สวัสดีค่ะ
ปกติเราเข้าร้านเซเว่นประมาณเดือนละ 7 ครั้ง และสั่งเดลิเวอรี่ประมาณ 10 ครั้งต่อเดือน
จากการใช้งานในระดับนี้ ทำให้พอเห็น “รูปแบบบางอย่าง” ที่น่าสนใจในเชิงธุรกิจ
สิ่งที่สังเกตได้คือ
เดลิเวอรี่ของเซเว่นค่อนข้างเร็ว เมื่อเทียบกับ Lotus's
ระยะเวลาการจัดส่งค่อนข้างสม่ำเสมอ
พอรวมกันแล้ว มันทำให้เรามองว่าโมเดลนี้น่าจะไม่ได้โฟกัสแค่ “กำไรต่อออเดอร์”
แต่เหมือนกำลังเน้นเรื่องอื่น เช่น
Customer Habit / Frequency
ทำให้ลูกค้าคุ้นเคยกับการสั่งบ่อยๆ
Last-mile Advantage
ด้วยจำนวนสาขาที่กระจายตัวสูง ทำให้การจัดส่งทำได้เร็ว
Ecosystem Play
อาจไม่ได้หวังกำไรจากเดลิเวอรี่โดยตรง แต่ไปสร้างมูลค่าในระยะยาวแทน
แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ยังมีคำถามว่า
ต้นทุนต่อออเดอร์จริงๆ อยู่ในระดับไหน
ความเร็วที่ได้มา มี trade-off อะไรซ่อนอยู่หรือไม่
และโมเดลแบบนี้ จะยังแข่งขันได้ไหม ถ้าคู่แข่งปรับตัวตาม
เลยอยากถามความคิดเห็นคนที่มองในเชิงธุรกิจ หรือเคยใช้บริการว่า
คิดว่าโมเดลเดลิเวอรี่ของเซเว่นตอนนี้ เป็นการลงทุนเพื่อครองพฤติกรรมผู้บริโภค หรือมันมี profitability ที่ซ่อนอยู่แล้ว
“โมเดลเดลิเวอรี่ของเซเว่นที่เร็ว กำลังแลกอะไรอยู่ในเชิงธุรกิจ?”
ปกติเราเข้าร้านเซเว่นประมาณเดือนละ 7 ครั้ง และสั่งเดลิเวอรี่ประมาณ 10 ครั้งต่อเดือน
จากการใช้งานในระดับนี้ ทำให้พอเห็น “รูปแบบบางอย่าง” ที่น่าสนใจในเชิงธุรกิจ
สิ่งที่สังเกตได้คือ
เดลิเวอรี่ของเซเว่นค่อนข้างเร็ว เมื่อเทียบกับ Lotus's
ระยะเวลาการจัดส่งค่อนข้างสม่ำเสมอ
พอรวมกันแล้ว มันทำให้เรามองว่าโมเดลนี้น่าจะไม่ได้โฟกัสแค่ “กำไรต่อออเดอร์”
แต่เหมือนกำลังเน้นเรื่องอื่น เช่น
Customer Habit / Frequency
ทำให้ลูกค้าคุ้นเคยกับการสั่งบ่อยๆ
Last-mile Advantage
ด้วยจำนวนสาขาที่กระจายตัวสูง ทำให้การจัดส่งทำได้เร็ว
Ecosystem Play
อาจไม่ได้หวังกำไรจากเดลิเวอรี่โดยตรง แต่ไปสร้างมูลค่าในระยะยาวแทน
แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ยังมีคำถามว่า
ต้นทุนต่อออเดอร์จริงๆ อยู่ในระดับไหน
ความเร็วที่ได้มา มี trade-off อะไรซ่อนอยู่หรือไม่
และโมเดลแบบนี้ จะยังแข่งขันได้ไหม ถ้าคู่แข่งปรับตัวตาม
เลยอยากถามความคิดเห็นคนที่มองในเชิงธุรกิจ หรือเคยใช้บริการว่า
คิดว่าโมเดลเดลิเวอรี่ของเซเว่นตอนนี้ เป็นการลงทุนเพื่อครองพฤติกรรมผู้บริโภค หรือมันมี profitability ที่ซ่อนอยู่แล้ว