🚗⚡🔌เจาะลึกรถไฮบริด (HEV) ในไทย เน้นประหยัดสุด ตอบโจทย์ทุกสิ่ง และราคาไม่แพง (27 เม.ย. 2569)

🚗⚡🔌เจาะลึกรถไฮบริด (HEV) ในไทย เน้นประหยัดสุด ตอบโจทย์ทุกสิ่ง และราคาไม่แพง (27 เม.ย. 2569)

คอลัมน์เจาะลึก "5 รถไฮบริด (HEV) รุ่นยอดฮิตในไทย เน้นประหยัดน้ำมันทุกหยาดหยด คือ เรียกได้ว่าแทบจะไม่ให้รถกินน้ำมันกันเลยทีเดียว
แน่นอนว่าในช่วงนี้ที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงยันเพดานจนกระทบกับค่าครองชีพเพราะรายรับไม่ได้เพิ่มตามรายจ่ายที่กลายเป็นราคาน้ำมัน HEV
ที่น่าจะตอบโจทย์การใช้งานในปี 2569 โดยเน้นรุ่นที่ถามเข้ามาซึ่งครอบคลุมทั้ง City Car, Sedan และ MPV ครอบครัว
แน่นอนว่ารถไฟฟ้านั้นประหยัดกว่า แต่เวลาเดินทางในช่วงวันหยุดยาวก็จะเจอเข้ากับความแออัดในสถานีชาร์จทางไกลที่ระยะทาง 300-400 กิโลเมตร
รถไฟฟ้าที่รอชาร์จจะหนาแน่นมากเป็นพิเศษ การเลือกใช้รถยนต์ไฮบริด HEV ที่มีอัตราสิ้นเปลือง 20-25 กิโลเมตรต่อลิตร
ก็พอจะทำให้ไม่ลำบากไปมากกว่านี้



🚗 1. Toyota Yaris ATIV HEV

นี่คือรถที่หลายคนรอคอยที่สุดในกลุ่ม Entry-level Sedan โดยใช้พื้นฐานความสำเร็จของ Ativ
รุ่นปกติมาเสริมทัพด้วยระบบไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันขั้นสุด  25-26 กม./ลิตร มาพร้อมระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense แบบจัดเต็ม
และห้องโดยสารที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Hybrid (ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน) สำหรับ Toyota Yaris ATIV HEV (รุ่นปี 2025-2026)
เป็นการอัปเกรดขุมพลังใหม่จากเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรเดิม มาเป็นระบบ Full Hybrid 1.5 ลิตร ซึ่งยกชุดวิศวกรรมพื้นฐานมาจาก Yaris Cross HEV
มาปรับจูนใหม่ให้เหมาะสมกับตัวถังเก๋ง เครื่องยนต์รหัสใหม่นี้เปลี่ยนจาก 3NR-VE (1.2L) มาเป็นตระกูล 1.5 ลิตรที่เน้นประสิทธิภาพ
รหัสเครื่องยนต์: 2NR-VEX แบบเบนซิน 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบ Dual VVT-i ปริมาตรความจุ: 1,496 ซีซี (1.5 ลิตร)
กำลังสูงสุด 91 แรงม้า แรงบิด  121 นิวตันเมตร  

มอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ (Electric Motor & Battery) หัวใจของระบบไฮบริดที่ทำให้ ATIV รุ่นนี้ขับสนุกขึ้นกว่ารุ่นน้ำมัน
กำลังมอเตอร์ 80 แรงม้า  แรงบิดมอเตอร์สูงสุด 141 นิวตันเมตร กำลังรวมทั้งระบบ 111 แรงม้า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion)
ความจุ 0.76 kWh (แรงดันไฟฟ้า 177.6 โวลต์)

ระบบส่งกำลังและสมรรถนะ เกียร์อัตโนมัติ E-CVT (ขับเคลื่อนล้อหน้า) อัตราสิ้นเปลือง
เคลมว่าทำได้สูงสุดถึง 29.4 กม./ลิตร (ตามมาตรฐาน ECO Sticker) ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในกลุ่มรถระดับเดียวกัน
แต่เท้าก็ต้องเบาเป็นปุยนุ่น สำหรับโหมดการขับให้เลือก 3 โหมด คือ ECO, NORMAL และ POWER พร้อมปุ่ม EV Mode
สำหรับใช้ไฟฟ้าล้วนในระยะสั้นๆ


