การกลับมาของราชา : BTS ทำให้ยอดขายอัลบั้มไตรมาส 1 พุ่งกระฉูด ครองส่วนแบ่งการตลาด 22.1%


ยอดขายรวม 22.26 ล้านก๊อปปี้... พุ่งสูงขึ้น 22.3%
เฉพาะ BTS มียอดขายสูงถึง 4.92 ล้านก๊อปปี้ ครองส่วนแบ่งการตลาด 22.1%



ผลกระทบจากการ "กลับมาของราชา" นั้นเห็นได้ชัดเจนแล้ว การกลับมาของ BTS ทำให้ยอดขายอัลบั้มในไตรมาสแรกพุ่งสูงขึ้น  ทำให้ทฤษฎี "วิกฤตในวงการเคป็อป"  ไร้ความหมาย  


เมื่อวันที่ 27 ที่ผ่านมา จากการรวบรวมข้อมูลของ Circle Chart   เกี่ยวกับยอดขายอัลบั้มแยกตามศิลปินในกลุ่ม Top 400 พบว่า :
🔶 ยอดขายรวมช่วงเดือนมกราคม - มีนาคม: อยู่ที่ประมาณ 22.26 ล้านก๊อปปี้
🔶 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน: (ซึ่งขายได้ประมาณ 18.21 ล้านก๊อปปี้) พบว่ายอดขายเพิ่มขึ้นถึง 22.3%
🔶เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า: (21.78 ล้านก๊อปปี้) ยังคงมียอดขายสูงกว่าเดิมอีก 2.2%


ยอดขายอัลบั้มของ BTS นั้นน่าทึ่งเป็นอย่างมาก โดยในช่วงเวลาไตรมาสแรก  BTS ทำยอดขายอัลบั้มรวมได้สูงถึง 4,918,441 ก๊อปปี้ ที่น่าสนใจคือในอันดับ Top 400 ของยอดขายอัลบั้ม มีอัลบั้มของ BTS ติดอันดับเข้ามามากถึง 20 ชุด ส่งผลให้พวกเขามีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 22.1% ครองอันดับ 1 อย่างท่วมท้น





ช่องว่างระหว่างอันดับ 1 และอันดับ 2 นั้นห่างกันอย่างมหาศาล โดยยอดขายของ BTS สูงกว่าอันดับ 2 ถึงเกือบ 2 เท่า สำหรับอันดับอื่น ๆ ในตารางสรุปได้ดังนี้ :

อันดับ 2  ENHYPEN  : มีอัลบั้มติดใน Top 400 จำนวน 15 ชุด ทำยอดขายได้ 2,557,025 ก๊อปปี้ (ส่วนแบ่งการตลาด 11.5%)
อันดับ 3  BLACKPINK  : หลังจากปล่อยอัลบั้มใหม่แบบเต็มวง มีอัลบั้มติดอันดับ 6 ชุด ทำยอดขายรวม 2,022,099 ก๊อปปี้ (ส่วนแบ่งการตลาด 9.1%)
อันดับ 4  Alpha Drive One : ยอดขาย 1,432,597 ก๊อปปี้
อันดับ 5  ATEEZ : ยอดขาย 1,253,152 ก๊อปปี้
อันดับ 6  IVE : ยอดขาย 1,071,480 ก๊อปปี้
อันดับ 7  EXO : ยอดขาย 1,008,952 ก๊อปปี้


ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดอัลบั้ม K-Pop มักถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการ "ปั่นตัวเลข" ให้ดูสูงเกินจริง โดยพึ่งพาวิธีการอย่างการบังคับทำยอด (Stock pushing) หรือการใส่ "สินค้าสุ่ม" (Random goods) มาล่อใจแฟนคลับ

อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์ว่า การฟื้นตัวในไตรมาสแรกของปีนี้แตกต่างออกไป เพราะเป็นการขับเคลื่อนด้วย "คุณค่าที่แท้จริงของตัวศิลปิน (IP - Intellectual Property)" มากกว่ากลยุทธ์ทางการตลาดแบบเดิม ๆ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีต่ออุตสาหกรรมในระยะยาว


สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือการ "วิ่งกลับเข้าชาร์ต" ของอัลบั้มเก่า   โดยไม่ได้มีเพียงแค่ผลงานเพลงใหม่เท่านั้น แต่อัลบั้มเดิมของ BTS ยังกลับเข้าสู่ชาร์ตอย่างชัดเจน  สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า อัลบั้มเพลง K-Pop มีสถานะที่เปลี่ยนไปจากการเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้แล้วทิ้ง ไปสู่การเป็น "คอนเทนต์คลาสสิก" ที่มีคุณค่าแก่การสะสม


นอกจากนี้ การเติบโตในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในประเทศเกาหลีเท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับการฟื้นตัวของ ความต้องการแผ่นเสียงและอัลบั้มจริง (Physical Album) ในฝั่งตะวันตก เช่น อเมริกาเหนือและยุโรป ซึ่งการคัมแบ็กของ BTS มีส่วนสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนกระแสนี้


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่