‘พริษฐ์’ ชี้ ต้องรีเซ็ตทีมโฆษก ชู ‘ภคมน’ คุมทัพแทน เผยแจ้งความประสงค์ ‘เท้ง’ ขอเปลี่ยนตั้งแต่หลังเลือกตั้ง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5693127
.

.
‘พริษฐ์’ ชี้ ต้องรีเซ็ตทีมโฆษก ชู ‘ภคมน’ คุมทัพแทน บอก มีความสามารถสื่อสารเรื่องที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย-เข้าถึงประชาชน เชื่อ ‘ลิซ่า’ เป็นกำลังสำคัญพรรคเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น เผยแจ้งความประสงค์ ‘เท้ง’ ขอเปลี่ยนตั้งแต่หลังเลือกตั้ง
.
เมื่อวันที่ 26 เมษายน นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ อดีตโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่ตนได้รับมอบหมายจากพรรคให้ทำหน้าที่เป็นโฆษกพรรค ตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล มาจนถึงพรรคประชาชน ตนพยายามเต็มที่ในการทำงานด้านการสื่อสารโดยยึด 3 หลักสำคัญ 1.เน้นการสื่อสารเพื่อสร้างความไว้วางใจกับประชาชน ซึ่งตนเห็นว่าต้องอาศัยการรับฟังเสียงสะท้อนอย่างกว้างขวาง การนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ การนำเสนอหลักการที่คงเส้นคงวา การนำเสนอประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และการตอบคำถามที่ยังคาใจประชาชน
.
นาย
พริษฐ์ ระบุต่อว่า
2.ปรับบทบาทกองโฆษก จากทีมที่ทำหน้าที่สื่อสารด้วยตนเองเพียงฝ่ายเดียว มาเป็นทีมที่เน้นสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้เพื่อนๆ สส. หรือคนอื่นในพรรค ได้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการสื่อสารต่อสังคม ในประเด็นที่เขาทำงานหรือเป็นผู้รับผิดชอบหลัก 3.ทำงานกันเป็นทีมร่วมกันกับคนอื่นในกองโฆษก เพื่อช่วยกันเสริมจุดแข็งของแต่ละคนที่แตกต่างกัน โดยยึดหลักว่าการสื่อสารในแต่ละประเด็น จะต้องมีเอกภาพในเชิงสาระและหลักการ แต่มีความหลากหลายในรูปแบบการสื่อสาร เพื่อให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม
.
นาย
พริษฐ์ ระบุอีกว่า
ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่มีพลวัตสูง รวมถึงความท้าทายสำคัญเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อน ทุกคนในกองโฆษกเราเห็นตรงกันว่ายังมีอีกหลายภารกิจเกี่ยวกับงานด้านการสื่อสารที่เราจำเป็นต้องเร่งต่อยอด ปรับเปลี่ยน หรือยกระดับ ตั้งแต่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง ตนจึงได้แจ้งความประสงค์กับหัวหน้าพรรคว่าตนเห็นว่าพรรคควรมีการปรับเปลี่ยนบุคลากรให้เข้ามาทำหน้าที่โฆษกพรรคแทน โดยตนได้ร่วมวางแผนการเปลี่ยนผ่านกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา
.
นาย
พริษฐ์ ระบุด้วยว่า
ประชุมใหญ่พรรควันนี้ จึงเป็นจังหวะที่ดี ที่เราจะได้เริ่มต้นบทใหม่ สำหรับงานด้านการสื่อสารของพรรคประชาชน และตนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะส่งต่อภารกิจในการทำหน้าที่โฆษกและบริหารกองโฆษกต่อให้กับน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน ตั้งแต่ตนเข้ามาที่พรรคก้าวไกลในปี 2565 ตนได้ทำงานร่วมกับกับน.ส.ภคมนอย่างใกล้ชิด และได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากน.ส.ภคมนมาโดยตลอด ความสามารถของน.ส.ภคมนในการสื่อสารเรื่องที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายและเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง เป็นสิ่งที่ตนเชื่อว่าใครที่ติดตามการอภิปรายและการทำงานของเขาเห็นเป็นที่ประจักษ์
.
“
หลังจากนี้เป็นต้นไป ในห้วงเวลาที่พรรคต้องทำงานเชิงความคิดในประเด็นที่แหลมคมอย่างเข้มข้นขึ้น และในห้วงเวลาที่พรรคต้องทำงานหนักขึ้นในการเติมไฟให้กับคนที่ยังมีใจให้พรรค โน้มน้าวคนที่ยังลังเล และเปลี่ยนใจคนที่ยังไม่เชื่อใจเรา ผมเชื่อว่าคุณภคมนจะเป็นกำลังสำคัญของพรรคประชาชนในการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ผมขอขอบคุณเพื่อนร่วมงานทุกคนในกองโฆษกทั้งหน้าบ้าน หลังบ้าน ขอบคุณพรรคที่ไว้วางใจให้ผมทำหน้าที่ดังกล่าวที่ผ่านมา และขอขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนที่ได้มีโอกาสพบปะและทำงานร่วมกันในบทบาททีเรารับผิดชอบ” นาย
พริษฐ์ ระบุ
.
https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid02YCAdq5gp3wPFBG1Kov1rSuGy4wcGyq6NLDui8RsCcp9PfnemZqeCQzXUg9AvdyVHl
.