💰Toyota Yaris ATIV HEV ราคาโดยประมาณ 729,000 – 799,000 บาท



🚗 2.  Honda City e:HEV Hatchback / Sedan

ตัวตึงในกลุ่ม City Car ที่ขึ้นชื่อเรื่องแรงบิดที่สนุกเร้าใจด้วยระบบมอเตอร์คู่ และความอเนกประสงค์ของเบาะ Ultra Seat ในรุ่น 5 ประตู
ระบบ Honda SENSING ทุกรุ่นย่อย, อัตราเร่งที่ตอบสนองไวเหมือนรถไฟฟ้า และฟีเจอร์ความสะดวกสบายอย่างช่องปรับอากาศตอนหลัง

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Atkinson-cycle (e:HEV มอเตอร์ 2 ตัว) Honda City e:HEV (ทั้งตัว Sedan และ Hatchback)
ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า i-MMD (intelligent Multi-Mode Drive)  แตกต่างจากระบบ Hybrid แบบเดิมๆ
ตรงที่เน้นให้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนหลักเกือบตลอดเวลา เครื่องยนต์ทำหน้าที่หลักคือการ "ปั่นไฟ" ส่งไปให้มอเตอร์ขับเคลื่อน
และจะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนโดยตรงเฉพาะในช่วงความเร็วสูงที่คงที่เท่านั้น

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร Atkinson-cycle  รหัส LEB-MMD แบบเบนซิน 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว i-VTEC
เทคโนโลยีฝาสูบแบบ Atkinson Cycle เพื่อประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน ความจุ 1,498 ซีซี (1.5 ลิตร) กำลังสูงสุด 98 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตร Honda เคลมอัตราประหยัด27.8 กม./ลิตร ขับใช้งานจริง วิ่งเร็ว กิน 18-20 กิโลเมตรต่อลิตร

มอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่  ระบบนี้ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว (Motor Generator และ Motor Drive)
กำลังมอเตอร์ขับเคลื่อนสูงสุด 109 แรงม้า แรงบิดมอเตอร์สูงสุด 253 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
ติดตั้งอยู่บริเวณที่เก็บสัมภาระด้านท้าย

ระบบส่งกำลังและการทำงาน Honda ใช้เกียร์ไฟฟ้า e-CVT ที่ไม่มีชุดเฟืองเกียร์เปลี่ยนอัตราทดแบบปกติ
แต่ใช้การเชื่อมต่อกำลังผ่านคลัตช์ (Engine-linked Clutch) ในโหมด EV Drive Mode  วิ่งด้วยไฟฟ้า 100%
(มอเตอร์ดึงไฟจากแบตเตอรี่มาหมุนล้อ) ส่วน Hybrid Drive Mode เครื่องยนต์ปั่นไฟ (Generator)
แล้วส่งพลังงานไฟฟ้าไปให้มอเตอร์ขับเคลื่อน (Traction Motor) หมุนล้อ Engine Drive Mode ในความเร็วสูงที่คงที่
ชุดคลัตช์จะเชื่อมต่อเครื่องยนต์เข้ากับล้อโดยตรง เพราะเครื่องยนต์ทำงานได้ประหยัดกว่ามอเตอร์ในย่านความเร็วสูง

💰Honda City e:HEV Hatchback / Sedan ราคา 769,000 – 839,000 บาท





🚗 3. MG 3 Hybrid+

แฮตช์แบ็ก 5 ประตูรุ่นใหม่ที่มาเขย่าตลาดด้วยสมรรถนะตัวเลขแรงม้าที่สูงที่สุดในกลุ่มเดียวกัน และราคาที่เข้าถึงง่าย ระบบ Hybrid+
ที่ให้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ ทำงานได้หลากหลายโหมด (EV, Series, Parallel) และมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่รวดเร็วสำหรับรถระดับนี้

เครื่องยนต์: 1.5 ลิตร Hybrid ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า สำหรับ MG 3 Hybrid+ (โฉมใหม่ปี 2024-2026) ถือเป็นรถ Hybrid
ที่ทำตัวเลขสมรรถนะออกมาได้น่าสนใจมากในกลุ่ม Hatchback โดยใช้ระบบที่เรียกว่า Hybrid+ ซึ่งเน้นความแรงจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก
เครื่องยนต์ของ MG 3 Hybrid+ เน้นการประหยัดพลังงานและการทำงานที่สอดประสานกับระบบไฟฟ้า
เป็นเครื่องเบนซิน 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ความจุ 1,498 ซีซี (1.5 ลิตร) กำลัง 102 แรงม้า แรงบิดสูงสุด (เครื่องยนต์) 128 นิวตันเมตร
ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้า มีกำลัง 136 แรงม้า แรงบิดมอเตอร์ 250 นิวตันเมตร กำลังรวมทั้งระบบ  194 แรงม้า
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ขนาดความจุ 1.83 kWh (ถือว่าใหญ่ขึ้นมาอีกนิด เมื่อเทียบกับรถ Hybrid ทั่วไปที่มักจะอยู่แถวๆ 0.7 - 1.1 kWh)

