นักฟิสิกส์เปิดเผยว่าจักรวาลเราจะพบกับจุดจบเร็วกว่าที่คิด หรืออีกประมาณ หนึ่งล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านปี !... เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2025 นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยราดบาวด์ (Radboud University) นำโดย ไฮโน ฟัลเคอ (Heino Falcke) ไมเคิล วอนดรัก (Michael Wondrak) และ วอลเทอร์ ฟาน ซุยเลคอม (Walter van Suijlekom) ได้ตีพิมพ์งานวิจัยที่จะปรับเปลี่ยนความเข้าใจของเราเกี่ยวกับอายุขัยของสสารในเอกภพ!
.
แนวคิดนี้ต่อยอดมาจากทฤษฎีในปี 1975 ที่ สตีเฟน ฮอว์คิง (Stephen Hawking) เสนอว่าหลุมดำสามารถแผ่รังสีและระเหยหายไปได้ผ่าน การแผ่รังสีฮอว์คิง (Hawking radiation)
.
แต่งานวิจัยชิ้นใหม่นี้พิสูจน์ให้เห็นว่ากระบวนการดังกล่าวไม่จำเป็นต้องพึ่งพา ขอบฟ้าเหตุการณ์ (event horizon) เสมอไป เพราะเพียงแค่มีความโค้งของปริภูมิ-เวลา (spacetime curvature) ก็สามารถดึงให้เกิด การสร้างคู่อนุภาคจากแรงโน้มถ่วง (gravitational pair production) ได้แล้ว
.
นั่นแปลว่าซากดาวฤกษ์ที่อัดแน่นอย่าง ดาวแคระขาว (white dwarfs) และ ดาวนิวตรอน (neutron stars) ก็มีการแผ่รังสีและค่อยๆ ระเหยหายไปเช่นเดียวกัน!
.
การค้นพบนี้ทำให้เส้นตายของซากดาวที่ดื้อรั้นที่สุดอย่างดาวแคระขาวถูกหั่นเวลาลงอย่างมหาศาล จากเดิมที่เคยคาดว่ามันจะอยู่รอดได้นานถึง 10^1100 ปี ลดลงเหลือเพียง 10^78 ปี ในขณะที่ดาวนิวตรอนและหลุมดำที่มีมวลระดับดาวฤกษ์จะระเหยไปในเวลาประมาณ 10^67 ถึง 10^68 ปี
.
ทีมวิจัยยังคำนวณเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า แม้แต่วัตถุอย่างดวงจันทร์หรือร่างกายมนุษย์ หากลอยอยู่เฉยๆ ในอวกาศโดยไม่มีปัจจัยอื่นมาทำลาย ก็จะระเหยหายไปตามกลไกนี้ได้ ภายในเวลาประมาณ 10^90 ปี หรือก็คือประมาณ หนึ่งล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านปี ทุกอย่างในจักรวาลก็แทบจะสลายหายไปหมดเหลือแต่เพียงอวกาศที่ว่างเปล่า
.
สิ่งที่ค้นพบนี้ไม่ได้ชี้ว่าเอกภพจะพบจุดจบแบบฉีกขาดรุนแรงอย่าง บิ๊กริป (Big Rip) หรือยุบตัวอย่าง บิ๊กครันช์ (Big Crunch) หรือไม่ แต่เป็นการสนับสนุนจุดจบแบบ การเสื่อมสลายทางความร้อน (Heat Death) ที่สสารทุกชนิดมีวันหมดอายุและจะสลายกลายเป็นคลื่นรังสีพลังงานต่ำลงในท้ายที่สุด
.
ส่วนคำถามที่ว่าเผ่าพันธุ์ชั้นสูงจะหนีรอดจากจุดจบนี้ได้หรือไม่ คำตอบคือในสเกลเวลาที่ยาวนานระดับนั้น โครงสร้างพื้นฐานของสสารจะสลายตัวไปจนหมด ทำให้ไม่มีสภาพแวดล้อมใดเหลือให้สิ่งมีชีวิตดำรงอยู่ได้อีก แต่ก็อย่างที่ผู้นำทีมวิจัยได้ทิ้งท้ายเอาไว้ แม้จุดจบของสสารในเอกภพจะมาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้มาก แต่มันก็ยังต้องใช้เวลาอีกยาวนานเหลือเกินกว่าจะถึงวันนั้น ดังนั้นพวกเราในตอนนี้ก็ยังถือว่าปลอดภัยดีอยู่ครับ
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Falcke, H., Wondrak, M. F., & van Suijlekom, W. D. (2025). An upper limit to the lifetime of stellar remnants from gravitational pair production. Journal of Cosmology and Astroparticle Physics.
[2] Radboud University Nijmegen. (2025, May 12). Universe decays faster than thought, but still takes a long time. ScienceDaily.
[3] Hawking, S. W. (1975). Particle creation by black holes. Communications in Mathematical Physics, 43(3), 199-220.
