พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวชาลส์ที่ 3 และ สมเด็จพระนางเจ้าคามิลลา พระบรมราชินี แห่งสหราชอาณาจักร
เสด็จเยือนสหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการ (A state visit) เมื่อไม่กี่วันก่อน
ซึ่งก็คงจะปฎิเสธไม่ได้ ว่ามีนัยยะการเมืองสำคัญรวมอยู่ด้วย ทุกท่านคงทราบดีว่า
พระเจ้าชาลส์ที่ 3 ต้องการมาเป็นคนกลาง ประสานรอยร้าว ความผิดใจกันระหว่าง ท่านทรัมป์ กับ ท่านเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของอังกฤษ (รายละเอียดทุกท่านคงทราบกันดีว่าเรื่องอะไร และดิฉันไม่ขอออกความคิดเห็นใดๆทั้งสิ้น ตรงจุดนั้น)
แต่สิ่งที่ดิฉันต้องการจะพูดก็คือ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงทำหน้าที่ตรงนี้ได้อย่างดีเยี่ยม
และทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ กลับมาดีขึ้นกว่าช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
และดิฉันในฐานะที่เป็นอเมริกันซิติเซ่น รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดมิได้
ที่ช่วยมาเป็นกาวใจ และพระองค์ท่านก็วางพระองค์ได้อย่างไร้ที่ติ
ขณะที่ท่านทรัมป์ก็ให้การต้อนรับพระองค์ท่านอย่างสมพระเกียรติ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของดิฉัน และคนทั่วโลกเป็นจำนวนมาก
และดิฉันจะขอนำเสนอเรื่อง
ราว ในประเด็นที่สำคัญ มาเสนอในด้านล่างนะคะ
พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงกล่าวปราศรัยต่อรัฐสภาสหรัฐฯ ได้ประทับใจมาก และภารกิจในการเสด็จเยือนครั้งนี้ (หงส์เหนือมังกร)
เสด็จเยือนสหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการ (A state visit) เมื่อไม่กี่วันก่อน
ซึ่งก็คงจะปฎิเสธไม่ได้ ว่ามีนัยยะการเมืองสำคัญรวมอยู่ด้วย ทุกท่านคงทราบดีว่า
พระเจ้าชาลส์ที่ 3 ต้องการมาเป็นคนกลาง ประสานรอยร้าว ความผิดใจกันระหว่าง ท่านทรัมป์ กับ ท่านเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของอังกฤษ (รายละเอียดทุกท่านคงทราบกันดีว่าเรื่องอะไร และดิฉันไม่ขอออกความคิดเห็นใดๆทั้งสิ้น ตรงจุดนั้น)
แต่สิ่งที่ดิฉันต้องการจะพูดก็คือ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงทำหน้าที่ตรงนี้ได้อย่างดีเยี่ยม
และทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ กลับมาดีขึ้นกว่าช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา
และดิฉันในฐานะที่เป็นอเมริกันซิติเซ่น รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดมิได้
ที่ช่วยมาเป็นกาวใจ และพระองค์ท่านก็วางพระองค์ได้อย่างไร้ที่ติ
ขณะที่ท่านทรัมป์ก็ให้การต้อนรับพระองค์ท่านอย่างสมพระเกียรติ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของดิฉัน และคนทั่วโลกเป็นจำนวนมาก
และดิฉันจะขอนำเสนอเรื่องราว ในประเด็นที่สำคัญ มาเสนอในด้านล่างนะคะ