สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip
ขอพูด 2 เรือง
เรืองที่ 1 ในฐานะที่ผมเป็นผู้บริโภคคนหนึ่งที่ชื่นชอบการตระเวนทานอาหารอร่อย และ จ่ายเงินเอง 100% เท่านั้น ต้องการรักษาสิทธิตัวเองที่ควรรู้
ทางเลือกที่ 1 หากท่านจ่ายเงินทานเอง 100%
เรื่องนี้ก็จบลงอย่างสวยงามครับ ท่านคือเป็นผู้บริโภค และ เป็นการรีวิวตามสิทธิอันชอบธรรมที่น่าเชื่อถือที่สุด
ทางเลือกที่ 2 หากเป็นการได้รับเชิญจากร้านอาหาร (ไม่ว่าจะเป็นอาหารฟรีหรือมีค่าจ้าง)
สิ่งที่จะตามมาคือ 'ชุดคำถาม' ที่ผมอยากชวนให้สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบ ตามลำดับความสำคัญ ดังนี้ครับ
1. บุคคลซื่อกึ่งบุคคล หรือ บางคนเรียกแบรนด์บุคคล
2. โปรไฟล์แบบซื่อเล่นผสมสำนวนน่ารักๆ
3. โปรไฟล์บุคคลแต่ไปด้วยกัน กับโปรไฟล์ที่ทำเป็นปกติ ตามร้านอาหารต่างๆ
ผมไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริงแทนใคร แต่ขอให้ทุกท่าน "เอ๊ะ"
กลุ่มที่ผมพบข้อมูลหรือมีพฤติกรรมที่ชวนตั้งข้อสังเกต (ซึ่งบางท่านอาจจะมีทั้งมื้อที่ได้รับเชิญและมื้อที่จ่ายเอง) แต่ประเด็นสำคัญคือความชัดเจนในการแจ้งสถานะโฆษณาในแต่ละโพสต์ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคและหลักเกณฑ์ทางภาษี
facebook instagram youtube tiktok
พวกที่เขียนหน้าโปรไฟล์ ว่า หรือ อาชีพ เช่น
เว็บบล๊อกส่วนตัว, บล๊อกเกอร์, ครีเอเตอร์ดิจิตอล
บรรณาธิการ, อาชีพพีธีกรต่างๆ, dm for collab, นักสร้างคอนเทนรีวิวใน youtube ที่ต้องหวังรายได้ค่าโมษณา ค่าสปอนเชอร์, นักกินต่างๆ ที่ออกรายการ tvเรืองอาหาร, บุคคลสาธารณะต่างๆ, ดารายุค 40-50, อตีดนักร้องต่างๆ เป็นต้น
พวกที่สมุตซื่อ + สำนวนน่ารักๆ
ผมไม่รุ้เลยนะครับว่า จ่ายเอง หรือ ร้านอาหารเชิญ ก็ให้คนดู เอะให้มากสงสัยหรือสังเกตไว้ก่อนว่า จ่ายเองไหม หรือ ร้านอาหารเชิญ ถ้าถามแล้วไม่ตอบ
ให้ใช้สติเพือความปลอดภัยของเงินในกระเป่า ตรองก่อนไปทาน
เช่น จุดสังเกต
มีอาหารวางมากๆ ล้นโต๊ะ
ถ่ายคู่กับเชฟได้
รุปภาพสวยชัดมาก
บรรยายละเอียดเกินพอดี สเหมื่อนโบชัวขายของ
มีตัวหนังสือใหญ่ๆ หน้าวีดีโอ
มี ราคา สถานที่ เบอร์โทร
แท็กเชฟ แท็กร้าน
ผิดวิสัยคนทานทั้วไป
คนทั้วไป แท็กแค่ตำแหน่งก็พอ ตอนพูดก็มีเสียงรบกวนจากในร้าน ถ่ายวีดีโอ ลงเลย ไม่ตัดต่อบรรยาย ภาพก็ความชัดกล้องทั้วไป ทำคอนเทน คือ ไม่ดีมาก
อนึง
คอนเทนที่ทำภาพชัด บรรยายดี คนจะชมนาน ซึ้งจะช้วยให้ แพลตฟอร์ม ดันให้คนชมได้ ฉะนั้น โมษณา, pr, มักถูกดันมาให้เห็นก่อนคนไปทานจ่ายจริง เพราะคนไปทานจ่ายจริงเค้าจะทำวีดีโอไม่น่าดู
ให้ถามร้านอาหาร ถ้าร้านอาหารไหนปิดบัง ก็แจ้ง กรมสรรพากร, สำนักงานงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น
จบบทความ
เรืองที่ 2
ตั้งข้อสังเกต เมื่อ ระบบบัญชีร้านอาหาร และ โฆษณาอำพราง สิ่งที่ผู้บริโภคควรรู้
จากประสบการณ์ที่เจอ ไปทานร้าน ไฟน์ดานิ่ง แล้วมาเจอโป๊ะแตก จากการถาม ว่า ทานตามคนนี้ ร้านบอกเชิญมา ทำให้ อ่อ มีดีลหลังบ้านโดยไม่แจ้งว่าในโพสนี่ว้า ทำให้เป็นที่มาของบทความนี้
ว่าตามหลักการ
> สื่อ
ใครนำเสนอข้อมูลข่าวสาร เพือประโยชน์สาธารณะ ควรไปจดแจ้งเป็นสื่อ ต่อ สภาวิชาชีพสื่อมวลชน (คำถาม) การไม่จดแจ้ง เป็นเจตนาเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับใช้จริยธรรม เรื่องการแยกแยะโมษณาออกจากเนื้อหาหรือไม่?
