หลังจากผ่านไปนานม๊ากกกกก… ก็กลับไปดู ทฤษฎีสีชมพู (GAP The series) อีกรอบ แบบดูตั้งแต่ต้นจนจบจริงจังเลย
พูดตรงๆ GAP ไม่ใช่ซีรีส์ที่ดีที่สุดนะ ถ้าวัดตามมาตรฐานตอนนี้คืออยู่ระดับกลางๆ
การแสดงของ ฟรีน กับ เบคกี้ ตอนนั้นคือโอเคนะ คงเส้นคงวา เล่นถึงคาแรกเตอร์ แต่ยังไม่ถึงขั้นว้าว อารมณ์โดยเฉพาะสายตายังไม่คมเท่าไหร่ เหมือนยังไม่สุด
พล็อตคือเบาๆ เรียบๆ แล้วก็มีตัวละครเยอะไปหน่อย
ความสัมพันธ์ก็แอบงงๆ บางช่วงรักกันจะเป็นจะตาย อีกแป๊บห่างกันเฉย มันเลยไม่ค่อยรู้สึกว่าไหลลื่นแบบธรรมชาติเท่าไหร่
เลิฟซีนก็ยังไม่ถึงระดับ The Loyal Pin หรือ Heart Code แต่เคมี ฟรีนเบคกี้ คือดีมาตลอด อันนี้เถียงไม่ได้
ถ้าวัดเรื่องคุณภาพล้วนๆ คือมีซีรีส์ที่ดีกว่า GAP ได้สบายๆ สัก 7–8 เรื่อง
แต่… GAP คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับวงการ GL
ก่อน GAP คือแทบไม่มีใครสน GL เลย เพราะมองว่า “ทำไปก็ไม่ได้กำไร” “ไม่มีฐานแฟน” อะไรแบบนี้ แต่ GAP มันพิสูจน์ให้เห็นแบบชัดๆ ว่า GL ทำเงินได้จริง ฟรีนเบคกี้ ไปงานไหน เอนเกจแรงทุกงาน อันนี้คือของจริง ถึงตอนนี้เกลียดบริษัทนี้มากก็เหอะแต่ต้องยอมรับว่า IdolFactory ไม่ได้ขายแค่ตัวซีรีส์ เขาปั้นทั้ง ecosystem เลย แฟนมีต แบรนด์ดีล ของขาย ทำเงินจริงจัง และรายได้คือโหดมาก ระดับที่วงการบันเทิงไทยไม่ค่อยมีใครทำได้ขนาดนั้น
ทำให้นักลงทุนรายใหญ่ๆ เงินหนาๆ เริ่มขยับเข้ามา
พูดง่ายๆ ถ้าไม่มี ทฤษฎีสีชมพู GAP The series วันนี้อาจไม่มี GL ให้แข่งกันเต็มตลาดแบบนี้ก็ได้ มันสำคัญขนาดนั้นแหละ
สรุปสั้นๆ: ทฤษฎีสีชมพู GAP The series อาจไม่ใช่ซีรีส์ GL ที่ดีที่สุด แต่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับวงการ GL
ทฤษฎีสีชมพู (GAP The series) ไม่ใช่ซีรีส์ที่ดีที่สุด...
หลังจากผ่านไปนานม๊ากกกกก… ก็กลับไปดู ทฤษฎีสีชมพู (GAP The series) อีกรอบ แบบดูตั้งแต่ต้นจนจบจริงจังเลย
พูดตรงๆ GAP ไม่ใช่ซีรีส์ที่ดีที่สุดนะ ถ้าวัดตามมาตรฐานตอนนี้คืออยู่ระดับกลางๆ
การแสดงของ ฟรีน กับ เบคกี้ ตอนนั้นคือโอเคนะ คงเส้นคงวา เล่นถึงคาแรกเตอร์ แต่ยังไม่ถึงขั้นว้าว อารมณ์โดยเฉพาะสายตายังไม่คมเท่าไหร่ เหมือนยังไม่สุด
พล็อตคือเบาๆ เรียบๆ แล้วก็มีตัวละครเยอะไปหน่อย
ความสัมพันธ์ก็แอบงงๆ บางช่วงรักกันจะเป็นจะตาย อีกแป๊บห่างกันเฉย มันเลยไม่ค่อยรู้สึกว่าไหลลื่นแบบธรรมชาติเท่าไหร่
เลิฟซีนก็ยังไม่ถึงระดับ The Loyal Pin หรือ Heart Code แต่เคมี ฟรีนเบคกี้ คือดีมาตลอด อันนี้เถียงไม่ได้
ถ้าวัดเรื่องคุณภาพล้วนๆ คือมีซีรีส์ที่ดีกว่า GAP ได้สบายๆ สัก 7–8 เรื่อง
แต่… GAP คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับวงการ GL
ก่อน GAP คือแทบไม่มีใครสน GL เลย เพราะมองว่า “ทำไปก็ไม่ได้กำไร” “ไม่มีฐานแฟน” อะไรแบบนี้ แต่ GAP มันพิสูจน์ให้เห็นแบบชัดๆ ว่า GL ทำเงินได้จริง ฟรีนเบคกี้ ไปงานไหน เอนเกจแรงทุกงาน อันนี้คือของจริง ถึงตอนนี้เกลียดบริษัทนี้มากก็เหอะแต่ต้องยอมรับว่า IdolFactory ไม่ได้ขายแค่ตัวซีรีส์ เขาปั้นทั้ง ecosystem เลย แฟนมีต แบรนด์ดีล ของขาย ทำเงินจริงจัง และรายได้คือโหดมาก ระดับที่วงการบันเทิงไทยไม่ค่อยมีใครทำได้ขนาดนั้น
ทำให้นักลงทุนรายใหญ่ๆ เงินหนาๆ เริ่มขยับเข้ามา
พูดง่ายๆ ถ้าไม่มี ทฤษฎีสีชมพู GAP The series วันนี้อาจไม่มี GL ให้แข่งกันเต็มตลาดแบบนี้ก็ได้ มันสำคัญขนาดนั้นแหละ
สรุปสั้นๆ: ทฤษฎีสีชมพู GAP The series อาจไม่ใช่ซีรีส์ GL ที่ดีที่สุด แต่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับวงการ GL