‘ข้าวจี่’ อาหารรับหน้าหนาวของคนอีสานที่เชื่อมวิถีชีวิตและคติทางศาสนา
เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาวคนในภาคอีสานก็จะนึกถึงเมนูที่ชื่อว่า ‘ข้าวจี่’ ซึ่งเป็นของคู่กัน ‘ข้าวจี่’ คือ การนำข้าวเหนียวที่เพิ่งนึ่งสุกใหม่ๆ มาปั้นเป็นก้อนกลมๆ หรือทรงรีๆ เสียบกับไม้ยาว แล้วนำไป ‘จี่’ (หรือย่าง) บนเตาถ่านด้วยไฟอ่อน พอให้ขึ้นสีเกรียม จากนั้นจะนำไปชุบไข่ไก่แล้วนำไปจี่อีกครั้งจนสุก ก็จะได้ข้าวจี่ที่ส่งกลิ่นหอมของข้าวเหนียวใหม่และกลิ่นเตาถ่าน พร้อมกินดับหนาวได้ทันที
.
แต่ในบางพื้นที่ของภาคอีสานก็จะใช้ข้าวเหนียวเก่าค้างคืนหรือที่เรียกว่า ‘เข่าเย็น’ มาทำข้าวจี่เพื่อถนอมอาหารเก็บไว้กินในมื้ออื่นก็ได้เช่นกัน และในบางบ้านเมื่อจี่ข้าวจี่เสร็จแล้ว หลังจากดึงไม้เสียบออกก็จะสอดไส้น้ำอ้อยเข้าไปให้ละลายจนเป็นไส้หวานได้รสชาติอร่อยไปอีกแบบ
.
ดังนั้นเมื่ออากาศหนาวเย็นจะมีอะไรดีไปกว่าการได้กินข้าวจี่อุ่นๆ ร้อนๆ ร่วมกับครอบครัว ‘ข้าวจี่’ จึงกลายเป็นอาหารที่เชื่อมความสัมพันธ์คนในครอบครัวด้วย เพราะในหน้าหนาวหลายบ้านมักจะก่อไฟผิงเพื่อนั่งรวมกัน ข้าวจี่จึงเป็นอาหารที่สมาชิกในครอบครัวจะช่วยกันจี่ ช่วยกันทำและนั่งกินกันภายใต้ความอบอุ่นหน้ากองไฟนั่นเอง
.
ทั้งนี้ในสมัยก่อน ชาวบ้านแถบภาคอีสานจะต้องตื่นเช้า แล้วเดินทางไกลเพื่อออกไปทำไร่ทำนา ข้าวจี่จึงไม่เพียงแต่เป็นอาหารที่มอบความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย แต่ยังทำง่ายและเก็บได้นานตลอดทั้งวัน ชาวบ้านจึงนิยมทำข้าวจี่ห่อใส่ใบตองเพื่อหอบเอาไปกินด้วยเสมอ แต่ปัจจุบันข้าวจี่สามารถหากินได้ตามท้องตลาดทั่วไปในพื้นที่ที่มีคนอีสานพลัดถิ่นมาทำงานหนาแน่น เราก็อาจพบอาหารชนิดนี้ได้ไม่ยาก
.
และหากพูดถึงอาหารชนิดนี้ เราจะไม่พูดถึงประเพณีบุญข้าวจี่ไม่ได้เลย เพราะถือว่าเป็นธรรมเนียมที่ผูกติดมากับข้าวจี่มานาน และคนพื้นถิ่นเองก็ยังสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันด้วย ข้าวจี่เป็นอาหารที่เชื่อกันว่าหากถวายในงานบุญจะได้รับอานิสงส์ผลบุญมาก
.
ความเชื่อนี้เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา ซึ่งมาจาก ‘อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท โกธวรรคที่ 17 เรื่อง นางปุณณทาสี’ มีเนื้อความว่า นางปุณณทาสีเป็นหญิงยากจน วันหนึ่งได้ทำข้าวจี่ไปถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธองค์มองเห็นถึงความตั้งใจของนาง จึงได้ฉันท์ข้าวจี่ในตอนนั้นอีกทั้งยังทรงแสดงเทศนาธรรม ทำให้นางปุณณทาสีบรรลุโสดาบันปัตติผลด้วยอานิสงส์ที่ถวายข้าวจี่ไป
.
จากเนื้อความนี้เองที่กลายมาเป็นคติความเชื่อของคนอีสาน ดังนั้นเมื่อมาถึงวันทำบุญข้าวจี่ ส่วนใหญ่จะจัดหลังวันเพ็ญ เดือน 3 หรือหลังวันมาฆบูชา ชาวบ้านจะรวมตัวกันทำข้าวจี่ตั้งแต่เช้ามืดเพื่อนำไปทำบุญตักบาตร และนำไปถวายพระสงฆ์ที่วัด หลังจากที่พระฉันรวมถึงเทศนาธรรมแล้ว ชาวบ้านก็จะพากันกินเลี้ยงข้าวจี่ และสังสรรค์กันไปตามแต่ละหมู่บ้าน
.
‘ข้าวจี่’ จึงเป็นมากกว่าอาหารที่ให้พลังงานและความอบอุ่น หากมันเชื่อมโยงวิถีชีวิตที่อิงแอบกับคติทางศาสนาและเรื่องราวของคนอีสานไว้อย่างเหนียวแน่นด้วยนั่นเอง
.
ที่มา : Sauce เรื่องราวกินได้
‘ข้าวจี่’ อาหารรับหน้าหนาวของคนอีสานที่เชื่อมวิถีชีวิตและคติทางศาสนา