.
เตือนไทยเผชิญสึนามิ ‘ต้นทุน’ นักเศรษฐศาสตร์ ชี้ยังไม่พ้นปากเหว แม้มูดีส์เพิ่มเอาท์ลุค
.
• นักเศรษฐศาสตร์ชี้ แม้ Moody’s จะปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยเป็น "มีเสถียรภาพ" จากความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ลดลง
.
• แต่มองว่าเป็นเพียงการรอดพ้นจากการถูกหั่นเครดิตชั่วคราวเท่านั้น
.
• เหตุเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญความท้าทายรุนแรงจาก "สึนามิต้นทุน" ที่เกิดจากราคาพลังงานและค่าขนส่งพุ่งสูง ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่และน่ากังวลกว่าปัจจัยบวกที่ Moody's ประเมิน
.
• "สึนามิต้นทุน" ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักของประเทศ ทั้งภาคการท่องเที่ยว การส่งออก และการบริโภคในประเทศที่กำลังซื้ออ่อนแรงลง
.
• ขณะที่ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่แท้จริงคือ "กับดักการเติบโตต่ำ" โดย GDP ของไทยขยายตัวในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ทำให้เศรษฐกิจยังคงเปราะบางและยังไม่พ้นปากเหว
.
บนความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและแรงกดดันจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญโจทย์ท้าทายรอบด้าน แม้สัญญาณเชิงบวกจากการที่ Moody’s เพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือไทยดีขึ้น
.
แต่ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างยังกดทับ ทั้งต้นทุนที่เร่งตัวขึ้น กำลังซื้อที่อ่อนแรง และการเติบโตทางเศรษฐกิจยังต่ำกว่าศักยภาพ สะท้อนภาพ “เปราะบาง” ที่ต้องจับตาใกล้ชิดระยะต่อไป
.
Moody’s ปรับจากระดับ Negative Outlook เป็นระดับ Stable Outlook โดยคงอันดับความน่าเชื่อถือประเทศที่ระดับ Baa1 โดยเหตุผลสำคัญ คือ รัฐบาลมีเสถียรภาพจึงลดความไม่แน่นอนทางการเมือง
.
ส่วนความเสี่ยงภายนอกคลี่คลาย โดยภาษีสหรัฐที่จัดเก็บสินค้าไทยใกล้ภูมิภาค ขณะที่การลงทุนเอกชนฟื้นตัวต่อเนื่องเป็นแรงหนุนจาก Thailand Fast Pass ที่จะสร้างแรงขับเคลื่อนระยะยาว
.
รวมถึงหนี้สาธารณะต่อ GDP จะเพิ่มขึ้นแต่บริหารจัดการได้ โดยหนี้ส่วนใหญ่เป็นเงินบาทและอายุหนี้เฉลี่ยยาวดอกเบี้ยต่ำ และฐานะการเงินระหว่างประเทศแข็งแกร่ง เงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูง ซึ่งสัดส่วนหนี้ต่อทุนสำรองบริหารจัดการได้
.
นอกจากนี้ ปัจจัยที่ Moody’s จะติดตาม คือ ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจเมื่อเทียบประเทศอันดับใกล้เคียง รวมถึงความคืบหน้าปฏิรูปเชิงโครงสร้าง และวินัยการคลังและการบริหารหนี้
.
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า การที่ Moody’s ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือไทยจากระดับ “เชิงลบ” กลับมาสู่ “คงที่” หรือ Stable มาจากปัจจัยลบที่เคยเป็นความกังวลรอบก่อนเริ่มคลี่คลายลงใน 2 ประเด็นหลัก คือ
.
1.ความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ และ 2.ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากนโยบายภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์
ทั้งนี้ ปัจจุบัน Moody’s เริ่มเห็นสัญญาณดีขึ้น โดยปัญหาการเมืองไม่ได้รุนแรงอย่างที่คาดไว้ ขณะที่ผลกระทบจากภาษีทรัมป์ไม่รุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายกังวล ส่งผลให้ความกังวลเหล่านั้นลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ
.
อย่างไรก็ตาม Moody’s ยังส่งสัญญาณเตือนและจับตาดูว่ารัฐบาลไทยจะยังคงยึดมั่นในวินัยการคลังต่อไปหรือไม่ โดยเฉพาะในภาวะที่ต้องเผชิญกับราคาพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจกระทบต่อสถานะการคลังในระยะยาว
.