#อวกาศ #ฟิสิกส์ #วิทยาศาสตร์ #หลุมดำ #ดาราศาสตร์ #จักรวาล #ทฤษฎีทางฟิสิกส์ #สาระความรู้ #วิทยาศาสตร์น่ารู้ #ความลับจักรวาล
https://www.facebook.com/share/1Cd5WoxpPe/
‼️ นักฟิสิกส์เปิดเผยว่าจักรวาลเราจะพบกับจุดจบเร็วกว่าที่คิด
.
แนวคิดนี้ต่อยอดมาจากทฤษฎีในปี 1975 ที่ สตีเฟน ฮอว์คิง (Stephen Hawking) เสนอว่าหลุมดำสามารถแผ่รังสีและระเหยหายไปได้ผ่าน การแผ่รังสีฮอว์คิง (Hawking radiation)
.
แต่งานวิจัยชิ้นใหม่นี้พิสูจน์ให้เห็นว่ากระบวนการดังกล่าวไม่จำเป็นต้องพึ่งพา ขอบฟ้าเหตุการณ์ (event horizon) เสมอไป เพราะเพียงแค่มีความโค้งของปริภูมิ-เวลา (spacetime curvature) ก็สามารถดึงให้เกิด การสร้างคู่อนุภาคจากแรงโน้มถ่วง (gravitational pair production) ได้แล้ว
.
นั่นแปลว่าซากดาวฤกษ์ที่อัดแน่นอย่าง ดาวแคระขาว (white dwarfs) และ ดาวนิวตรอน (neutron stars) ก็มีการแผ่รังสีและค่อยๆ ระเหยหายไปเช่นเดียวกัน!
.
การค้นพบนี้ทำให้เส้นตายของซากดาวที่ดื้อรั้นที่สุดอย่างดาวแคระขาวถูกหั่นเวลาลงอย่างมหาศาล จากเดิมที่เคยคาดว่ามันจะอยู่รอดได้นานถึง 10^1100 ปี ลดลงเหลือเพียง 10^78 ปี ในขณะที่ดาวนิวตรอนและหลุมดำที่มีมวลระดับดาวฤกษ์จะระเหยไปในเวลาประมาณ 10^67 ถึง 10^68 ปี
.
ทีมวิจัยยังคำนวณเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า แม้แต่วัตถุอย่างดวงจันทร์หรือร่างกายมนุษย์ หากลอยอยู่เฉยๆ ในอวกาศโดยไม่มีปัจจัยอื่นมาทำลาย ก็จะระเหยหายไปตามกลไกนี้ได้ ภายในเวลาประมาณ 10^90 ปี หรือก็คือประมาณ หนึ่งล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านปี ทุกอย่างในจักรวาลก็แทบจะสลายหายไปหมดเหลือแต่เพียงอวกาศที่ว่างเปล่า
.
สิ่งที่ค้นพบนี้ไม่ได้ชี้ว่าเอกภพจะพบจุดจบแบบฉีกขาดรุนแรงอย่าง บิ๊กริป (Big Rip) หรือยุบตัวอย่าง บิ๊กครันช์ (Big Crunch) หรือไม่ แต่เป็นการสนับสนุนจุดจบแบบ การเสื่อมสลายทางความร้อน (Heat Death) ที่สสารทุกชนิดมีวันหมดอายุและจะสลายกลายเป็นคลื่นรังสีพลังงานต่ำลงในท้ายที่สุด
.
ส่วนคำถามที่ว่าเผ่าพันธุ์ชั้นสูงจะหนีรอดจากจุดจบนี้ได้หรือไม่ คำตอบคือในสเกลเวลาที่ยาวนานระดับนั้น โครงสร้างพื้นฐานของสสารจะสลายตัวไปจนหมด ทำให้ไม่มีสภาพแวดล้อมใดเหลือให้สิ่งมีชีวิตดำรงอยู่ได้อีก แต่ก็อย่างที่ผู้นำทีมวิจัยได้ทิ้งท้ายเอาไว้ แม้จุดจบของสสารในเอกภพจะมาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้มาก แต่มันก็ยังต้องใช้เวลาอีกยาวนานเหลือเกินกว่าจะถึงวันนั้น ดังนั้นพวกเราในตอนนี้ก็ยังถือว่าปลอดภัยดีอยู่ครับ
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Falcke, H., Wondrak, M. F., & van Suijlekom, W. D. (2025). An upper limit to the lifetime of stellar remnants from gravitational pair production. Journal of Cosmology and Astroparticle Physics.
[2] Radboud University Nijmegen. (2025, May 12). Universe decays faster than thought, but still takes a long time. ScienceDaily.
[3] Hawking, S. W. (1975). Particle creation by black holes. Communications in Mathematical Physics, 43(3), 199-220.
#อวกาศ #ฟิสิกส์ #วิทยาศาสตร์ #หลุมดำ #ดาราศาสตร์ #จักรวาล #ทฤษฎีทางฟิสิกส์ #สาระความรู้ #วิทยาศาสตร์น่ารู้ #ความลับจักรวาล
https://www.facebook.com/share/1Cd5WoxpPe/