*ก่อนอื่นต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าใส่แท็กผิดหรือใส่อะไรผิด*
เรื่องมีอยู่ว่าเราจบจาก รร.เก่ากับเพื่อนมาต่อที่เดียวกันแค่สามคน มีเอกับบีนะคะ ละเอกับบีมาเรียนด้วยกันโดยมอไซค์ของเอ เข้ามาเรียนที่ใหม่เพื่อนเอกับเพื่อนบีที่เข้าสังคมเก่ง ก็ได้เพื่อนใหม่แต่เหมือนมันไม่ตรงจริตเรา
แล้วเทอมแรกคาบว่างช่วงบ่ายก็เยอะ บางวันเรียนแค่ครึ่งวัน พอกลับบ้านได้เขาก็กลับกันแต่เรานั่งรถรับส่งมาต้องรอรถรับส่ง เพราะที่บ้านไปทำงาน ด้วยความที่เลิกเรียนเร็วเพื่อนๆก็ชวนกันไปนั่นไปนี่ เราก็ไม่ไปด้วย อีกอย่างก็คือมอเตอร์ไซค์มันอันตราย(และแม่เราก็ไม่ค่อยอยากให้ขับหรือซ้อนกับคนที่ไม่ไว้ใจ) มันก็เลยทำให้เราต้องนั่งรอไปที่ห้องสมุดคนเดียวซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเพราะเราเลือกเอง
แต่ที่นี้พอช่วงปลายเทอมแรกเพื่อนที่ชื่อเอกับบีก็มีปัญหากันค่ะ จนเอไปที่อื่น ก็เหลือแค่เรากับบี หลังจากที่ทะเลาะกับเอ บีก็ขับรถยนต์มาเอง (ตอนมาปฐมนิเทศก่อนหน้านี้บีก็ให้เรานั่งเป็นเพื่อนมาด้วยนะคะ) บีชอบชวนให้เรานั่งรถกลับบ้านด้วยค่ะเพราะทางเดียวกัน เราก็กลับด้วย หลังจากเรื่องเพื่อนเอกับบีทะเลาะกันผ่านไปสักพัก เราก็แฮปปี้กันดีค่ะ เพื่อนบีที่ได้เพื่อนใหม่ก็ชอบนั่งรถบีออกไปทานข้าวข้างนอกซึ่งเพื่อนก็มีชวนเราไปอยู่นะคะแต่ไม่ค่อยอยากไปค่ะเพราะว่ามันเปลืองเงิน แล้วก็เหมือนกับว่าบีกับเพื่อนใหม่เขาก็ไปเที่ยวกันอะไรแบบนี้พอทีนี้มาเทอม 2 b ไม่เอารถยนต์มาแล้วแต่เอามอเตอร์ไซค์มาซึ่งออกรถมอเตอร์ไซค์ใหม่แล้วมีก็เหมือนจะสังเกตความอะไรแปลกๆไป
บีเล่าให้เราฟังว่าตั้งแต่มีมีมอเตอร์ไซค์เพื่อนเพื่อนกลุ่มนั้นก็ไม่ชวนบีไปไหนมาไหนด้วยเลย บีก็เลยบอกว่าเหมือนกับว่าพอไม่มีรถยนต์เพื่อนก็ไม่ให้เล่นด้วยค่ะแต่ว่าเพื่อนกลุ่มนั้นเขาก็พอเทอม 2 มาเขาก็โดดเรียนบ่อยมาก ก็ไม่ได้ค่อยได้เจอกันแต่พอเจอหน้ากันเขาก็คุยกับบีปกตินะคะ พอวันนึงบีชวนเรากลับบ้านค่ะครั้งแรกที่ชวนเรากลับบ้านด้วยมอเตอร์ไซค์ซึ่งตอนเทอม 2 มันก็ตารางว่างมันก็ไม่ได้มีเยอะนะคะแล้วก็เราก็ได้เพื่อนที่รู้สึกว่าตรงสนิทกับเราแล้วก็ชอบไปคุยกันบางเลิกเรียนซึ่งปกติแล้วเนี่ยบีพอเลิกเรียนปุ๊บบีก็จะกลับบ้านทันทีซึ่งเราก็ไม่ได้คิดไม่ได้ห่วงอะไรตรงนี้ค่ะเพราะว่าเขาก็กลับทันทีเลยแล้วพอวันนั้นบีมาชวนกลับบ้านแล้วก็แอบเสียดายที่จะคุยกับเพื่อนคนนั้นค่ะแล้วอีกอย่างเราก็จ่ายค่ารถรับส่งเหมือนกันแต่ก็มีความเห็นแก่ตัวของเราด้วยค่ะเพราะในเทอมแรกเราไม่ได้คิดเรื่องค่ารถรับส่งแล้วคิดแต่ว่าอยากกลับบ้านอย่างเดียว