#PTTEP #ทันหุ้น – PTTEP โบรกคาดกำไรสุทธิ Q1/2569 เพียง 8.9 พันล้านบาท ลดลง 46% YoY จากมีผลขาดทุนเฮดจิ้ง แต่ไตรมาส 2 กำไรพุ่งแตะ 2-2.2 หมื่นล้านบาท เหตุมีกำไรป้องกันความเสี่ยง-ราคาน้ำมันสูงขึ้น เชื่อกำไรทั้งปีนี้โตเด่น 32% แตะ 7.96 หมื่นล้านบาท หนุนปันผลมากขึ้น ดันดิวิเดนด์ยิลด์ 6-7% จึงแนะนำ ซื้อ เคาะราคาเป้าหมาย 180 บาทต่อหุ้น ระยะสั้นราคาหุ้นเคลื่อนไหวตามสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ
นายจักรพงศ์ เชวงศรี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ฝ่ายวิจัยยังคงแนะนำซื้อหุ้น บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เนื่องจากกำไรปีนี้ออกมาดีมาก คาดมีกำไรสุทธิ 7.96 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจาก ราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวระดับสูง และปันผลน่าจะมีอัพไซด์ ค่อนข้างมาก ทำให้ผลตอบแทนเงินปันผล (ดิวิเดนด์ยิลด์)ไปอยู่ที่ 6-7% ซึ่งถือว่าสูง
@Q1 ไม่เด่น
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 จะออกมาไม่ดี คาดมีกำไรสุทธิเพียง 8.9 พันล้านบาท ลดลง 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และลดลง 49% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) เนื่องจากมีผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Hedging Loss)ที่ประมาณ 8.4 พันล้านบาท (ส่วนใหญ่ยังไม่รับรู้จริง) เพราะทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงไว้สูงที่ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนกำไรปกติคาดว่าจะอยู่ที่ 1.73 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY และ 34% QoQ จากการปรับดีขึ้นในทุกด้านทั้งปริมาณขาย ต้นทุนต่อหน่วย และราคาขายเฉลี่ย แต่ยังไม่สะท้อนอัพไซด์ ของราคาน้ำมันเต็มที่ เนื่องจากความล่าช้าในการปรับราคา
ทั้งนี้หลังจากประกาศงบไตรมาส 1/2569 ออกมาแล้ว ราคาหุ้นปรับตัวลง มองเป็นจังหวะในการเข้าทยอยสะสม เพราะ ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 กำไรจะกลับมาดีมาก เนื่องจาก เพราะพลิกมีกำไรจากการป้องกันความเสี่ยงน้ำมัน (Hedging Gain) หรือมีผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงน้ำมันจะลดลง ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน จะเริ่มสะท้อนราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน
@คาด Q2 กำไร 2.2 หมื่นลบ.
โดยคาดกำไรปกติจะอยู่ที่ 2.0-2.2 หมื่นล้านบาท จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นต่อเนื่อง และส่วนลดราคาขายน้ำมันที่แคบลง 6-7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปริมาณขายคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1% QoQ ประมาณ 5.50 แสนบาร์เรล ขณะที่ต้นทนทุนต่อหน่วยคาดจะทรงตัว ปัจจัยเสี่ยงหลักมาจากสถานะป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันจำนวน 21 ล้านบาร์เรล
โดยระยะสั้นปัจจัยที่มีผลต่อราคาหุ้น PTTEP คือ เรื่องสงครามตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐ กับอิหร่าน ว่าจะสามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้หรือไม่ ซึ่งหากยังไม่สามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซลากยาวไปถึงไตรมาส3/2569 เชื่อว่านักลงทุนจะกลับเข้ามาซื้อขายหุ้นคึกคักอีกรอบ ส่วนกรณี UAE ประกาศออกจากสมาชิก OPEC และOPEC+ นั้น มองเป็นปัจจัยที่กระทบระยะกลางและระยะยาวมากกว่า โดยให้ราคาเหมาะสม PTTEP อยู่ที่ 180 บาทต่อหุ้น
@ปรับกำไรปี 69-70 ขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดกำไรไตรมาส 1/2569 ของ PTTEP อยู่ที่ 8.7 พันล้านบาท ลดลง 50% QoQ และลดลง 47% YoY สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกช่วงปลายไตรมาส (เดือนมี.ค.) จากเหตุการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ทำให้คาดว่าจะรับรู้ขาดทุนจากอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันราว 8.5 พันล้านบาท โดยเฉพาะรายการ Mark-to-Market สถานะป้องกันความเสี่ยง ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 (ราว 21 ล้านบาร์เรล หรือ ราว 10-13% ของปริมาณขายทั้งปี)
ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยคาดเพิ่มขึ้น 7% QoQ เทียบกับราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 36% QoQ เนื่องจากสัดส่วนการขายกว่า 70% เป็นก๊าซซึ่งเป็นสัญญาราคาขายระยะยาว ขณะที่การจำหน่ายน้ำมันบางโครงการมี Lag-Time และอ้างอิงราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเพิ่มขึ้นน้อยกว่านน้ำมันดิบดูไบ
ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2570 ขึ้น 1-8% เป็น 6.8 หมื่นล้านบาท โดยรวมขาดทุน Hedging เข้ามาไว้ในประมาณการ และปรับเพิ่ม Liquid Discount ปี 2569 เป็น 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งนี้ประมาณการกำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 8-14% ตามราคาขายก๊าซ และน้ำมัน หากกำไรสุทธิไตรมาส1/2569 ตามคาดจะคิดเป็น 13% ของทั้งปี แต่ช่วงที่เหลือของปีเร่งขึ้นจาก ขาดทุน Hedging ลดลง, การปรับสัญญาขายก๊าซเดือนเมษายน และตุลาคม และปริมาณขายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไตรมาส 4/2569 อีกทั้ง หากเหตุการณ์ยืดเยื้อกว่าคาคาดประเมิน Sensitivity ราคาน้ำมันทุก 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลต่อกำไร 1 พันล้านบาท โดยประเมินราคาเหมาะะสมที่ 164 บาทต่อหุ้น

PTTEP กำไรไตรมาส1ไม่เด่น โค้งสองดีดแรงทะลุ2หมื่นลบ.
#PTTEP #ทันหุ้น – PTTEP โบรกคาดกำไรสุทธิ Q1/2569 เพียง 8.9 พันล้านบาท ลดลง 46% YoY จากมีผลขาดทุนเฮดจิ้ง แต่ไตรมาส 2 กำไรพุ่งแตะ 2-2.2 หมื่นล้านบาท เหตุมีกำไรป้องกันความเสี่ยง-ราคาน้ำมันสูงขึ้น เชื่อกำไรทั้งปีนี้โตเด่น 32% แตะ 7.96 หมื่นล้านบาท หนุนปันผลมากขึ้น ดันดิวิเดนด์ยิลด์ 6-7% จึงแนะนำ ซื้อ เคาะราคาเป้าหมาย 180 บาทต่อหุ้น ระยะสั้นราคาหุ้นเคลื่อนไหวตามสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ
นายจักรพงศ์ เชวงศรี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ฝ่ายวิจัยยังคงแนะนำซื้อหุ้น บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เนื่องจากกำไรปีนี้ออกมาดีมาก คาดมีกำไรสุทธิ 7.96 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจาก ราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวระดับสูง และปันผลน่าจะมีอัพไซด์ ค่อนข้างมาก ทำให้ผลตอบแทนเงินปันผล (ดิวิเดนด์ยิลด์)ไปอยู่ที่ 6-7% ซึ่งถือว่าสูง
@Q1 ไม่เด่น
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 จะออกมาไม่ดี คาดมีกำไรสุทธิเพียง 8.9 พันล้านบาท ลดลง 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และลดลง 49% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) เนื่องจากมีผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Hedging Loss)ที่ประมาณ 8.4 พันล้านบาท (ส่วนใหญ่ยังไม่รับรู้จริง) เพราะทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงไว้สูงที่ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนกำไรปกติคาดว่าจะอยู่ที่ 1.73 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY และ 34% QoQ จากการปรับดีขึ้นในทุกด้านทั้งปริมาณขาย ต้นทุนต่อหน่วย และราคาขายเฉลี่ย แต่ยังไม่สะท้อนอัพไซด์ ของราคาน้ำมันเต็มที่ เนื่องจากความล่าช้าในการปรับราคา
ทั้งนี้หลังจากประกาศงบไตรมาส 1/2569 ออกมาแล้ว ราคาหุ้นปรับตัวลง มองเป็นจังหวะในการเข้าทยอยสะสม เพราะ ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 กำไรจะกลับมาดีมาก เนื่องจาก เพราะพลิกมีกำไรจากการป้องกันความเสี่ยงน้ำมัน (Hedging Gain) หรือมีผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงน้ำมันจะลดลง ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน จะเริ่มสะท้อนราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน
@คาด Q2 กำไร 2.2 หมื่นลบ.
