การตอบโต้ของอิหร่านต่อฐานทัพสหรัฐฯ สร้างความเสียหายอย่างหนักและในบางจุด "ไม่สามารถกอบกู้คืนได้" (unsalvageable)

ฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย เสียหายอย่างหนักและในบางจุด "ไม่สามารถกอบกู้คืนได้" (unsalvageable)

อิหร่านได้โจมตีเป้าหมายมากกว่า 100 แห่ง ในฐานทัพ 11 แห่ง ครอบคลุม 7 ประเทศ ได้แก่ กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, บาห์เรน, จอร์แดน, คูเวต, อิรัก และซาอุดีอาระเบีย





เป้าหมายหลักที่ถูกทำลาย

บาห์เรน: อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือสหรัฐฯ (U.S. Navy regional headquarters) ซึ่งเป็นศูนย์กลางปฏิบัติการในภูมิภาค ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

กาตาร์: รันเวย์ที่ฐานทัพอากาศ Al-Udeid ถูกทำลายจนสิ้นซาก และโดมเรดาร์สื่อสาร (geodesic dome) ถูกโจมตีจนเสียหาย

คูเวต: เครื่องบินขับไล่ F-5 ของอิหร่านสามารถฝ่าระบบป้องกันภัยทางอากาศเข้าไปทิ้งระเบิดใส่ค่าย Camp Buehring ได้สำเร็จ

ยุทโธปกรณ์: มีรายงานการสูญเสียเครื่องบินขับไล่อย่างน้อย 1 ลำ, โดรน MQ-9 Reaper กว่า 12 ลำ, เครื่องบินเติมน้ำมัน MC-130 2 ลำ และเฮลิคอปเตอร์อีกหลายลำ



Mackenzie Eaglen นักวิชาการอาวุโสจาก AEI ประเมินค่าซ่อมแซมและสร้างใหม่เบื้องต้น สูงกว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนได้รับความเสียหายจน "ไม่สามารถกอบกู้คืนได้" และอาจต้องมีการทิ้งหรือปลดระวางฐานทัพบางแห่ง

มีรายงานว่าทำเนียบขาวได้ขอให้บริษัทดาวเทียมเอกชน (เช่น Planet Labs) ปกปิดข้อมูล โดยสั่งระงับการเผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมของฐานทัพที่ถูกโจมตีเพื่อความมั่นคงทางการดำเนินงาน (OPSEC) ขณะที่เพนตากอนปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดการประเมินความเสียหาย (Battle Damage Assessment) ต่อรัฐสภา

สงครามครั้งนี้ทำให้คลังแสงขีปนาวุธสำคัญของสหรัฐฯ เช่น Patriot และ Tomahawk ลดลงอย่างน่ากังวล ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการเผชิญหน้ากับศัตรูในภูมิภาคอื่นอย่างจีนหรือรัสเซียในอนาคต

https://x.com/rt_com/status/2049722959884152931

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่