เป็นรุกที่ยอมรับให้แฟนมา 5 ปี จนถึงจุดที่ตัวตนพัง... ปรึกษาทางออกของความสัมพันธ์ครับ

เรารักกับแฟนมาเข้าปีที่ 5 แล้ว...
คู่ของเราเป็นคู่รักเกย์ที่ภาพลักษณ์ภายนอกอาจจะดูชัดเจนว่าเขาเป็นรุก และเราเป็นรับ แต่ในความเป็นจริง ลึกๆ แล้วเราเคยเป็นรุกมาก่อน และยังคงมีตัวตนนั้นซ่อนอยู่ลึกๆเสมอ ที่ผ่านมาเรายอมรับบทบาทนี้ได้บ้าง และมีความสุขกับมัน แต่ส่วนลึกในใจมันยังโหยหาการได้กลับไปเป็นรุกอยู่เป็นระยะ ซึ่งเราก็กดทับความรู้สึกส่วนนั้นไว้โดยตลอด และเชื่อว่าเติบเต็มส่วนที่ขาดหายนั้นได้จากความรักที่เค้ามอบให้
ในอดีต เราอาจจะเคย One Night Stand ในฐานะรับได้ แต่ถ้าจะเลือกใครสักคนมาเป็นแฟน เราจะเลือกคบเฉพาะคนที่เป็นรับเท่านั้น จนกระทั่งมาเจอเขา-แฟนคนปัจจุบัน คนที่เปลี่ยนทุกความเชื่อของเรา ทั้งความใจดี ความอบอุ่น และความเชื่อมั่นในความรักที่เขามอบให้ มันทำให้เรายอมวางเกราะกำบังทิ้งไป เรากลายเป็นเหมือน "ผู้หญิงตัวเล็กๆ" ที่ต้องการการปกป้อง เรามีความสุขและรู้สึกปลอดภัยมากเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขา
แต่มันก็เกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า "แล้วตัวตนจริงๆ ของเราคืออะไรกันแน่?" เพราะในวันที่เราอยู่คนเดียว เรายังคงเป็นคนเดิมที่บ้าบิ่น ชอบผจญภัย และชอบที่จะเป็นผู้ล่ แต่พออยู่กับเขา เรากลับกลายเป็นคนละคน
ในแง่ของความสัมพันธ์ 5 ปีที่ผ่านมามันดีจนน่าอิจฉา เราดูแลกันและกันอย่างดี ทัศนคติและการใช้ชีวิตไปในทิศทางเดียวกันหมด แค่มองตากันเราก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบ ยกเว้นเรื่องเดียว... คือเราเป็นฝ่ายรับให้เขามาตลอด 5 ปี
จนมาถึงปีนี้ ความรู้สึกมันเริ่มมาถึงขีดจำกัด เราเหนื่อยกับการเป็นรับ และเริ่มโหยหาการเป็นรุกอย่างรุนแรง จนนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดคือการ "ซื้อบริการ" เพื่อระบายความต้องการนั้น และเขาก็จับได้...