โดยคาดกำไรปกติจะอยู่ที่ 2.0-2.2 หมื่นล้านบาท จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นต่อเนื่อง และส่วนลดราคาขายน้ำมันที่แคบลง 6-7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปริมาณขายคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1% QoQ ประมาณ 5.50 แสนบาร์เรล ขณะที่ต้นทนทุนต่อหน่วยคาดจะทรงตัว ปัจจัยเสี่ยงหลักมาจากสถานะป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันจำนวน 21 ล้านบาร์เรล
โดยระยะสั้นปัจจัยที่มีผลต่อราคาหุ้น PTTEP คือ เรื่องสงครามตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐ กับอิหร่าน ว่าจะสามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้หรือไม่ ซึ่งหากยังไม่สามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซลากยาวไปถึงไตรมาส3/2569 เชื่อว่านักลงทุนจะกลับเข้ามาซื้อขายหุ้นคึกคักอีกรอบ ส่วนกรณี UAE ประกาศออกจากสมาชิก OPEC และOPEC+ นั้น มองเป็นปัจจัยที่กระทบระยะกลางและระยะยาวมากกว่า โดยให้ราคาเหมาะสม PTTEP อยู่ที่ 180 บาทต่อหุ้น
@ปรับกำไรปี 69-70 ขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดกำไรไตรมาส 1/2569 ของ PTTEP อยู่ที่ 8.7 พันล้านบาท ลดลง 50% QoQ และลดลง 47% YoY สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกช่วงปลายไตรมาส (เดือนมี.ค.) จากเหตุการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ทำให้คาดว่าจะรับรู้ขาดทุนจากอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันราว 8.5 พันล้านบาท โดยเฉพาะรายการ Mark-to-Market สถานะป้องกันความเสี่ยง ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 (ราว 21 ล้านบาร์เรล หรือ ราว 10-13% ของปริมาณขายทั้งปี)
ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยคาดเพิ่มขึ้น 7% QoQ เทียบกับราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 36% QoQ เนื่องจากสัดส่วนการขายกว่า 70% เป็นก๊าซซึ่งเป็นสัญญาราคาขายระยะยาว ขณะที่การจำหน่ายน้ำมันบางโครงการมี Lag-Time และอ้างอิงราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเพิ่มขึ้นน้อยกว่านน้ำมันดิบดูไบ
ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2570 ขึ้น 1-8% เป็น 6.8 หมื่นล้านบาท โดยรวมขาดทุน Hedging เข้ามาไว้ในประมาณการ และปรับเพิ่ม Liquid Discount ปี 2569 เป็น 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งนี้ประมาณการกำไรปกติจะเพิ่มขึ้น 8-14% ตามราคาขายก๊าซ และน้ำมัน หากกำไรสุทธิไตรมาส1/2569 ตามคาดจะคิดเป็น 13% ของทั้งปี แต่ช่วงที่เหลือของปีเร่งขึ้นจาก ขาดทุน Hedging ลดลง, การปรับสัญญาขายก๊าซเดือนเมษายน และตุลาคม และปริมาณขายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไตรมาส 4/2569 อีกทั้ง หากเหตุการณ์ยืดเยื้อกว่าคาคาดประเมิน Sensitivity ราคาน้ำมันทุก 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลต่อกำไร 1 พันล้านบาท โดยประเมินราคาเหมาะะสมที่ 164 บาทต่อหุ้น