แล้วหลังจากนั้นบีก็พูดเหมือนประชดเราว่าแหมตั้งแต่ไม่เอารถยนต์มาเนี่ยก็ไม่กลับบ้านด้วยกันเลยนะอะไรแบบนี้ค่ะพอครั้งที่ 2 บีก็มาชวนเราไปซื้อของตอนระหว่างวันค่ะอันนี้คือตอนถ้าพักเที่ยงอันนี้เรากลัวกลับเข้าโรงเรียนไม่ทันก็ไม่ค่อยอยากไปแต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนคิดแบบนั้นกับเราอีกเราก็เลยไปด้วยซึ่งก็เกือบไม่ทันค่ะพอรอบที่ 3 เพื่อนก็ชวนไปอีกแต่เราก็บอกว่าเออจะกลับด้วยตอนแรกก็ไม่ได้ว่าจะกลับด้วยนะคะแต่ทีนี้ก็ที่ไปคิดมาก็กลับด้วยสักหน่อยนานๆทีแต่สุดท้ายก็ไม่ได้กลับด้วยค่ะเพราะว่าเราก็ติดซ้อมสแตนแต่บีไม่ได้ซ้อมค่ะบีก็เลยกลับก่อน
แล้วก็มาอีกนานๆมาก็เป็นอีกวันนึงค่ะซึ่งมันเป็นวันปกติเลยแต่ที่นี้ด้วยความที่ว่าเราอ่ะขึ้นไปกับเพื่อนใหม่ที่ตรงจริตเรา 3 คนซึ่งปกติก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วคือบีชอบมาสายแล้วก็ถ้าสายไม่มากบีก็จะโทรให้เรายืนรอแล้วก็พวกเราก็ยืนรอแต่พอวันนั้นแล้วพวกเราขึ้นไปก่อนค่ะบีก็มากับเพื่อนอีกกลุ่มนึงซึ่งก่อนหน้านั้นประมาณวันสองวันบีก็ชอบไปกับกลุ่มนั้นบ่อยๆนะคะแล้วทีนี้พอขึ้นห้องมาบีก็เหมือนพูดอะไรเกี่ยวกับการบ้านถามอะไรเกี่ยวกับการบ้านนี่แหละค่ะเราก็ตอบบ้างแต่ทีนี้เหมือนมันมีบางคำที่เราไม่ได้ยินหรือเราไม่แน่ใจว่าบีถามใครเราก็เลยไม่ได้ตอบไปแล้วจากนั้นก็เลยเกิดปัญหาขึ้นค่ะพอลงไปทานข้าวกัน 3 คนคืออันนี้ยอมรับนะคะว่าเราลืมชวนบีลงไปทานข้าวด้วยเพราะว่าตอนนั้นอยากทานส้มตำมากแล้วก็แอบน้อยใจเพื่อนคนนึงที่บิดส้มตำเราแล้วสุดท้ายก็มันนึกได้ตอนกำลังนั่งทานข้าวค่ะตอนเห็นแล้วก็เห็น b มากับเพื่อนกลุ่มนั้นที่เขาไปไหนมาไหนด้วยบ่อยๆเราก็สังเกตความผิดแปลกไปคือเพื่อนกลุ่มนั้นมองเราแปลกๆเราก็คุยกับเราน้อยลงแล้วก็หลังจากนั้นมาก็มีคำพูดประชดประชันประมาณว่าแบบเออเนี่ยเอารถยนต์ไปนะเดี๋ยวเขาจะไม่เล่นด้วยอะไรแบบนี้ซึ่งไม่แน่ใจว่าพูดใส่เราหรือพูดใส่เพื่อนที่บีเคยไปอยู่ด้วยซึ่งมันก็ไม่สบายใจเราแต่ว่าจริงๆหลังจากวันที่เราเกิดปัญหาวันนั้นหลังจากวันนั้นเราก็วันถัดมาเราก็ถามบีตรงๆต่อหน้าเพื่อนในห้องเลยว่าบีเป็นอะไรบีก็ไม่บอกนะคะแต่เพื่อนที่บีไปไหนมาไหนด้วยเพื่อนเขาก็บอกกับเราค่ะว่าบอกเหตุผลนี้มาเราก็เลยรู้ตอนแรกเราก็เข้าใจว่าเราลืมชวนบีไปทานข้าวด้วยแต่ความจริงไม่ใช่ค่ะเพื่อนบอกว่าเรากับเพื่อนอีก 