ตอนนี้เราเหมือนคนมืดแปดด้าน ความเชื่อใจมันพังทลายลงเหมือนแก้วที่แตกไปแล้ว เราอยู่ในจุดที่ต้องเลือกว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ซึ่งมันยากมาก เพราะจะให้เราไปรุกใส่เขา เราก็ทำไม่ได้ เพราะเขาไม่ใช่สเป็ครับของเรา เราติดภาพมองเขาเป็นผู้ชายตัวใหญ่ที่ดูแมนมากจนเราไม่อยากไปรุกเขา และเขาก็คงไม่มีความสุขถ้าต้องมารับให้เราเหมือนกัน
เราสองคนยังรักกันมาก แต่มันเหมือนมีแผลเป็นขนาดใหญ่คั่นกลาง เรากลัวว่าถ้าฝืนไปต่อ วันหนึ่งแผลนี้จะปริออกมาและแก้วใบนี้ก็จะแตกละเอียดอีกครั้ง
เรารู้แค่ว่า... เรายอมเป็นรับให้เขาได้เพราะความรัก แต่นั่นมันไม่ใช่ทั้งหมดของตัวตนเรา และเราไม่รู้เลยว่าเรื่องนี้จะหาทางออกที่จบลงอย่างสวยงามได้อย่างไร
เมื่อได้มีโอกาสพูดคุยเปิดอก ยอมรับในข้อเท็จจริงและพิจรณาความสัมพันธ์ออกมาแล้ว เราทั้งคู่ต่างยอมรับความจริงที่ว่า เรานั้นยังคงรักกันอยู่ แต่ความเชื่อมั่นและเชื่อใจนั้นต่างออกไป และถ้าหากจะไปกันต่อ แน่นอนว่าเราต้องหาทางออกให้กับปัญหานี้ เพื่อที่จะประคับประคลองความสัมพันธ์ของเราไปข้างหน้า และเรายังไม่มีคำตอบนั้น โดยคาดว่าเราจะได้ข้อสรุปที่จะใช้ตกลงกันสัปดาห์หน้า
โดยเราได้ลองศึกษากรณีตัวอย่าง และพิจรณาความรู้สึกและความเป็นไปได้ จนออกมาเป็น 3 ทางเลือกที่จะใช้พูดคุยกับเค้า ได้แก่
1.ไปต่อแบบเดิม  ลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทำเหมือนไม่มีอะไร > สิ่งที่ต้องเพชิญคือความไม่ไว้ใจที่ยังคงอยู่ และแน่นอนว่ามันต้องวนกลับมาทุกครั้งที่มีปัญหา และบั่นทอนความรักและความเชื่อใจของคู่เราไปช้าๆ จนในที่สุดมันก็คงพังลงอย่างหลีกเลี้ยงไม่ได้
2.ปรับรูปแบบความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ หากเราทั้งคู่ยังคงเชื่อมั่นในความรักที่ยังคงอยู่ และพร้อมจะเดินไปต่อด้วยกัน > วิธีการคือเราต้องพูดคุยตกลงกันให้ชัดเจน เรื่องขอบเขตและกฎ เกณฑ์ ถ้าตกลงกันได้จริง ความต้องการของเราทั้งคู่ก็จะได้รับการตอบสนองและไปต่อได้ แต่เราเองก็ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ และไม่รู้ด้วยว่าขอบเขตมันต้องวางไว้ตรงไหน และจะยอมรับข้อนั้นได้จริงๆไหม ยิ่งไปด้ว่านั้นคำถามที่สำคัญมากกว่าคือ แฟนจะสามารถยอมรับได้จริงๆหรือแค่ยอมทน เพราะถ้าหากยอมรับเพื่อให้ความรักมันเดินไปต่อโดยที่ส่วนลึกของแฟนก็ไม่ต้องการแบบนั้น แฟนจะต้องแบกรับความเจ็บปวดไปเรื่อยๆจนสุดท้ายมันจะพังลงและแตกสลายมากกว่าเดิม และตัวเราเองก็ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของคู่เรามันกลายเป็น Open Relationship เต็มรูปแบบ ใครจะไปเอากับใครก็ได้แต่แค่กลับมารักกัน ผมแองก็ไม่อยากเห็นภาพนั้นในคู่ชีวิตนี้
3.จบความสัมพันธ์ด้วยดี ถึงแม้ว่าจะเสียดายและความรู้สึกดีๆที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 5 ปี แต่ดีกว่าฝืนไปต่อด้วยความไม่สื่อสัตย์ต่อตัวเอง และพังทลายลงอย่างช้าๆ สิ่งที่ได้รับคือ ความเจ็บปวดที่ซื่อสัตย์และการก้าวข้ามความสัมพันธ์ในครั้งนี้
 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่