ทำให้มีโมษณาอำพรางมากมาย ในปัจจุบัน โปรไฟล์บุคคล ชอบไปรอบสื่อในร้านอาหารจัด เรียกว่าสื่อใช่ไหม ?
การจ้างแบ่งเป็น จ้างแบบ budget ทานฟรี + จ่ายเงินแลกรีวิว กับ barter ทานฟรีแลกรีวิว ( คำถาม ) ถ้าถูกจ้างไม่ว่าแบบไหน ควรติด #ad ในโพสทุกโพส ไม่ใช่แต่ตัวนี้ # หรือ แท็กไอคอนรูปคนด้านล่างซ้ายเช่นใน ig, tiktok ซึ่งไม่เพียงพอ
> ฝั่งร้านอาหาร ( คาดว่า )
การเชิญใครทาน ร้านอาหาร ลงบัญชีได้ 3 แบบ
แบบที่ 1
ลงเป็นขาย ได้เงินมา แต่ไม่มีเงินเข้าจริง ออกใบกำกับภาษีลงสลักหลังว่า barter หรือ ไม่ก็ตามใจ หักภาษี 3% ค่าโมษณา, ค่าประชาสัมพันธ์ อีกฝั่งบัญชี คือ โมษณา ประชาสัมพันธ์จ่ายเงินออกไป | ไม่มีเงินโอนเข้าและออกจริง ร่วมกันเป็น 0 ตัดสต๊อกสินค้าจริง ฝั่งอินฟูล ก็ไปเสียภาษีโมษณาประจำปีด้วย
เคยถาม บล๊อกเกอร์คนนึง ไม่เคยได้ หนังสือรับรองการหักภาษีเลย 50 ทวิ แบบนี้ แปลว่าอะไร
แบบที่ 2
ลงเป็นค่ารับรอง ฝั้งอินฟูลก็ไม่ต้องเสียภาษีโมษณา
* รับรองควรใช้กับ พันธมิตรทางธุรกิจ เช่น ผู้ส่งวัตถุดิบร้าน, ลูกค้าผู้ใหญ่ แต่ไม่ใช่ โพสเขียนบรรยายเชิงโมษณา ฉะนั้น
โดยสภาพมันคือโมษณา ลงรับรองแบบนี้ ผิดกฎหมายสรรพากรไหม
ต้องตั้งคำถามละว่า กรมสรรพากรมองแบบไหน ?