2 คนไม่คุยกับบีแต่ความจริงแล้วคือเราพวกเราไม่ได้ยินค่ะแล้วเพื่อนอีก 2 คนก็คือก็เป็นคนเงียบๆ อันนั้นก็งงว่าบีถามอะไรเราตอนไหนแล้วเราก็พยายามง้อบีมาแต่บีก็เหมือนทำท่าเหมือนว่าไม่คิดจะให้อภัยและจะตัดเรา
เพื่อนคนอื่นก็มองว่าเป็นแค่การน้อยใจปกติทั่วไปเพราะว่าบีก็เป็นคนที่งอนเราบ่อย แต่สำหรับเราคือเราอยู่กับเขามานานกว่าเพื่อนกลุ่มนั้นเราก็พอจะรู้ว่าเนี่ยเขาน่าจะกำลังตัดเราออกจากชีวิตหรือเปล่าอะไรแบบนี้แล้วเราก็คิดหนักเลยค่ะแต่หลังจากนั้นก็โอเคขึ้นแล้ว
แต่พอมาปิดเทอมปุ๊บมันก็แอบมาทำให้แบบนึกเสียดายบีค่ะเพราะเราก็ยังเห็นเขาเป็นเพื่อนอยู่เราก็เลยทักไปขอโทษประมาณว่าเออวันนั้นขอโทษนะที่เห็นแก่ตัวคิดไปคิดมาก็รู้สึกผิดอะไรประมาณนี้นะคะซึ่งไม่ได้แก้ตัวอะไรก็ยอมรับผิดไปค่ะแล้วบีเขาก็บอกกับเรามาว่าเขาไม่ชอบที่เราไปเล่นกับเพื่อนกลุ่มนั้นซึ่งเพื่อน 2 คนที่เราบอกว่าจงจะหยุดก็เป็นเพื่อนกับคนที่ในตอนแรกพี่เอกกับบีไปเล่นด้วยนะคะก็นั่นแหละเขาก็เลยบอกว่ากูเพราะว่าเขากลัวว่าเพื่อนกลุ่มนั้นน่ะเขาจะหลอกใช้เราเพราะว่าอาจจะเป็นเพราะเราเรียนเก่งกว่าเขานิดนึงก็แบบก็เลยหวังจะลอกงานเราอะไรแบบนี้ไม่ได้เห็นเราเป็นเพื่อนจริงๆซึ่งตอนนั้นเราก็บอกไปว่าเราก็พอจะรู้อยู่แต่เราก็แบบก็เต็มใจให้เพื่อนลอกเพราะอย่างน้อยก็เป็นมาจบมาด้วยกันอะไรแบบนี้คือไม่ได้โลกสวยนะคะแต่ก็อะไรทำนองนั้นก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรค่ะแล้วก็หลังจากนั้นมาแล้วเราก็ต่างคนต่างอยู่มันก็ happy กันโอเคดีค่ะเวลาเจอหน้ากันตอนเราขายของพ่อกับแม่เขาก็มาซื้อของกับเราก็ได้คุยกันนิดหน่อยอะไรแบบนี้เออตอนที่เจอหน้ากันตอนปิดเทอมตอนแรกๆเขาก็ไม่แน่ใจลงแซะเราหรือเปล่าแต่อาจจะไม่ใช่หรืออาจจะใช่แต่มันก็ไม่สบายใจแต่สุดท้ายก็โอเคแล้วค่ะหมายถึงว่ามันไม่ได้กลับไปหาไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมแต่เราก็ต่างคนต่างอยู่แล้วค่ะ
ทุกคนคิดว่ายังไงคะสามารถแสดงความคิดเห็นกันได้ทางบกทางลบเราพร้อมรับฟังมากๆๆๆๆๆค่ะ
ขออภัยถ้าพิมพ์ผิดพิมพ์ตกหล่นไปนะคะจริงๆไม่ได้พิมพ์ค่ะแต่ว่าใช้ไมค์พูดเอา484848485555
แล้วก็ขอบคุณที่อ่านจบนะครับเป็นเพราะคุณอย่างสูงเลยค่ะแบบแทบจะกราบแทบเท้า
