มะเร็ง, การทรยศ และเงิน 1.1 ล้านล้านบาท ความลับเบื้องหลังหุ้นของ Microsoft

หลายคนคิดว่า Bill Gates และ Paul Allen คือคู่หูที่สร้าง Microsoft มาด้วยกัน... แต่ความจริงคือ มิตรภาพของพวกเขา "พังพินาศ" ไปตั้งแต่วันที่ Microsoft ยังไม่เข้าตลาดหลักทรัพย์ด้วยซ้ำ

นี่คือบทเรียนเรื่องการแบ่งหุ้นที่โหดร้ายที่สุด เพราะมันไม่ได้มีแค่การหักหลัง แต่มันคือการ "รุมกินโต๊ะ" ในวันที่เพื่อนรักกำลังสู้กับความตาย

● เมื่อ "ความเท่าเทียม" ไม่เท่ากับ "ความยุติธรรม" รอยร้าวไม่ได้เกิดในวันเดียว แต่ถูกตอกลิ่มถึง 2 ครั้ง :

รอบที่ 1 (1975): จากที่ควรแบ่ง 50/50 Gates ยืนยันขอ 60/40 โดยอ้างว่าเขาลงแรงเขียนโค้ดมากกว่า Allen ยอมเพราะอยากให้บริษัทเดินหน้า

รอบที่ 2 (1977): สองปีต่อมา Gates ขอขยับเป็น 64/36 โดยอ้างว่าเขาคือคนคุม Execution ทั้งหมด ขณะที่ Allen รับบทวาง Vision เป็นหลัก ในมุมของ Gates นี่คือการบริหารตามความจริง แต่ในมุมของ Allen นี่คือการใช้สัดส่วนหุ้นเป็นเครื่องมือต่อรองอำนาจ...

● Gates + Ballmer: แผนลับในวันที่เพื่อนป่วย
ปี 1982 Paul Allen ตรวจเจอมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและต้องพักรักษาตัว แทนที่ Gates จะเห็นใจ กลับดึง Steve Ballmer มาแอบวางแผนเพื่อ Dilute หุ้นของ Allen ทิ้ง
เหตุผลที่พวกเขาใช้คือ: หุ้นที่อยู่กับคนป่วยคือ "Dead Equity" และมันขวางทางเติบโตของบริษัท Allen แอบได้ยินแผนการนั้นผ่านประตูห้องทำงานและตัดสินใจลาออกทันที

● จุดตัดสินใจราคา 1.1 ล้านล้านบาท
ในวันที่ความสัมพันธ์ขาดสะบั้น Gates พยายาม "กดราคา" ขอซื้อหุ้นคืนที่ $5 ต่อหุ้น Allen ต่อรองขอที่ $10 แต่ Gates ปฏิเสธการเจรจาเพราะคิดว่าราคานั้น "แพงเกินไป" (ซึ่งภายหลัง Gates ยอมรับว่านี่คือหนึ่งในการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิต)
Allen เลือกที่จะไม่ขายและกำหุ้นนั้นไว้... และในปี 2001 หุ้นก้อนเดิมนั้นมีมูลค่าพุ่งสูงถึง $30 Billion (1.1 ล้านล้านบาท) ทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 3 ของโลก รวยกว่า Ballmer คนที่พยายามจะไล่เขาออกเสียด้วยซ้ำ


ในฐานะคนที่คลุกคลีกับวงการ Tech ผมเห็น Founder เก่งๆ เสียทั้งเพื่อนและบริษัทมาเยอะ เพียงเพราะใช้ 'ความรู้สึก' บริหารผลประโยชน์ในวันที่กติกามันไม่ชัดเจน

ผมเลยพัฒนาโปรเจกต์หนึ่งขึ้นมาชื่อ Joinin ครับ โจทย์ของผมคือ จะทำยังไงให้การเริ่มโปรเจกต์และการหา Co-founder ไม่ต้องพึ่งพาแค่ 'สัญญาใจ' แต่พึ่งพา 'Logic ที่วัดผลได้จริง'

ผมออกแบบระบบให้มีการจัดการโปรเจกต์ ควบคู่ไปกับการคำนวณ Equity ตามเนื้องาน (Data-Driven) เพื่อเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่เชิงโครงสร้างแบบเคส Microsoft ที่ใครคนหนึ่งจะมาบีบเพื่อนร่วมทีมทิ้งในวันที่ชีวิตเจอวิกฤตได้
ผมเชื่อว่ามาตรฐานที่โปร่งใสตั้งแต่วันแรก จะช่วยให้ทีมโฟกัสกับการสร้าง Product ได้เต็มที่ โดยไม่ต้องระแวงหลังกันเองครับ
ใครที่กำลังหาพาร์ทเนอร์ หรืออยากลองวางระบบทีมด้วยตรรกะแบบนี้ ผมแปะรายละเอียดไว้ให้ในคอมเมนต์นะครับ มาแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้ครับ 👇

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่