แบบที่ 3
จ้างเอเจนชี่ภายนอก ทำสัญญาระยะยาว ให้จัดการกลยุทธ์การตลาดทั้งหมด ลงบัญชีเป็นค่าที่ปรึกษาไป การรับผิดชอบทางภาษี ก็ตกไปอยุ่ในมือ เอเจนชี่ แต่ร้านอาหารควรควบคุมเนื้อหาให้โปร่งใสด้วย
ไม่ว่าแบบไหน ร้านอาหารจะปฎิเสธความรับผิดใน vdo ของ ครีเอเตอร์ไม่ได้
และไม่ว่าร้านอาหารจะลงเป็นรับรอง หรือ โมษณา หรือ จ้างเอเจนชี่ภายนอก ในทางบัญชี ตาม 3 แบบที่กล่าว อินฟูลต้องตีอาหารเป็นรายได้ประจำปีที่กรมสรรพากร ด้วยนะ ซึ่งไม่รุ้ ว่าทำกันไหมนะ ไม่ใช่ ทานฟรีแลกรีวิว ไม่เสียภาษีนะ หรือ ทานฟรี+คู่ปองส่วนลดอะไรก็ตาม แลกรีวิว ไม่เสียภาษีนะ
กรมสรรพากร × ปปง อยุ่แล้วตรวจสอบได้หมด
เช่น การจ่ายต้องมีเงินเข้าจริง ดูสลิปโอนเงินวันทาน, ดูลำดับใบเสร็จต่างๆ
> ตั้งคำถาม
ร้านอาหารได้ประโยชน์จากการที่ ครีเอเตอร์ ไม่บอกว่า โมษณา จึงไม่คิดจะลงมาดูเนื้อหาวีดีโอ ทำให้ สือเถือน คือ สื่อที่ไม่จดแจ้ง โพสที่ดูแล้วน่าจะเป็นโมษณา ไม่ระบุสถานะโมษณา, อาศัยผู้ติดตามของ ครีเอเตอร์ หาประโยชน์ เป็นการไม่ตรวจสอบของร้านอาหาร ที่ต้องตรวจสอบเนื้อหาของครีเอเตอร์หรือไม่ ?
ผู้ชมแยกไม่ออกระหว่างงาน pr หรือ จ่ายเอง โพสว่าด้วยอาหารจำนวนมหาศาลในปัจจุบัน จะกลับไปทำลาย อุตสาหกรรมร้านอาหาร เช่น ไฟน์ดานิ่ง หรือ โอมากะเสะ หรือ อื่นๆ เสียเอง เพราะสมัยนี้ คนชมเพือที่จะไปทานจริง และ ก็ต้องการถ่ายวีดีโอลงด้วย 2 อย่างพร้อมๆ กัน
ในเมือมี vdo จำนวนมากมาย ที่ใช้โปรไฟล์บุคคล มาทำ pr แล้ว ลุกค้าจ่ายจริงที่ไหนจะอยากไปทานอีก เพือถ่าย vdo ลง ในเมือเจอโปรไฟล์ที่สถานะโพสไม่โปร่งใสจริงไหม ?
ไม่เหมือนธุรกิจอาหารเสริมที่เจ้าของต้องลงมาดูเนื้อหาโมษณาด้วย ( คำถาม )
จะมีร้านอาหารที่ไหน ให้ทานฟรี ถ้าไม่ทำอะไรตอบแทนร้านอาหารเค้า ถูกไหม ?
> ในประเทศไทย ไม่มีกฎหมายควบคุมเฉพาะ
ต้องไปคดีอาญา
โมษณาไม่เป็นธรรม โมษณาอำพราง โมษณาแฝง | พรบ คุ้มครองผู้บริโภค
บิดเบือนสถานะโมษณา การให้ข้อมูลเท็จ
* ไม่ติด #ad, #สปอนเชอร์, #ผู้สนับสนุน * | พรบ คอมพิวเตอร์
บิดเบือนข้อมูลในสิทธิของผู้บริโภคในสาระสำคัญ, บิดเบือนในความเชื่อใจของแฟนคลับในสาระสำคัญที่ติดตาม เรากดติดตาม แต่ไม่ได้สนับสนุนให้ปิดบังกัน | ......
ความรับผิดชอบควรเกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้จ้างและผู้รับจ้าง ในฐานะผู้ร่วมกันนำเสนอข้อมูลสู่สาธารณะ"เดียวนี้ร้านอาหารและบล๊อกเกอร์ไม่บอกมีมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า โพสนี้โมษณาหรือไม่
* สมาคมการตลาดดิจิตอล ( เอกชน )
* สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
* กรมสรรพากร × ปปง
* กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
* กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
* กระทรวงดิจิตอลเพือเศรษฐกิจและสังคม
ควรลงมาดูในเรื่องนี้ อย่าให้ คนชม เห็นไลฟ์สไตล์ ที่มีทั้งเรื่องจริง และ โมษณา ให้คนชม เกิดความอยากใช้เงินโดยไม่ไตร่ตรอง ถ้ารุ้ว่า โมษณา การตรองการใช้เงินจะมีมากขึ้นทันที
เตือน โพสที่เป็นโมษณา หรือ โพสที่จ่ายเงินทานจริง ในวงการร้านอาหารที่มีมาก | แฟลตฟอร์มจะดันคนทำวีดีโอบรรยายดีซึ่งคือโมษณา
ขอพูด 2 เรือง
เรืองที่ 1 ในฐานะที่ผมเป็นผู้บริโภคคนหนึ่งที่ชื่นชอบการตระเวนทานอาหารอร่อย และ จ่ายเงินเอง 100% เท่านั้น ต้องการรักษาสิทธิตัวเองที่ควรรู้
ทางเลือกที่ 1 หากท่านจ่ายเงินทานเอง 100%
เรื่องนี้ก็จบลงอย่างสวยงามครับ ท่านคือเป็นผู้บริโภค และ เป็นการรีวิวตามสิทธิอันชอบธรรมที่น่าเชื่อถือที่สุด
ทางเลือกที่ 2 หากเป็นการได้รับเชิญจากร้านอาหาร (ไม่ว่าจะเป็นอาหารฟรีหรือมีค่าจ้าง)
สิ่งที่จะตามมาคือ 'ชุดคำถาม' ที่ผมอยากชวนให้สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบ ตามลำดับความสำคัญ ดังนี้ครับ
1. บุคคลซื่อกึ่งบุคคล หรือ บางคนเรียกแบรนด์บุคคล
2. โปรไฟล์แบบซื่อเล่นผสมสำนวนน่ารักๆ
3. โปรไฟล์บุคคลแต่ไปด้วยกัน กับโปรไฟล์ที่ทำเป็นปกติ ตามร้านอาหารต่างๆ
ผมไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริงแทนใคร แต่ขอให้ทุกท่าน "เอ๊ะ"
กลุ่มที่ผมพบข้อมูลหรือมีพฤติกรรมที่ชวนตั้งข้อสังเกต (ซึ่งบางท่านอาจจะมีทั้งมื้อที่ได้รับเชิญและมื้อที่จ่ายเอง) แต่ประเด็นสำคัญคือความชัดเจนในการแจ้งสถานะโฆษณาในแต่ละโพสต์ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคและหลักเกณฑ์ทางภาษี
facebook instagram youtube tiktok
พวกที่เขียนหน้าโปรไฟล์ ว่า หรือ อาชีพ เช่น
เว็บบล๊อกส่วนตัว, บล๊อกเกอร์, ครีเอเตอร์ดิจิตอล
บรรณาธิการ, อาชีพพีธีกรต่างๆ, dm for collab, นักสร้างคอนเทนรีวิวใน youtube ที่ต้องหวังรายได้ค่าโมษณา ค่าสปอนเชอร์, นักกินต่างๆ ที่ออกรายการ tvเรืองอาหาร, บุคคลสาธารณะต่างๆ, ดารายุค 40-50, อตีดนักร้องต่างๆ เป็นต้น
พวกที่สมุตซื่อ + สำนวนน่ารักๆ
ผมไม่รุ้เลยนะครับว่า จ่ายเอง หรือ ร้านอาหารเชิญ ก็ให้คนดู เอะให้มากสงสัยหรือสังเกตไว้ก่อนว่า จ่ายเองไหม หรือ ร้านอาหารเชิญ ถ้าถามแล้วไม่ตอบ