เพื่อนจะตัดเราเพราะว่าเราไปเล่นกับกลุ่มอื่นและเรื่องรถ
เรื่องมีอยู่ว่าเราจบจาก รร.เก่ากับเพื่อนมาต่อที่เดียวกันแค่สามคน มีเอกับบีนะคะ ละเอกับบีมาเรียนด้วยกันโดยมอไซค์ของเอ เข้ามาเรียนที่ใหม่เพื่อนเอกับเพื่อนบีที่เข้าสังคมเก่ง ก็ได้เพื่อนใหม่แต่เหมือนมันไม่ตรงจริตเรา
แล้วเทอมแรกคาบว่างช่วงบ่ายก็เยอะ บางวันเรียนแค่ครึ่งวัน พอกลับบ้านได้เขาก็กลับกันแต่เรานั่งรถรับส่งมาต้องรอรถรับส่ง เพราะที่บ้านไปทำงาน ด้วยความที่เลิกเรียนเร็วเพื่อนๆก็ชวนกันไปนั่นไปนี่ เราก็ไม่ไปด้วย อีกอย่างก็คือมอเตอร์ไซค์มันอันตราย(และแม่เราก็ไม่ค่อยอยากให้ขับหรือซ้อนกับคนที่ไม่ไว้ใจ) มันก็เลยทำให้เราต้องนั่งรอไปที่ห้องสมุดคนเดียวซึ่งก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเพราะเราเลือกเอง
แต่ที่นี้พอช่วงปลายเทอมแรกเพื่อนที่ชื่อเอกับบีก็มีปัญหากันค่ะ จนเอไปที่อื่น ก็เหลือแค่เรากับบี หลังจากที่ทะเลาะกับเอ บีก็ขับรถยนต์มาเอง (ตอนมาปฐมนิเทศก่อนหน้านี้บีก็ให้เรานั่งเป็นเพื่อนมาด้วยนะคะ) บีชอบชวนให้เรานั่งรถกลับบ้านด้วยค่ะเพราะทางเดียวกัน เราก็กลับด้วย หลังจากเรื่องเพื่อนเอกับบีทะเลาะกันผ่านไปสักพัก เราก็แฮปปี้กันดีค่ะ เพื่อนบีที่ได้เพื่อนใหม่ก็ชอบนั่งรถบีออกไปทานข้าวข้างนอกซึ่งเพื่อนก็มีชวนเราไปอยู่นะคะแต่ไม่ค่อยอยากไปค่ะเพราะว่ามันเปลืองเงิน แล้วก็เหมือนกับว่าบีกับเพื่อนใหม่เขาก็ไปเที่ยวกันอะไรแบบนี้พอทีนี้มาเทอม 2 b ไม่เอารถยนต์มาแล้วแต่เอามอเตอร์ไซค์มาซึ่งออกรถมอเตอร์ไซค์ใหม่แล้วมีก็เหมือนจะสังเกตความอะไรแปลกๆไป
บีเล่าให้เราฟังว่าตั้งแต่มีมีมอเตอร์ไซค์เพื่อนเพื่อนกลุ่มนั้นก็ไม่ชวนบีไปไหนมาไหนด้วยเลย บีก็เลยบอกว่าเหมือนกับว่าพอไม่มีรถยนต์เพื่อนก็ไม่ให้เล่นด้วยค่ะแต่ว่าเพื่อนกลุ่มนั้นเขาก็พอเทอม 2 มาเขาก็โดดเรียนบ่อยมาก ก็ไม่ได้ค่อยได้เจอกันแต่พอเจอหน้ากันเขาก็คุยกับบีปกตินะคะ พอวันนึงบีชวนเรากลับบ้านค่ะครั้งแรกที่ชวนเรากลับบ้านด้วยมอเตอร์ไซค์ซึ่งตอนเทอม 2 มันก็ตารางว่างมันก็ไม่ได้มีเยอะนะคะแล้วก็เราก็ได้เพื่อนที่รู้สึกว่าตรงสนิทกับเราแล้วก็ชอบไปคุยกันบางเลิกเรียนซึ่งปกติแล้วเนี่ยบีพอเลิกเรียนปุ๊บบีก็จะกลับบ้านทันทีซึ่งเราก็ไม่ได้คิดไม่ได้ห่วงอะไรตรงนี้ค่ะเพราะว่าเขาก็กลับทันทีเลยแล้วพอวันนั้นบีมาชวนกลับบ้านแล้วก็แอบเสียดายที่จะคุยกับเพื่อนคนนั้นค่ะแล้วอีกอย่างเราก็จ่ายค่ารถรับส่งเหมือนกันแต่ก็มีความเห็นแก่ตัวของเราด้วยค่ะเพราะในเทอมแรกเราไม่ได้คิดเรื่องค่ารถรับส่งแล้วคิดแต่ว่าอยากกลับบ้านอย่างเดียว