• “สึนามิต้นทุน”ผลกระทบใหญ่เศรษฐกิจ
.
อย่างไรก็ตาม การปรับมุมมองของ Moody’s แม้เป็นบวกแต่สิ่งที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญในปัจจุบันที่สำคัญกว่า คือ “ช็อก” จากราคาพลังงานที่เป็นใหญ่กว่ามากและอาจเป็น “สึนามิต้นทุน” ที่กระทบเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย 3 ตัว
.
1. ภาคการท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการหยุดบินของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกกลาง จากราคาตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้นตามต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งอาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวในปีนี้ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา
.
2.ภาคการส่งออก กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น
.
3.การบริโภคในประเทศ ราคาพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้ความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยในสินค้าฟุ่มเฟือยลดลง และอาจลามไปถึงความสามารถในการชำระหนี้ด้วย
.
และสิ่งที่น่ากังวลมากกว่าราคาแพงคือภาวะของขาด จากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานที่จะลามไปสู่อุตสาหกรรมต่างๆมากขึ้น
.
“ครั้งนี้เราต่างกับวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน หรือต้มยำกุ้ง ปัญหารอบนี้ของเราคือวิกฤติฝั่งอุปทานที่คนรายได้น้อยจะได้รับผลกระทบหนักที่สุดเนื่องจากมีสัดส่วนการบริโภคพลังงานสูงเมื่อเทียบกับรายได้”
.
• ไทยรอดถูกหั่นเรทติ้งเพียงชั่วคราว
.
ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่าการประเมินสถานการณ์ที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง Moody’s ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไว้
.
ส่วนหนึ่งต้องชื่นชมการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและทีมงานเศรษฐกิจที่มีการสื่อสารที่ดี และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาวินัยทางการคลัง อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่ทำให้ไทยรอดพ้นจากการถูกหั่นเรทติ้งในระยะยาว
.
แต่ครั้งนี้ไม่ใช่การพ้นเคราะห์ หรือรอดพ้นในระยะยาว เพราะปัญหาที่แท้จริงของเศรษฐกิจไทยคือ ศักยภาพเศรษฐกิจไทยที่ยังเติบโตต่ำ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือจะกลับมาทบทวนทุกปีว่าเราทำตามพันธสัญญาในการสร้างการเติบโตได้จริงหรือไม่
.
เช่นแผนการกู้เงินของรัฐบาลล่าสุด 5 แสนล้านบาท ที่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุด แต่ประเด็นอยู่ที่กู้ไปแล้วสามารถสร้าง GDP Growth ได้หรือไม่ เพราะถ้ากู้ไปแล้วไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจไทยโตมากกว่า 3% ได้เรื่องที่น่ากลัว
.
• ห่วงกับดักเศรษฐกิจเติบโตต่ำ
.
อีกทั้งปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหารายได้โตไม่ทันรายจ่าย โดยหนี้หรือรายจ่ายเพิ่มขึ้นเร็วมาก แต่จีดีพีหรือรายได้กลับโตต่ำเพียง 1.5-2.5% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในอาเซียน หากไทยยังติดกับดักการเติบโตในระดับนี้ต่อไป ความเสี่ยงทางการคลังจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
ในส่วนประมาณการเศรษฐกิจ ล่าสุดซีไอเอ็มบีไทยมีการปรับจีดีพีไทยลดลงจาก 2.1% มาอยู่ที่ 1.7% และล่าสุดมาอยู่ที่ 1.3% จากผลกระทบสงครามที่ส่งผ่านมาสู่ราคาน้ำมันหากไทยราคาน้ำมันยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงเช่นนี้ จะยิ่งกดดันให้จีดีพีขยายตัวต่ำลงไปอีก และถึงแม้ปีหน้าเศรษฐกิจอาจจะฟื้นตัวกลับมาได้บ้าง แต่ก็มองว่าจะขยายตัวได้เพียงในระดับ 2-3% เท่านั้น ซึ่งยังห่างไกลจากระดับที่ควรจะเป็น
.
• จับตาสึนามิต้นทุนกระทบเอสเอ็มอี
.