ให้ใช้สติเพือความปลอดภัยของเงินในกระเป่า ตรองก่อนไปทาน
เช่น จุดสังเกต
มีอาหารวางมากๆ ล้นโต๊ะ
ถ่ายคู่กับเชฟได้
รุปภาพสวยชัดมาก
บรรยายละเอียดเกินพอดี สเหมื่อนโบชัวขายของ
มีตัวหนังสือใหญ่ๆ หน้าวีดีโอ
มี ราคา สถานที่ เบอร์โทร
แท็กเชฟ แท็กร้าน
ผิดวิสัยคนทานทั้วไป
คนทั้วไป แท็กแค่ตำแหน่งก็พอ ตอนพูดก็มีเสียงรบกวนจากในร้าน ถ่ายวีดีโอ ลงเลย ไม่ตัดต่อบรรยาย ภาพก็ความชัดกล้องทั้วไป ทำคอนเทน คือ ไม่ดีมาก
อนึง
คอนเทนที่ทำภาพชัด บรรยายดี คนจะชมนาน ซึ้งจะช้วยให้ แพลตฟอร์ม ดันให้คนชมได้ ฉะนั้น โมษณา, pr, มักถูกดันมาให้เห็นก่อนคนไปทานจ่ายจริง เพราะคนไปทานจ่ายจริงเค้าจะทำวีดีโอไม่น่าดู
ให้ถามร้านอาหาร ถ้าร้านอาหารไหนปิดบัง ก็แจ้ง กรมสรรพากร, สำนักงานงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นต้น
จบบทความ
เรืองที่ 2
ตั้งข้อสังเกต เมื่อ ระบบบัญชีร้านอาหาร และ โฆษณาอำพราง สิ่งที่ผู้บริโภคควรรู้
จากประสบการณ์ที่เจอ ไปทานร้าน ไฟน์ดานิ่ง แล้วมาเจอโป๊ะแตก จากการถาม ว่า ทานตามคนนี้ ร้านบอกเชิญมา ทำให้ อ่อ มีดีลหลังบ้านโดยไม่แจ้งว่าในโพสนี่ว้า ทำให้เป็นที่มาของบทความนี้
ว่าตามหลักการ
> สื่อ
ใครนำเสนอข้อมูลข่าวสาร เพือประโยชน์สาธารณะ ควรไปจดแจ้งเป็นสื่อ ต่อ สภาวิชาชีพสื่อมวลชน (คำถาม) การไม่จดแจ้ง เป็นเจตนาเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับใช้จริยธรรม เรื่องการแยกแยะโมษณาออกจากเนื้อหาหรือไม่?
ทำให้มีโมษณาอำพรางมากมาย ในปัจจุบัน โปรไฟล์บุคคล ชอบไปรอบสื่อในร้านอาหารจัด เรียกว่าสื่อใช่ไหม ?
การจ้างแบ่งเป็น จ้างแบบ budget ทานฟรี + จ่ายเงินแลกรีวิว กับ barter ทานฟรีแลกรีวิว ( คำถาม ) ถ้าถูกจ้างไม่ว่าแบบไหน ควรติด #ad ในโพสทุกโพส ไม่ใช่แต่ตัวนี้ # หรือ แท็กไอคอนรูปคนด้านล่างซ้ายเช่นใน ig, tiktok ซึ่งไม่เพียงพอ
> ฝั่งร้านอาหาร ( คาดว่า )
การเชิญใครทาน ร้านอาหาร ลงบัญชีได้ 3 แบบ
แบบที่ 1
ลงเป็นขาย ได้เงินมา แต่ไม่มีเงินเข้าจริง ออกใบกำกับภาษีลงสลักหลังว่า barter หรือ ไม่ก็ตามใจ หักภาษี 3% ค่าโมษณา, ค่าประชาสัมพันธ์ อีกฝั่งบัญชี คือ โมษณา ประชาสัมพันธ์จ่ายเงินออกไป | ไม่มีเงินโอนเข้าและออกจริง ร่วมกันเป็น 0 ตัดสต๊อกสินค้าจริง ฝั่งอินฟูล ก็ไปเสียภาษีโมษณาประจำปีด้วย
เคยถาม บล๊อกเกอร์คนนึง ไม่เคยได้ หนังสือรับรองการหักภาษีเลย 50 ทวิ แบบนี้ แปลว่าอะไร
แบบที่ 2
ลงเป็นค่ารับรอง ฝั้งอินฟูลก็ไม่ต้องเสียภาษีโมษณา
* รับรองควรใช้กับ พันธมิตรทางธุรกิจ เช่น ผู้ส่งวัตถุดิบร้าน, ลูกค้าผู้ใหญ่ แต่ไม่ใช่ โพสเขียนบรรยายเชิงโมษณา ฉะนั้น
โดยสภาพมันคือโมษณา ลงรับรองแบบนี้ ผิดกฎหมายสรรพากรไหม
ต้องตั้งคำถามละว่า กรมสรรพากรมองแบบไหน ?
