ช่วงนี้ไม่รู้มีใครสังเกตเหมือนผมไหมครับ เวลาเลื่อนดูตามเว็บอสังหาฯ หรือตามโซเชียลต่างๆ เห็นประกาศขายบ้านมือสองหลังใหญ่ๆ ระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปเยอะมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย ทั้งบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ และบ้านพักตากอากาศต่างจังหวัด
ส่วนตัวผม คิดว่าสาเหตุมันน่าจะมาจากภาพรวมหลายๆ อย่างที่กำลังเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่อง
"โครงสร้างประชากร" และ
"ไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้"
1 ประชากรไทยกำลังลดลง: อย่างที่เรารู้กันว่าเด็กเกิดใหม่น้อยลงมาก สังคมเรากำลังหดตัวลง บ้านไซส์ใหญ่ที่แต่ก่อนออกแบบมาเพื่อรองรับครอบครัวขยาย (ปู่ย่าตายาย พ่อแม่ ลูกหลาน อยู่รวมกัน) เลยอาจจะเริ่มเกินความจำเป็น เพราะเดี๋ยวนี้คนนิยมอยู่เป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น หรือหลายคนก็เลือกที่จะไม่มีลูกเลย โดยเฉพาะบ้านหลังที่สองหรือบ้านสำหรับตากอากาศริมทะเล หรือแถบเขาใหญ่ กลุ่มนี้น่าจะได้รับผลกระทบชัดเจนในอนาคต เพราะนอกจากความต้องการซื้อจะลดลงตามจำนวนคนแล้ว การดูแลรักษาบ้านหรือคอนโดริมทะเลหรือในจังหวัดท่องเที่ยวที่ไม่ได้อยู่ประจำก็มีค่าใช้จ่ายสูง อนาคตบ้านกลุ่มนี้น่าจะหาคนมารับช่วงต่อ (Second-hand buyer) ได้ค่อนข้างยาก
2 Mindset คนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป: สมัยก่อนคนรุ่นพ่อแม่เราทำงานที่เดียวจนเกษียณ การซื้อบ้านหลังใหญ่เพื่อลงหลักปักฐานคือเป้าหมายสูงสุด แต่บริบทคนรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปเยอะครับ การย้ายงานบ่อย (Job Hopper) เป็นเรื่องปกติ เน้นความยืดหยุ่นในชีวิตสูง การเช่าคอนโดหรือบ้านไซส์เล็กที่ย้ายทำเลได้ง่าย น่าจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากกว่าการเอาเงินก้อนใหญ่ไปจมกับบ้านที่ผูกมัดให้อยู่กับที่ไปตลอดชีวิต
เพื่อนๆ สมาชิกมีความคิดเห็นยังไงกับประเด็นนี้บ้างครับ ตลาดบ้านไซส์ใหญ่และบ้านหลังที่สอง จะซบเซาลงไปตามโครงสร้างประชากรไหม หรือใครที่อยู่ในแวดวงอสังหาฯ ตอนนี้สถานการณ์จริงเป็นยังไงบ้าง มาแชร์มุมมองแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ
ช่วงนี้เห็นบ้านมือสองเป็นบ้านหลังใหญ่ๆ และบ้านพักตากอากาศ(รวมถึงคอนโด) ประกาศขายเยอะ แล้วขายไม่ค่อยออกด้วย
ส่วนตัวผม คิดว่าสาเหตุมันน่าจะมาจากภาพรวมหลายๆ อย่างที่กำลังเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่อง "โครงสร้างประชากร" และ "ไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้"
1 ประชากรไทยกำลังลดลง: อย่างที่เรารู้กันว่าเด็กเกิดใหม่น้อยลงมาก สังคมเรากำลังหดตัวลง บ้านไซส์ใหญ่ที่แต่ก่อนออกแบบมาเพื่อรองรับครอบครัวขยาย (ปู่ย่าตายาย พ่อแม่ ลูกหลาน อยู่รวมกัน) เลยอาจจะเริ่มเกินความจำเป็น เพราะเดี๋ยวนี้คนนิยมอยู่เป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น หรือหลายคนก็เลือกที่จะไม่มีลูกเลย โดยเฉพาะบ้านหลังที่สองหรือบ้านสำหรับตากอากาศริมทะเล หรือแถบเขาใหญ่ กลุ่มนี้น่าจะได้รับผลกระทบชัดเจนในอนาคต เพราะนอกจากความต้องการซื้อจะลดลงตามจำนวนคนแล้ว การดูแลรักษาบ้านหรือคอนโดริมทะเลหรือในจังหวัดท่องเที่ยวที่ไม่ได้อยู่ประจำก็มีค่าใช้จ่ายสูง อนาคตบ้านกลุ่มนี้น่าจะหาคนมารับช่วงต่อ (Second-hand buyer) ได้ค่อนข้างยาก
2 Mindset คนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป: สมัยก่อนคนรุ่นพ่อแม่เราทำงานที่เดียวจนเกษียณ การซื้อบ้านหลังใหญ่เพื่อลงหลักปักฐานคือเป้าหมายสูงสุด แต่บริบทคนรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปเยอะครับ การย้ายงานบ่อย (Job Hopper) เป็นเรื่องปกติ เน้นความยืดหยุ่นในชีวิตสูง การเช่าคอนโดหรือบ้านไซส์เล็กที่ย้ายทำเลได้ง่าย น่าจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากกว่าการเอาเงินก้อนใหญ่ไปจมกับบ้านที่ผูกมัดให้อยู่กับที่ไปตลอดชีวิต
เพื่อนๆ สมาชิกมีความคิดเห็นยังไงกับประเด็นนี้บ้างครับ ตลาดบ้านไซส์ใหญ่และบ้านหลังที่สอง จะซบเซาลงไปตามโครงสร้างประชากรไหม หรือใครที่อยู่ในแวดวงอสังหาฯ ตอนนี้สถานการณ์จริงเป็นยังไงบ้าง มาแชร์มุมมองแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