สหรัฐฯ อัดฉีดงบ 6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 216,000 ล้านบาท เร่งเครื่องโครงการ B-21 Raider

สหรัฐฯ อัดฉีดงบ 6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 216,000 ล้านบาท  เร่งเครื่องโครงการ B-21 Raider พลิกโฉมยุทธศาสตร์เครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน

https://www.facebook.com/share/p/1DyMGKQEQW/?mibextid=wwXIfr


วันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาประกาศเร่งรัดโครงการพัฒนาเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนยุคใหม่ B-21 Raider อย่างเต็มกำลัง โดยล่าสุดได้รับการอัดฉีดงบประมาณเพิ่มเติมสูงถึง 6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 216,000 ล้านบาท  เพื่อเร่งกระบวนการสร้างและทดสอบให้เสร็จสมบูรณ์เร็วยิ่งขึ้น

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการตอบสนองโดยตรงต่อความก้าวหน้าของประเทศจีน ที่กำลังซุ่มพัฒนาเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนรุ่น H-20 ซึ่งมีลักษณะและขีดความสามารถใกล้เคียงกับ B-21 Raider ของสหรัฐอเมริกา

การเพิ่มเงินทุนจำนวนมหาศาลในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการเริ่มต้นโครงการใหม่ แต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ของกระทรวงสงครามสหรัฐฯ (Department of War) ในการเร่งรัดขั้นตอนการทดสอบและผลักดันเครื่องบินเข้าสู่สายการผลิตให้เร็วที่สุด เพื่อให้พร้อมประจำการในกองทัพโดยเร็ว

โดยงบประมาณเพิ่มเติมนี้ถูกประกาศให้เป็นส่วนหนึ่งของคำของบประมาณประจำปีงบประมาณ 2027 (FY2027) เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา

สำหรับเครื่องบิน B-21 Raider ซึ่งได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยบริษัท Northrop Grumman ถือเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ Long Range Strike Bomber (LRS-B) ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ

โดยมีเป้าหมายหลักในการนำมาทดแทนเครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่นเก่าที่ใช้งานมาอย่างยาวนานอย่าง B-1B Lancer และ B-2 Spirit นอกจากนี้ยังถูกออกแบบมาให้ปฏิบัติงานสอดประสานและเสริมเขี้ยวเล็บให้กับฝูงบินทิ้งระเบิด B-52J Stratofortress ที่เปรียบเสมือนตำนานที่เป็นอมตะของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา

จุดเด่นสำคัญของ B-21 Raider คือ ขีดความสามารถในการลอบเจาะลึกเข้าไปในดินแดนของศัตรูเพื่อทำลายเป้าหมายสำคัญทางยุทธศาสตร์โดยไม่ถูกตรวจจับ

ในสมรภูมิรบยุคใหม่ที่มักถูกชี้วัดความสำเร็จด้วยเครือข่ายเรดาร์ที่หนาแน่น ขีปนาวุธพื้นสู่อากาศพิสัยไกล ระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (EW) และระบบต่อต้านการเข้าถึง และปฏิเสธการครอบครองพื้นที่ (A2/AD) ซึ่งสภาพแวดล้อมเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคและอันตรายอย่างยิ่งต่อเครื่องบินรบทั่วไปและเฮลิคอปเตอร์

ตลาดระยะเวลาที่ผ่านมา ปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐฯ มักพึ่งพาขีปนาวุธร่อนและอาวุธโจมตีระยะไกล (Stand-off weapons) จากภายนอกน่านฟ้าศัตรู ซึ่งแม้จะมีประสิทธิภาพแต่ก็มีราคาแพงและขาดความยืดหยุ่นระหว่างปฏิบัติภารกิจ ซึ่งต่างจาก B-21 ที่สามารถบินทะลวงผ่านน่านฟ้าศัตรู บินวนรอสังเกตการณ์ และเข้าโจมตีเป้าหมายได้ทันทีตามต้องการ

นอกจากนี้ B-21 Raider ยังได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีสุดล้ำที่เปลี่ยนให้ตัวเครื่องกลายเป็นแพลตฟอร์มด้านข่าวกรอง การเฝ้าระวัง และการลาดตระเวน (ISR) ประสิทธิภาพสูงอีกด้วย ทำให้ B-21 Raider ทำหน้าที่เสมือนศูนย์บัญชาการและโจมตีล่องหนลอยฟ้า ที่คอยทำหน้าที่เป็นโหนดประสานงานร่วมกับโดรน ดาวเทียม และขีปนาวุธอื่น ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

การเร่งรัดโครงการดังกล่าวถูกมองว่ามีความสำคัญต่อการรับมือกับเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนรุ่น H-20 ของจีน ซึ่งยังอยู่ในสถานะโครงการลับและไม่ได้เปิดเผยอย่างเป็นทางการ โดยมีการประเมินว่า หากพัฒนาได้สำเร็จ อาจเพิ่มขีดความสามารถในการโจมตีระยะไกลในระดับครอบคลุมทั่วโลก (Global Strike) และส่งผลต่อสมดุลทางทหาร โดยเฉพาะต่อฐานทัพและกำลังรบของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก รวมถึงศักยภาพในการป้องกันประเทศโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนแสดงความกังวลต่อแนวทางการเร่งนำเครื่องบินทิ้งระเบิด B-21 Raider เข้าสู่สายการผลิต โดยมองว่ามีความเสี่ยงและไม่คุ้มค่า เนื่องจากแผนการทดสอบและการผลิตที่ดำเนินควบคู่กัน (Concurrent testing and production) แม้อาจช่วยลดระยะเวลาในการนำกำลังรบเข้าสู่การใช้งาน แต่ก็มีความเสี่ยง หากพบข้อบกพร่องด้านการออกแบบในภายหลัง ซึ่งอาจส่งผลให้ต้องปรับแก้ในวงกว้าง

ก่อนหน้านี้กองทัพสหรัฐอเมริกาเคยมีประสบการณ์จากโครงการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ล่องหนรุ่น F-35 Lightning II  ซึ่งถูกเร่งรัดโครงการและนำไปสู่ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มาของข้อมูล Interestingengineering
คลิกอ่านเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ TNN Thailand

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่