แบบที่ 3
จ้างเอเจนชี่ภายนอก ทำสัญญาระยะยาว ให้จัดการกลยุทธ์การตลาดทั้งหมด ลงบัญชีเป็นค่าที่ปรึกษาไป การรับผิดชอบทางภาษี ก็ตกไปอยุ่ในมือ เอเจนชี่ แต่ร้านอาหารควรควบคุมเนื้อหาให้โปร่งใสด้วย
ไม่ว่าแบบไหน ร้านอาหารจะปฎิเสธความรับผิดใน vdo ของ ครีเอเตอร์ไม่ได้
และไม่ว่าร้านอาหารจะลงเป็นรับรอง หรือ โมษณา หรือ จ้างเอเจนชี่ภายนอก ในทางบัญชี ตาม 3 แบบที่กล่าว อินฟูลต้องตีอาหารเป็นรายได้ประจำปีที่กรมสรรพากร ด้วยนะ ซึ่งไม่รุ้ ว่าทำกันไหมนะ ไม่ใช่ ทานฟรีแลกรีวิว ไม่เสียภาษีนะ หรือ ทานฟรี+คู่ปองส่วนลดอะไรก็ตาม แลกรีวิว ไม่เสียภาษีนะ
กรมสรรพากร × ปปง อยุ่แล้วตรวจสอบได้หมด
เช่น การจ่ายต้องมีเงินเข้าจริง ดูสลิปโอนเงินวันทาน, ดูลำดับใบเสร็จต่างๆ
> ตั้งคำถาม
ร้านอาหารได้ประโยชน์จากการที่ ครีเอเตอร์ ไม่บอกว่า โมษณา จึงไม่คิดจะลงมาดูเนื้อหาวีดีโอ ทำให้ สือเถือน คือ สื่อที่ไม่จดแจ้ง โพสที่ดูแล้วน่าจะเป็นโมษณา ไม่ระบุสถานะโมษณา, อาศัยผู้ติดตามของ ครีเอเตอร์ หาประโยชน์ เป็นการไม่ตรวจสอบของร้านอาหาร ที่ต้องตรวจสอบเนื้อหาของครีเอเตอร์หรือไม่ ?
ผู้ชมแยกไม่ออกระหว่างงาน pr หรือ จ่ายเอง โพสว่าด้วยอาหารจำนวนมหาศาลในปัจจุบัน จะกลับไปทำลาย อุตสาหกรรมร้านอาหาร เช่น ไฟน์ดานิ่ง หรือ โอมากะเสะ หรือ อื่นๆ เสียเอง เพราะสมัยนี้ คนชมเพือที่จะไปทานจริง และ ก็ต้องการถ่ายวีดีโอลงด้วย 2 อย่างพร้อมๆ กัน
ในเมือมี vdo จำนวนมากมาย ที่ใช้โปรไฟล์บุคคล มาทำ pr แล้ว ลุกค้าจ่ายจริงที่ไหนจะอยากไปทานอีก เพือถ่าย vdo ลง ในเมือเจอโปรไฟล์ที่สถานะโพสไม่โปร่งใสจริงไหม ?
ไม่เหมือนธุรกิจอาหารเสริมที่เจ้าของต้องลงมาดูเนื้อหาโมษณาด้วย ( คำถาม )
จะมีร้านอาหารที่ไหน ให้ทานฟรี ถ้าไม่ทำอะไรตอบแทนร้านอาหารเค้า ถูกไหม ?
> ในประเทศไทย ไม่มีกฎหมายควบคุมเฉพาะ
ต้องไปคดีอาญา
โมษณาไม่เป็นธรรม โมษณาอำพราง โมษณาแฝง | พรบ คุ้มครองผู้บริโภค
บิดเบือนสถานะโมษณา การให้ข้อมูลเท็จ
* ไม่ติด #ad, #สปอนเชอร์, #ผู้สนับสนุน * | พรบ คอมพิวเตอร์
บิดเบือนข้อมูลในสิทธิของผู้บริโภคในสาระสำคัญ, บิดเบือนในความเชื่อใจของแฟนคลับในสาระสำคัญที่ติดตาม เรากดติดตาม แต่ไม่ได้สนับสนุนให้ปิดบังกัน | ......
ความรับผิดชอบควรเกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้จ้างและผู้รับจ้าง ในฐานะผู้ร่วมกันนำเสนอข้อมูลสู่สาธารณะ"เดียวนี้ร้านอาหารและบล๊อกเกอร์ไม่บอกมีมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า โพสนี้โมษณาหรือไม่
* สมาคมการตลาดดิจิตอล ( เอกชน )
* สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
* กรมสรรพากร × ปปง
* กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
* กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
* กระทรวงดิจิตอลเพือเศรษฐกิจและสังคม
ควรลงมาดูในเรื่องนี้ อย่าให้ คนชม เห็นไลฟ์สไตล์ ที่มีทั้งเรื่องจริง และ โมษณา ให้คนชม เกิดความอยากใช้เงินโดยไม่ไตร่ตรอง ถ้ารุ้ว่า โมษณา การตรองการใช้เงินจะมีมากขึ้นทันที