แล้วหลังจากนั้นบีก็พูดเหมือนประชดเราว่าแหมตั้งแต่ไม่เอารถยนต์มาเนี่ยก็ไม่กลับบ้านด้วยกันเลยนะอะไรแบบนี้ค่ะพอครั้งที่ 2 บีก็มาชวนเราไปซื้อของตอนระหว่างวันค่ะอันนี้คือตอนถ้าพักเที่ยงอันนี้เรากลัวกลับเข้าโรงเรียนไม่ทันก็ไม่ค่อยอยากไปแต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนคิดแบบนั้นกับเราอีกเราก็เลยไปด้วยซึ่งก็เกือบไม่ทันค่ะพอรอบที่ 3 เพื่อนก็ชวนไปอีกแต่เราก็บอกว่าเออจะกลับด้วยตอนแรกก็ไม่ได้ว่าจะกลับด้วยนะคะแต่ทีนี้ก็ที่ไปคิดมาก็กลับด้วยสักหน่อยนานๆทีแต่สุดท้ายก็ไม่ได้กลับด้วยค่ะเพราะว่าเราก็ติดซ้อมสแตนแต่บีไม่ได้ซ้อมค่ะบีก็เลยกลับก่อน
แล้วก็มาอีกนานๆมาก็เป็นอีกวันนึงค่ะซึ่งมันเป็นวันปกติเลยแต่ที่นี้ด้วยความที่ว่าเราอ่ะขึ้นไปกับเพื่อนใหม่ที่ตรงจริตเรา 3 คนซึ่งปกติก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วคือบีชอบมาสายแล้วก็ถ้าสายไม่มากบีก็จะโทรให้เรายืนรอแล้วก็พวกเราก็ยืนรอแต่พอวันนั้นแล้วพวกเราขึ้นไปก่อนค่ะบีก็มากับเพื่อนอีกกลุ่มนึงซึ่งก่อนหน้านั้นประมาณวันสองวันบีก็ชอบไปกับกลุ่มนั้นบ่อยๆนะคะแล้วทีนี้พอขึ้นห้องมาบีก็เหมือนพูดอะไรเกี่ยวกับการบ้านถามอะไรเกี่ยวกับการบ้านนี่แหละค่ะเราก็ตอบบ้างแต่ทีนี้เหมือนมันมีบางคำที่เราไม่ได้ยินหรือเราไม่แน่ใจว่าบีถามใครเราก็เลยไม่ได้ตอบไปแล้วจากนั้นก็เลยเกิดปัญหาขึ้นค่ะพอลงไปทานข้าวกัน 3 คนคืออันนี้ยอมรับนะคะว่าเราลืมชวนบีลงไปทานข้าวด้วยเพราะว่าตอนนั้นอยากทานส้มตำมากแล้วก็แอบน้อยใจเพื่อนคนนึงที่บิดส้มตำเราแล้วสุดท้ายก็มันนึกได้ตอนกำลังนั่งทานข้าวค่ะตอนเห็นแล้วก็เห็น b มากับเพื่อนกลุ่มนั้นที่เขาไปไหนมาไหนด้วยบ่อยๆเราก็สังเกตความผิดแปลกไปคือเพื่อนกลุ่มนั้นมองเราแปลกๆเราก็คุยกับเราน้อยลงแล้วก็หลังจากนั้นมาก็มีคำพูดประชดประชันประมาณว่าแบบเออเนี่ยเอารถยนต์ไปนะเดี๋ยวเขาจะไม่เล่นด้วยอะไรแบบนี้ซึ่งไม่แน่ใจว่าพูดใส่เราหรือพูดใส่เพื่อนที่บีเคยไปอยู่ด้วยซึ่งมันก็ไม่สบายใจเราแต่ว่าจริงๆหลังจากวันที่เราเกิดปัญหาวันนั้นหลังจากวันนั้นเราก็วันถัดมาเราก็ถามบีตรงๆต่อหน้าเพื่อนในห้องเลยว่าบีเป็นอะไรบีก็ไม่บอกนะคะแต่เพื่อนที่บีไปไหนมาไหนด้วยเพื่อนเขาก็บอกกับเราค่ะว่าบอกเหตุผลนี้มาเราก็เลยรู้ตอนแรกเราก็เข้าใจว่าเราลืมชวนบีไปทานข้าวด้วยแต่ความจริงไม่ใช่ค่ะเพื่อนบอกว่าเรากับเพื่อนอีก 