อดีตผู้ว่าฯ สตง. - สว. ร้อง ผบ.ตร. สอบบิ๊กตำรวจสอบสวนกลาง ปมปฏิบัติหน้าที่ "เกินกว่าเหตุ" ต่อพระสงฆ์


เอกสารลับหลายฉบับเผยให้เห็นความขัดแย้งแวดวงสีกากีและฝ่ายนิติบัญญัติ หลังอดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและสมาชิกวุฒิสภา ประสานเสียงจี้สกัดพฤติกรรมเจ้าหน้าที่บางกลุ่มที่มุ่งเป้าจัดการพระสังฆาธิการในลักษณะ "ประจานผ่านสื่อ" ก่อนสรุปสำนวน

วันที่ 30 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการเปิดเผยเอกสารจากนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ ผศ.ดร.นพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา ที่ส่งถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดยเฉพาะกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)

"ทำเกินกว่าเหตุ" และ "มุ่งเป้าทำลายชื่อเสียง"

สาระสำคัญในเอกสารระบุถึงข้อกังวลต่อพฤติกรรมของนายตำรวจระดับ "รองผู้บัญชาการ" นายหนึ่งและทีมงาน ที่เข้าดำเนินการกับพระสงฆ์และวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมีประเด็นหลักที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ดังนี้

- การแถลงข่าวโหมกระแส: เอกสารระบุว่าเจ้าหน้าที่มักนำรายละเอียดในสำนวนที่ยังไม่เสร็จสิ้นมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในลักษณะ "ประจาน" และมีการบิดเบือนตัวเลขความเสียหาย เช่น แถลงว่ามีความเสียหายหลายล้านบาท ทั้งที่ข้อเท็จจริงมีเพียงหลักหมื่นบาท เพื่อสร้างความเสื่อมเสียให้กับพระสงฆ์ก่อนที่คดีจะถึงที่สุด

- พิรุธในการทำสำนวน: มีการกล่าวหาว่ามีการใช้บุคคลที่เป็น "ตัวแทนเชิด" ไปแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเปิดการสอบสวนได้ รวมถึงมีการกดดัน ข่มขู่ หรือหว่านล้อมให้พระสงฆ์สละสมณเพศหรือลาออกจากตำแหน่ง เพื่อนำคนของตนเองเข้าไปดำรงตำแหน่งแทน

ตั้งคำถามถึง "ความเป็นกลาง" และ "จริยธรรม"

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงยุติธรรม ระบุในเอกสารว่า จากประสบการณ์ที่ตนได้เข้าร่วมรับฟังการสอบสวน พบว่าพนักงานสอบสวนมีลักษณะ "ตั้งธง" ไว้ล่วงหน้า ไม่รับฟังพยานหลักฐานจากฝั่งผู้ถูกกล่าวหาอย่างครบถ้วน ซึ่งขัดต่อหลักนิติธรรมและคำขวัญของตำรวจสอบสวนกลางที่ว่า "มืออาชีพ เป็นกลาง เคียงข้างประชาชน"

ด้าน ผศ.ดร.นพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา ได้ขยายผลเรื่องนี้ผ่านการตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี โดยจี้ให้รัฐบาลชี้แจงว่า จะดำเนินการอย่างไรกับพฤติการณ์ที่เข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 และจะมีมาตรการปกป้องพระพุทธศาสนาไม่ให้ได้รับความเสียหายจากการทำงานของเจ้าหน้าที่บางกลุ่มได้อย่างไร

แรงกระเพื่อมต่อภาพลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณของความไม่พอใจอย่างรุนแรงจากกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิที่มองว่า การปราบปรามการทุจริตในวัดควรทำอย่างรอบคอบและเป็นความลับตามสมควร เพื่อไม่ให้กระทบต่อศรัทธาของประชาชน

ขณะที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่มีการแถลงตอบโต้หรือชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อเอกสารร้องเรียนดังกล่าว ซึ่งต้องติดตามต่อไปว่า ผบ.ตร. จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อพฤติกรรมของนายตำรวจกลุ่มนี้ตามที่ถูกร้องเรียนหรือไม่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่