"City of God" - หนังบราซิลที่ทำให้ผมแทบหยุดหายใจ!


: "City of God" - หนังบราซิลที่ทำให้ผมแทบหยุดหายใจ!

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip ทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังดีๆ ที่อยากจะมาแนะนำให้ไปดูกันครับ ชื่อเรื่องว่า "City of God" หรือในชื่อไทยที่คุ้นหูกันดีว่า "นครคนโหด" ครับ บอกเลยว่าไม่ใช่หนังดูสบายๆ หรือหนังฮีโร่เพ้อฝันนะครับ แต่มันคือหนังที่ดิบ เถื่อน สมจริง จนทำเอาผมนั่งไม่ติดเบาะตลอดทั้งเรื่องเลยครับ

ผมดูหนังเรื่องนี้มานานแล้วครับ แต่ทุกครั้งที่กลับมาดูใหม่ก็ยังคงรู้สึกประทับใจและทึ่งกับฝีมือของผู้กำกับมากๆ ครับ "City of God" เป็นหนังที่เล่าเรื่องราวในย่านสลัมที่ชื่อว่า " Cidade de Deus" หรือ "City of God" ในเมืองริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิลครับ ย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงปี 1960s จนถึงยุค 1980s หนังพาเราไปสำรวจชีวิตของเด็กๆ และวัยรุ่นที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรุนแรง อาชญากรรม และความยากจนครับ

สิ่งที่ผมชอบมากๆ ในหนังเรื่องนี้คือวิธีการเล่าเรื่องครับ มันไม่ได้เล่าแบบตรงไปตรงมา แต่จะมีการตัดสลับไปมา เล่าจากมุมมองของตัวละครต่างๆ ซึ่งทำให้เราได้เห็นภาพรวมของเมืองนี้อย่างละเอียดครับ ตัวละครหลักที่เราจะได้ติดตามไปตลอดเรื่องคือ "บุสกา" เด็กหนุ่มที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นช่างภาพ แต่กลับต้องเข้าไปพัวพันกับโลกของอาชญากรรมที่ซับซ้อนและอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ

อีกตัวละครที่โดดเด่นมากๆ คือ "ซีเก้" หรือ "Ze Pequeno" ครับ เด็กหนุ่มที่ไต่เต้าจากเด็กน้อยที่คอยล้วงกระเป๋า กลายมาเป็นเจ้าพ่อค้ายาเสพติดที่ทรงอิทธิพลและโหดเหี้ยมที่สุดในย่านนี้ การแสดงของนักแสดงที่รับบทเป็นซีเก้ในวัยต่างๆ นี่สุดยอดมากๆ ครับ ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความอำมหิต ความฉลาดแกมโกง และความไร้ความปรานีของเขาจริงๆ

หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ฉากแอ็คชั่นที่ดุเดือดนะครับ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาทางสังคมที่ฝังรากลึกในย่านสลัมของบราซิลได้เป็นอย่างดีครับ เราจะได้เห็นความสิ้นหวัง การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด การที่เด็กๆ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้าสู่วังวนของอาชญากรรม เพราะไม่มีใครสนใจ ไม่มีโอกาส ไม่มีอนาคต การคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐก็เป็นอีกประเด็นที่หนังนำเสนอได้อย่างเจ็บปวดครับ

ภาพของหนังเรื่องนี้ก็สวยงามนะครับ ถึงแม้จะเป็นเรื่องราวที่มืดหม่น แต่ผู้กำกับก็สามารถถ่ายทอดภาพออกมาได้อย่างมีสไตล์ มีการใช้สีที่จัดจ้าน มุมกล้องที่แปลกตา และการตัดต่อที่รวดเร็ว ทำให้หนังมีจังหวะที่น่าติดตามตลอดเวลาครับ ฉากไล่ล่า ฉากยิงปะทะ ก็ทำออกมาได้สมจริงมากๆ จนบางทีผมนี่เกร็งแทนตัวละครเลยครับ

ความรุนแรงในหนังเรื่องนี้อาจจะทำให้บางคนรับไม่ได้นะครับ แต่มันคือความจริงที่เกิดขึ้นในย่านสลัมจริงๆ หนังไม่ได้พยายามจะทำให้ความรุนแรงดูเท่ หรือโรแมนติก แต่มันคือการนำเสนอสภาพความเป็นจริงที่โหดร้าย เพื่อให้คนดูได้ตระหนักถึงปัญหานี้ครับ

ผมประทับใจมากกับฉากที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของ "City of God" จากย่านที่เต็มไปด้วยเด็กๆ ที่เล่นฟุตบอลอย่างมีความสุข กลายมาเป็นสมรภูมิรบระหว่างแก๊งค์ต่างๆ ครับ มันแสดงให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมมีอิทธิพลต่อเด็กๆ มากแค่ไหน ถ้าไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า เด็กๆ ก็จะถูกดึงเข้าไปสู่โลกที่อันตราย

เรื่องราวในหนังมันเข้มข้นมากๆ ครับ มีทั้งมิตรภาพ ความรัก ความแค้น การทรยศหักหลัง ทุกอย่างรวมอยู่ในหนังเรื่องนี้ครับ ตัวละครทุกตัวมีมิติ มีที่มาที่ไปของตัวเอง ทำให้เราอินไปกับเรื่องราวของพวกเขาได้ง่าย

ผมคิดว่า "City of God" เป็นหนังที่ควรค่าแก่การดูมากๆ ครับ มันไม่ใช่แค่หนังบันเทิง แต่เป็นหนังที่ทำให้เราได้คิด ได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับสังคม ได้เข้าใจถึงความแตกต่างของชีวิต และได้เห็นถึงพลังของมนุษย์ในการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แม้ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายที่สุด

ถ้าใครยังไม่เคยดู ผมแนะนำให้ลองหามาดูกันนะครับ เตรียมใจไว้หน่อยก็ดีครับ เพราะมันเป็นหนังที่อาจจะทำให้คุณอึดอัด หดหู่ หรือโกรธได้ แต่รับรองว่าคุณจะไม่มีวันลืมหนังเรื่องนี้ไปเลยครับ มันคือ Masterpiece ของวงการหนังบราซิลอย่างแท้จริงครับ

มีใครเคยดูแล้วบ้างครับ อยากฟังความเห็นเพื่อนๆ บ้างเหมือนกันครับ ชอบหรือไม่ชอบตรงไหน เล่าสู่กันฟังได้เลยนะครับ ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นครับผม

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาหนังดีๆ สักเรื่องดูครับ แล้วเจอกันใหม่รีวิวหน้านะครับ สวัสดีครับ!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่