2 คนไม่คุยกับบีแต่ความจริงแล้วคือเราพวกเราไม่ได้ยินค่ะแล้วเพื่อนอีก 2 คนก็คือก็เป็นคนเงียบๆ อันนั้นก็งงว่าบีถามอะไรเราตอนไหนแล้วเราก็พยายามง้อบีมาแต่บีก็เหมือนทำท่าเหมือนว่าไม่คิดจะให้อภัยและจะตัดเรา
เพื่อนคนอื่นก็มองว่าเป็นแค่การน้อยใจปกติทั่วไปเพราะว่าบีก็เป็นคนที่งอนเราบ่อย แต่สำหรับเราคือเราอยู่กับเขามานานกว่าเพื่อนกลุ่มนั้นเราก็พอจะรู้ว่าเนี่ยเขาน่าจะกำลังตัดเราออกจากชีวิตหรือเปล่าอะไรแบบนี้แล้วเราก็คิดหนักเลยค่ะแต่หลังจากนั้นก็โอเคขึ้นแล้ว
แต่พอมาปิดเทอมปุ๊บมันก็แอบมาทำให้แบบนึกเสียดายบีค่ะเพราะเราก็ยังเห็นเขาเป็นเพื่อนอยู่เราก็เลยทักไปขอโทษประมาณว่าเออวันนั้นขอโทษนะที่เห็นแก่ตัวคิดไปคิดมาก็รู้สึกผิดอะไรประมาณนี้นะคะซึ่งไม่ได้แก้ตัวอะไรก็ยอมรับผิดไปค่ะแล้วบีเขาก็บอกกับเรามาว่าเขาไม่ชอบที่เราไปเล่นกับเพื่อนกลุ่มนั้นซึ่งเพื่อน 2 คนที่เราบอกว่าจงจะหยุดก็เป็นเพื่อนกับคนที่ในตอนแรกพี่เอกกับบีไปเล่นด้วยนะคะก็นั่นแหละเขาก็เลยบอกว่ากูเพราะว่าเขากลัวว่าเพื่อนกลุ่มนั้นน่ะเขาจะหลอกใช้เราเพราะว่าอาจจะเป็นเพราะเราเรียนเก่งกว่าเขานิดนึงก็แบบก็เลยหวังจะลอกงานเราอะไรแบบนี้ไม่ได้เห็นเราเป็นเพื่อนจริงๆซึ่งตอนนั้นเราก็บอกไปว่าเราก็พอจะรู้อยู่แต่เราก็แบบก็เต็มใจให้เพื่อนลอกเพราะอย่างน้อยก็เป็นมาจบมาด้วยกันอะไรแบบนี้คือไม่ได้โลกสวยนะคะแต่ก็อะไรทำนองนั้นก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรค่ะแล้วก็หลังจากนั้นมาแล้วเราก็ต่างคนต่างอยู่มันก็ happy กันโอเคดีค่ะเวลาเจอหน้ากันตอนเราขายของพ่อกับแม่เขาก็มาซื้อของกับเราก็ได้คุยกันนิดหน่อยอะไรแบบนี้เออตอนที่เจอหน้ากันตอนปิดเทอมตอนแรกๆเขาก็ไม่แน่ใจลงแซะเราหรือเปล่าแต่อาจจะไม่ใช่หรืออาจจะใช่แต่มันก็ไม่สบายใจแต่สุดท้ายก็โอเคแล้วค่ะหมายถึงว่ามันไม่ได้กลับไปหาไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมแต่เราก็ต่างคนต่างอยู่แล้วค่ะ
ทุกคนคิดว่ายังไงคะสามารถแสดงความคิดเห็นกันได้ทางบกทางลบเราพร้อมรับฟังมากๆๆๆๆๆค่ะ
ขออภัยถ้าพิมพ์ผิดพิมพ์ตกหล่นไปนะคะจริงๆไม่ได้พิมพ์ค่ะแต่ว่าใช้ไมค์พูดเอา484848485555
แล้วก็ขอบคุณที่อ่านจบนะครับเป็นเพราะคุณอย่างสูงเลยค่ะแบบแทบจะกราบแทบเท้า