านตัน เมื่อเทียบกับปริมาณส่งออกในปี 2567 ที่อยู่ราว 6.5 ล้านตัน แปลว่า เรากำลังส่งออกมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น แต่กลับได้เงินเข้าประเทศน้อยลง..

จริง ๆ แล้ว มันสำปะหลังใกล้ตัวเรากว่าที่คิด กะเพราไก่ที่เรากิน ไก่กินอาหารสัตว์ที่ทำมาจากมันสำปะหลัง และกระดาษ เครื่องสำอาง รวมไปถึงยา ก็ใช้วัตถุดิบจากมันสำปะหลังแทบทั้งหมด ซึ่งถ้าเอาไปทำอาหารสัตว์ จะใช้วิธีเอามันสำปะหลังมาสับเป็นชิ้น แล้วตากแห้ง กลายเป็นมันเส้น และถ้าเอาไปอัดเม็ดต่อ ก็จะกลายเป็นมันอัดเม็ดแทน ส่วนวิธีการที่ซับซ้อนกว่าคือ แป้งมันสำปะหลังดัดแปร เพราะนำแป้งมันสำปะหลังดิบมาผ่านกระบวนการทางเคมี แล้วค่อยเอาไปใช้ในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอางต่อ ดังนั้นเมื่อเกษตรกรไทยผลิตมันสำปะหลังออกมาได้ ถ้าผลผลิตไม่แปรรูปเป็นมันอัดเม็ดหรือมันเส้น ก็แปรรูปไปเป็นแป้งมันสำปะหลังดัดแปร

ถ้าการส่งออกมันสำปะหลังส่วนใหญ่ส่งออกไปหลาย ๆ ประเทศก็คงไม่เป็นไร แต่ปัจจุบัน ทั้งมันเส้น มันอัดเม็ดและแป้งมันสำปะหลังดิบ ต้องพึ่งพาตลาดจีนเป็นหลัก ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ไทยสามารถครองส่วนแบ่งตลาดจีนได้เกือบทั้งหมด แต่ในช่วง 2-3 ปีหลัง ไทยกำลังเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับเวียดนามมากขึ้นเรื่อย ๆ

เวียดนาม สามารถส่งออกมันสำปะหลังได้ในราคาที่ถูกกว่าไทย เพราะค่าเงินดองที่อ่อนค่า  จีนที่เคยนำเข้ามันสำปะหลังจากไทยเป็นหลัก ก็ลงทุนปลูกมันสำปะหลังและสร้างโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังในลาวขึ้นมาเพิ่มเติม ซึ่งไม่ใช่แค่จีนที่เข้าไปลงทุนธุรกิจมันสำปะหลังในลาว แต่ยังมีเวียดนามที่เข้าไปลงทุนแบบเดียวกับจีน เพื่อส่งออกไปยังประเทศจีนอีกด้วย ส่วนในประเทศจีน ก็พยายามทดแทนการใช้มันเส้น ด้วยการสกัดเอทานอล จากถ่านหินแทน ในธุรกิจเชื้อเพลิง หรือแม้แต่หันไปลงทุนปลูกข้าวโพด เพื่อทำเป็นอาหารเลี้ยงสัตว์มากขึ้น

แล้วทำไมเราถึงไม่ส่งออกแป้งมันสำปะหลังดัดแปรที่ส่งออกได้ราคาสูงให้มากขึ้น เพื่อชดเชยการแข่งขันสงครามราคาในมันสำปะหลังแบบอื่น ต้องบอกว่า แป้งมันสำปะหลังดัดแปร ต้องใช้เทคโนโลยีซับซ้อนสูง เพราะกระบวนการทางเคมีที่ซับซ้อน และต้องมีการวิจัยและพัฒนาให้คุณสมบัติตรงตามที่ลูกค้าต้องการ นอกจากนี้ การผลิตแป้งมันสำปะหลังดัดแปร ต้องมีการจัดการน้ำเสียและของเสียจากโรงงานในปริมาณมาก ซึ่งตามมาด้วยต้นทุนสูง แต่ก็ขายได้ในราคาสูงเช่นกัน
เครดิตภาพ และ เนื้อหา :  ลงทุนแมน  อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมต่อได้ที่ มันสำปะหลัง สินค้าส่งออกไทย ที่ครองอันดับ 1 ของโลก กำลังทำเงินน้อยลง

ยอดขายมันสำปะหรังไทยลดลงทุกปีเลย จะปล่อยให้ลาว เวียดนาม แซงจริง ๆ หรอ เพี้ยนหืมเพี้ยนเพลีย


โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่