เพื่อนเเบบนี้ในสายคุณคือเพื่อนหรือเปล่า

กระทู้ข่าว
สวัสดีครับทุกท่านที่เข้ามาอ่านคือชีวิตในช่วงมอปลายมันเป็นชีวิตที่มีความสุขมากๆเเต่ความสุขนั้นมันก็ต้องมีอิทธิพลมาจากคำว่า เพื่อน ซึ้งสำหรับผมเพื่อนเป็นบุคคลที่มิอิทพลมากในรัวโรงเรียนซึ้งผมจะเข้าประเด็นเลยนะครับ วันหนึ่งในโรงเรียนบรรยากาศช่วง เทอม2ที่ใกล้จะสอบเข้ามาเรื่อยๆผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่งที่สนิทกันมากๆจู่ๆวันหนึ่งเพื่อนคนนี้ก็ตีตัวออกห่างจากผมไปอยูากับเพื่อนอีกคนในกลุ่มซึ้งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปเริ่มสนิทกันตอนไหน หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ผมไม่รอช้า กลับบ้านไปผมรวบรวมความกล้าเเล้วทักไปหาเพื่อนคนนั้น
ซึ้งผมได้ถามเขาไปว่าอาจจะมีคำที่ไม่สุภาพหน่อยนะครับ ช่วงนี้กูไปทำอะไรให้ไม่พอใจหรือไม่สบายใจหรือเปล่าทำไมถึงตีตัวออกห่าง ซึ้งคำตอบที่ได้มานั้นผมเหลือเชื่อเเละสตั้นเป็นที่สุด เขาบอกว่า มันมีหลายเรื่องมากที่ผมทำให้เขาไม่สบายใจซึ้งส่วนมากเเล้วมันจะเป็นงานที่ใหญ่เช่นงานของห้องหรืออะไรก็ตาม ซึ้งผมยอมรับในส่วนของความผิดส่วนนั้น 100% เพราะบ้างทีเราทำผิดหรือทำให้เขาไม่พอใจเเต่เขาเลือกที่จะไม่บอกเราทั้งๆทีคนเป็นเพื่อนกันน่าจะสกิดบอกกันหรือเปิดใจคุยกันตรงๆผมรู้สึกตอนนั้นว่า รู้สึกผิดมากๆที่ตัวเองทำอะไรลงไปไม่รู้ตัวเเต่บอกไว้ก่อนว่ากลุ่มของผมเป็นกลุ่มใหญ่พอสมควร เเต่ไม่มีเพื่อนคนไหนสกิดบอกผมเลยเเม้เเต่นิดเดียว พอวันต่อมาทุกคนในกลุ่ม เเยกโต๊ะที่ว่างของออกจากผมหมดเลย ซึ้งจากคนที่เคยมีเพื่อนเป็นกลุ่มใหญ่เกิดเรื่องขึ้นเเบบนี้กลับไม่ใครคิดจะเปิดออกคุยกันตรงๆเลย ช่วงนั้นผมรู้สึกเคว้งมากครับ ทำอะไรคนเดียวไปหมดเลย จนในที่สุดผมทนไม่ได้จึงได้ทักเข้าไปในกลุ่มที่มีทุกคนอยู่ในนั้นเเละผมได้บอกความในใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นความรู้สึกผิดทุกอย่างในกลุ่มนั้น เเต่ผลลัพธ์ที่ได้มาคือ มีเพื่อนคนหนึ่งบอกว่า ทุกคนให้อภัยได้เเต่มันคงไม่เป็นเหมือนเดิม ซึ้งผมเข้าใจครับว่ามันไม่เหมือนเดิมคือไม่สนิทกันเหมือนเดิมทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิมเหมือนว่าเราต้องมาเริ่ม นับ 1ใหม่หมดเลย
ซึ้งผมโอเครกับการที่พร้อมจะปรับปรุงตัวเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม เเต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับเเย่กว่าเดิมคำว่าไม่เหมือนเดิมของเขาคือเขาไม่ตอนรับผมเข้าไปอยู่ในกลุ่มนั้นเเล้วครับ ผมเสียใจมากครับไปช่วงหนึ่งตอนนั้นคือคิดหนักมากว่าเราควรทำยังไง เเต่สิ่งที่ตัวเองทำตอนนั้นคือเลือกที่จะอยู่คนเดียวเเบบ100%ช่วงกลางวันกินข้าวเสร็จเข้าห้องสมุดตอนเย็นเรียนเสร็จเข้าห้องสมุกทุกเวลาที่ว่างๆจะเข้าไปทำงานหรืออ่านหนังสือในห้องสมุด จนในที่สุดผมก็คิดได้ว่า การอยู่คนเดียวมันก็ไม่ได้เเย่เพราะมันได้อยู่กับตัวเองคิดกับตัวเองไม่ได้ไปทำอะไรให้ใครเดือดร้อน จริงๆเรื่องมันมีต่อยาวกว่านี้อยู่นะครับไว้ผมมรเวลาจะมาเล่าต่อ สุดท้ายนี้ผมอยากจะถามเพื่อนๆว่าเพื่อนที่เป็นเพื่อนกันจริงๆจะตัดสินกันเพียงเเค่เรื่องเดียวที่เกิดขึ้นหรอครัลบ?
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่