สหรัฐฯ อิสราเอลใช้AI สอดแนม และก่อสงครามรุกรานอิหร่าน

สงครามสหรัฐอเมริกาอิสราเอล รุกรานอิหร่าน

มาตรา 702 (Section 702) ของกฎหมาย FISAเป็นเครื่องมือด้านการข่าวกรองที่ทรงพลังและถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดฉบับหนึ่งของสหรัฐฯ

มาตรานี้อนุญาตให้หน่วยงานข่าวกรอง (เช่น NSA, CIA และ FBI) สามารถสอดแนมได้ และเก็บข้อมูลเพื่อสร้างกระแสไซเบอร์โจมตีด้านสงครามข่าวสารได้ทั่วโลก สอดแนมทุกความเคลื่อนไหวจากทุกประเทศที่เป็นเป้าหมาย

รัฐบาลไม่จำเป็นต้องขอหมายศาลต่อเป้าหมายที่เป็นชาวต่างชาติในต่างประเทศ ใช้กฎหมายบังคับให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและโทรคมนาคมของสหรัฐฯ และทั่วโลก (เช่น Google, Meta, AT&T) ต้องส่งข้อมูลการสื่อสาร ข้อมูลทั้งหมด อีเมล, ข้อความแชท, ประวัติการโทร และข้อมูลดิจิทัลอื่น ๆ ของเป้าหมายให้แก่รัฐบาลสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าตอนนี้เป็นเวลาที่สมบูรณ์แบบสำหรับสภาคองเกรสที่จะอนุมัติโปรแกรมสอดแนมในประเทศของ FISA ทันที เนื่องจาก "กองทัพต้องการมันจริงๆ"แม้ว่า FISA จะถูกนำมาใช้เป็นอาวุธ"ผมยินดีที่จะสละความปลอดภัยของผมเพื่อกองทัพ"

ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2026 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการต่ออายุ มาตรา 702 ของกฎหมาย FISA (Foreign Intelligence Surveillance Act)

ปัจจุบันสหรัฐฯ ใช้สอดแนมในเวเนซุเอลาและอิหร่าน

ในอดีต ทรัมป์ อ้างว่าเคยโดนสอดแนม และอ้างว่า FISA ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในทางที่ผิดกับตัวเขาเองโดยตรง

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2026 ทรัมป์ได้ลงนามขยายเวลามาตรา 702 ออกไปชั่วคราวเป็นเวลา 10 วัน (จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2026) หลังจากที่สภาคองเกรสยังไม่สามารถตกลงกันเรื่องการต่ออายุระยะยาวได้เนื่องจากมีความขัดแย้งภายในพรรครีพับลิกันเกี่ยวกับข้อกำหนดเรื่องหมายค้น (warrant requirements) ทรัมป์เรียกร้องให้พรรครีพับลิกัน ผ่านร่างกฎหมายต่ออายุแบบ(Clean Bill) เป็นเวลา 18 เดือน โดยไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมที่จะจำกัดความสามารถของหน่วยข่าวกรอง

ซึ่งกลุ่มปกป้องสิทธิพลเมืองมองว่าเป็น "การสอดส่องทางประตูหลัง" (Backdoor Search) ที่เลี่ยงรัฐธรรมนูญในเมื่อข้อมูลมันวิ่งผ่านเซิร์ฟเวอร์บริษัทอเมริกัน (เช่น Google, Apple) รัฐบาลเลยใช้กฎหมายนี้ "บังคับ" ให้บริษัทเปิดประตูบ้านให้เข้าไปหยิบข้อมูลได้แบบถูกกฎหมายนั่นเอง

หลักฐานสนับสนุนที่ชัดเจนในเชิงประวัติศาสตร์ ความจริงที่ว่าสหรัฐฯ สอดแนมทั่วโลกถูก "เปิดโปง" อย่างเป็นทางการผ่านเหตุการณ์สำคัญหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วง 10-15 ปีที่ผ่านมา การเปิดโปงของ เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน (2013) นี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด เมื่ออดีตพนักงานสัญญาจ้างของ NSA นำเอกสารลับออกมาเผยแพร่ ทำให้โลกได้รู้จัก โปรแกรมที่เข้าถึงข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ (เช่น Google, Facebook, Apple) โดยตรง การดักจับข้อมูลจาก "กระดูกสันหลังอินเทอร์เน็ต" (Internet Backbone) หรือสายเคเบิลใต้น้ำที่เชื่อมต่อข้อมูลทั่วโลก เอกสารเผยว่ามีการดักฟังโทรศัพท์ของผู้นำหลายประเทศที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ด้วย

สหรัฐฯ เริ่มระบบมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยบังคับความร่วมมือด้านข่าวกรองระหว่าง สหรัฐฯ, อังกฤษ, แคนาดา, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ และถูกก่อตั้งขึ้นอย่างลับๆ ในยุคประธานาธิบดีทรูแมน โดยแทบไม่มีใครรู้ถึงการดำรงอยู่ของหน่วยงานนี้ในช่วงแรก จนถูกล้อเลียนว่าย่อมาจาก "No Such Agency" (ไม่มีหน่วยงานนี้อยู่จริง)

แม้จะมีการเปิดโปง แต่โปรแกรมเหล่านี้ก็ถูกนำมาทำให้ "ถูกกฎหมาย" ภายใต้มาตรา 702 ของ FISA แทนที่จะถูกยกเลิก ปัจจุบันมีการใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ชุดข้อมูลมหาศาล (Big Data) ทำให้การใช้งานทำได้รวดเร็วและกว้างขวางรอบด้านกว่าเดิม

การที่สหรัฐฯ พยายามผลักดันกฎหมาย FISA ในตอนนี้ จึงเป็นเหมือนการยืนยันว่าพวกเขาจะ "สอดแนมต่อไป" เพียงแต่เปลี่ยนจากการแอบทำเป็นการทำภายใต้อำนาจกฎหมายที่รองรับนั่นเอง

ที่มา
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่