MG 3 Hybrid+ ใช้เกียร์แบบ 3-speed EDU (Electric Drive Unit) หรือที่ในแคตตาล็อกระบุว่าเป็นเกียร์อัตโนมัติ 3 สปีด (3-speed E-AT)
ซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดการกับการส่งกำลังในช่วงความเร็วต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: ในเวลาประมาณ 8 วินาที
(ถือว่าเร็วระดับต้นๆ ของกลุ่ม) อัตราสิ้นเปลืองตามสเปกเคลมไว้สูงสุดที่ 26.2 กม./ลิตร

💰MG 3 Hybrid+ ราคา 579,900 – 619,900 บาท





🚗 4. Mitsubishi Xpander HEV / Xpander Cross HEV

รถยนต์ 7 ที่นั่งขวัญใจครอบครัวที่อัปเกรดมาใช้ระบบไฮบริด ทำให้การเดินทางไกลประหยัดขึ้นและขับสนุกกว่าเดิม

จุดเด่น ระบบขับเคลื่อนแบบ Full Hybrid ที่ปรับจูนมาเพื่อแรงบิดในการบรรทุก, โหมดการขับขี่ที่เลือกได้ถึง 7 โหมด
และเทคโนโลยี AYC (Active Yaw Control) ที่ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ

เครื่องยนต์: 1.6 ลิตร MIVEC Hybrid คือหัวใจของ Mitsubishi Xpander Cross HEV มาพร้อมกับระบบไฮบริดที่พัฒนา
ต่อยอดมาจากเทคโนโลยี PHEV ของ Outlander โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า Mitsubishi e:MOTION ซึ่งเป็นระบบ Full Hybrid
ที่เน้นการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก  เครื่องยนต์ถูกออกแบบใหม่ให้ทำงานร่วมกับระบบไฮบริดโดยเฉพาะ
เน้นไปที่ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน รหัสเครื่องยนต์ 4A92 แบบเบนซิน 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว
ระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ฝาสูบแบบ Atkinson Cycle (วงจรการขยายตัวสูง) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้  
ใช้ปั๊มน้ำไฟฟ้า (Electric Water Pump) เพื่อลดภาระของเครื่องยนต์ ความจุ 1,590 ซีซี (1.6 ลิตร) กำลังสูงสุด 95 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด  134 นิวตันเมตร  ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ แน่นอนว่ามอเตอร์ไฟฟ้าคือหัวใจหลักในการขับเคลื่อนรถรุ่นนี้
โดยเฉพาะในช่วงความเร็วต่ำและปานกลาง กำลังมอเตอร์สูงสุด 116 แรงม้า
แรงบิดมอเตอร์สูงสุด 255 นิวตันเมตร (ให้แรงบิดสูงสุดทันทีที่ออกตัว) แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion)
ความจุประมาณ 1.1 kWh คือใช้แบตเตอรี่เล็กจิ๋ว ติดตั้งบริเวณใต้พื้นเบาะนั่งคู่หน้า ระบบส่งกำลังและการทำงาน (Hybrid System)
ใช้ระบบเกียร์ไฟฟ้า e-CVT ที่เชื่อมการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ มอเตอร์ขับเคลื่อน และไดชาร์จ (Generator)

หลักการทำงาน EV Mode ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% จากแบตเตอรี่ (ในระยะสั้นๆ หรือช่วงความเร็วต่ำ)
Series Hybrid เครื่องยนต์ปั่นไฟส่งให้มอเตอร์ขับเคลื่อนล้อ (เครื่องยนต์ไม่ได้ต่อตรงกับล้อ)
Parallel Hybrid  เครื่องยนต์และมอเตอร์ช่วยกันขับเคลื่อนล้อพร้อมกัน (มักเกิดในช่วงความเร็วสูงที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด)

7 Drive Modes: มีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 7 รูปแบบ (Normal, Eco, Gravel, Tarmac, Mud, Wet และ EV Priority/Charge)

ดูแล้วตัวเลขแรงม้าเครื่องยนต์จะดูจิ๋มหลิม หรือน้อยกว่ารุ่นเดิม (1.5L เดิมมี 105 แรงม้า) แต่เมื่อรวมพลังกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 116 แรงม้า
แล้ว Xpander Cross HEV จะให้แรงบิดที่สูงกว่ามาก (255 นิวตันเมตร เทียบกับ 141 นิวตันเมตรในรุ่นเดิม)
ทำให้การเร่งแซงและการออกตัวกระฉับกระเฉงกว่าชัดเจน

💰Mitsubishi Xpander HEV / Xpander Cross HEV ราคา 912,000 – 946,000 บาท


ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่