บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เบรนท์ทะลุ 118 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สงครามกับอิหร่านยังมีสัญญาณน้อยมากว่าจะยุติลงในเร็ววัน ส่งผลให้การเกือบปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญ ยังคงยืดเยื้อและสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดโลก
น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) พุ่งขึ้นมากสุด 2.6% สู่ระดับ 109.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพฤหัสบดี (30 เม.ย.69) เพิ่มขึ้นเป็นวันที่สี่ติดต่อกัน ส่วนเบรนท์ปิดเหนือระดับ 118 ดอลลาร์ในช่วงการซื้อขายก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2022 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวแอ็กซิออกส Axios ว่าเขาจะไม่ยกเลิกการปิดล้อมทางเรือที่เข้า-ออกอิหร่านจนกว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับเตหะรานได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านก็ไม่มีท่าทีว่าจะยอมถอยเช่นกัน
ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดโดยพฤตินัยนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์น้ำมันถูกตัดขาด และดันให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น เมื่อวันอังคาร ทรัมป์ได้หารือเกี่ยวกับมาตรการที่สหรัฐสามารถใช้เพื่อยืดระยะเวลาการปิดล้อมทางทะเล ขณะเดียวกันก็ลดผลกระทบต่อผู้บริโภคชาวอเมริกัน ในการประชุมร่วมกับผู้บริหารบริษัทน้ำมันและการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ ตามแถลงของทำเนียบขาว
“ยิ่งช่องแคบปิดนานเท่าไร ราคาก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น” เดนนิส คิสเลอร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายเทรดดิ้งของ BOK Financial Securities Inc กล่าว “เกมแห่งการรอคอยในระยะยาวเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น แต่ก็อาจเป็นสูตรที่จำเป็นในการผลักดันให้ความขัดแย้งเดินหน้าไปสู่จุดจบในที่สุด”
เจ้าหน้าที่อิหร่านยังคงท้าทาย โมห์เซน เรซาอี ที่ปรึกษาทางการทหารของผู้นำสูงสุด ให้คำมั่นว่าประเทศจะตอบโต้หากสหรัฐยังคงปิดล้อมต่อไป ตามรายงานของสื่อรัฐ ส่วนประธานรัฐสภา โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ กล่าวหาทรัมป์ว่าพยายามบังคับให้เตหะรานยอมจำนนผ่านแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการสร้างความแตกแยกภายในประเทศ ตามรายงานของสำนักข่าวทาสนิม
การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซโดยสหรัฐและอิหร่านทำให้จำนวนเรือที่ผ่านช่องแคบต่อวันลดลงเกือบเป็นศูนย์ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางครั้งนี้เป็นช็อกด้านอุปทานครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะที่ Vitol Group ระบุว่าตลาดกำลังเผชิญการสูญเสียอุปทานราว 1 พันล้านบาร์เรล
สหรัฐกำลังดำเนินการยึดเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน ซึ่งถูกกองทัพเรือยึดไว้ระหว่างการบังคับใช้มาตรการปิดล้อม ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากทำเนียบขาว วอชิงตันได้สั่งให้เรือหลายสิบลำหันหัวกลับตั้งแต่การปิดล้อมเริ่มต้นเมื่อวันที่ 13 เมษายน
การยึดน้ำมันบนเรือที่เชื่อมโยงกับอิหร่านจะถือเป็นการยกระดับปฏิบัติการโจมตีทางเศรษฐกิจของทรัมป์ และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของวอชิงตันต่อการค้าน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาหลังการโค่นอำนาจประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร
การส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ผู้ซื้อทั่วโลกหันมาซื้อจากผู้ผลิตอเมริกันเพื่อทดแทนอุปทานที่หายไปจากตะวันออกกลาง ปริมาณการส่งออกทะลุ 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน แซงหน้าสถิติเก่าราว 5.3 ล้านบาร์เรลที่ทำไว้ช่วงปลายปี 2023
อัปเดตราคาเช้าพฤหัสบดีนี้ (30 เม.ย.69)
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับขึ้น 1.5% สู่ระดับ 108.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเวลา 6:59 น. ตามเวลาในสิงคโปร์
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปิดเพิ่มขึ้น 6.1% ที่ระดับ 118.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพุธ
น้ำมันดิบเบรนท์พุ่งใกล้ $120 หลังทรัมป์ขู่ปิดฮอร์มุซยาว