ประเด็นที่น่ากังวลอย่างมากคือ สึนามิต้นทุน ซึ่งเกิดจากการพุ่งสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลและค่าขนส่ง ที่ผลกระทบนี้กำลังขยายวงกว้างไปยังสินค้าทุกประเภท วิกฤติครั้งนี้ส่งผลกระทบ 2 เด้ง ผู้บริโภคต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้คนเริ่มรัดเข็มขัดและระมัดระวังการใช้จ่าย ซึ่งจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม
รวมทั้งกระทบผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่เป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุด เพราะแม้ต้นทุนจะพุ่งสูงขึ้น แต่กลับไม่สามารถผลักภาระให้ผู้บริโภคได้ หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป อาจนำไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจที่รุนแรงเกินกว่าจะเยียวยา”
JJNY : ‘พริษฐ์’ชี้ ต้องรีเซ็ตทีมโฆษก│เตือนไทยเผชิญสึนามิ ‘ต้นทุน’ │แผ่นดินไหว 6.2 เขย่าฮอกไกโด│เปิดชื่อ 38 จว.โดนเต็มๆ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5693127
.
.
‘พริษฐ์’ ชี้ ต้องรีเซ็ตทีมโฆษก ชู ‘ภคมน’ คุมทัพแทน บอก มีความสามารถสื่อสารเรื่องที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย-เข้าถึงประชาชน เชื่อ ‘ลิซ่า’ เป็นกำลังสำคัญพรรคเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น เผยแจ้งความประสงค์ ‘เท้ง’ ขอเปลี่ยนตั้งแต่หลังเลือกตั้ง
.
เมื่อวันที่ 26 เมษายน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ อดีตโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่ตนได้รับมอบหมายจากพรรคให้ทำหน้าที่เป็นโฆษกพรรค ตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล มาจนถึงพรรคประชาชน ตนพยายามเต็มที่ในการทำงานด้านการสื่อสารโดยยึด 3 หลักสำคัญ 1.เน้นการสื่อสารเพื่อสร้างความไว้วางใจกับประชาชน ซึ่งตนเห็นว่าต้องอาศัยการรับฟังเสียงสะท้อนอย่างกว้างขวาง การนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ การนำเสนอหลักการที่คงเส้นคงวา การนำเสนอประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และการตอบคำถามที่ยังคาใจประชาชน
.
นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า 2.ปรับบทบาทกองโฆษก จากทีมที่ทำหน้าที่สื่อสารด้วยตนเองเพียงฝ่ายเดียว มาเป็นทีมที่เน้นสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้เพื่อนๆ สส. หรือคนอื่นในพรรค ได้มีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการสื่อสารต่อสังคม ในประเด็นที่เขาทำงานหรือเป็นผู้รับผิดชอบหลัก 3.ทำงานกันเป็นทีมร่วมกันกับคนอื่นในกองโฆษก เพื่อช่วยกันเสริมจุดแข็งของแต่ละคนที่แตกต่างกัน โดยยึดหลักว่าการสื่อสารในแต่ละประเด็น จะต้องมีเอกภาพในเชิงสาระและหลักการ แต่มีความหลากหลายในรูปแบบการสื่อสาร เพื่อให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่ม
.
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่มีพลวัตสูง รวมถึงความท้าทายสำคัญเรื่องการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อน ทุกคนในกองโฆษกเราเห็นตรงกันว่ายังมีอีกหลายภารกิจเกี่ยวกับงานด้านการสื่อสารที่เราจำเป็นต้องเร่งต่อยอด ปรับเปลี่ยน หรือยกระดับ ตั้งแต่การเลือกตั้งเสร็จสิ้นลง ตนจึงได้แจ้งความประสงค์กับหัวหน้าพรรคว่าตนเห็นว่าพรรคควรมีการปรับเปลี่ยนบุคลากรให้เข้ามาทำหน้าที่โฆษกพรรคแทน โดยตนได้ร่วมวางแผนการเปลี่ยนผ่านกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา
.
นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า ประชุมใหญ่พรรควันนี้ จึงเป็นจังหวะที่ดี ที่เราจะได้เริ่มต้นบทใหม่ สำหรับงานด้านการสื่อสารของพรรคประชาชน และตนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะส่งต่อภารกิจในการทำหน้าที่โฆษกและบริหารกองโฆษกต่อให้กับน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน ตั้งแต่ตนเข้ามาที่พรรคก้าวไกลในปี 2565 ตนได้ทำงานร่วมกับกับน.ส.ภคมนอย่างใกล้ชิด และได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากน.ส.ภคมนมาโดยตลอด ความสามารถของน.ส.ภคมนในการสื่อสารเรื่องที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายและเข้าถึงประชาชนในวงกว้าง เป็นสิ่งที่ตนเชื่อว่าใครที่ติดตามการอภิปรายและการทำงานของเขาเห็นเป็นที่ประจักษ์
.
“หลังจากนี้เป็นต้นไป ในห้วงเวลาที่พรรคต้องทำงานเชิงความคิดในประเด็นที่แหลมคมอย่างเข้มข้นขึ้น และในห้วงเวลาที่พรรคต้องทำงานหนักขึ้นในการเติมไฟให้กับคนที่ยังมีใจให้พรรค โน้มน้าวคนที่ยังลังเล และเปลี่ยนใจคนที่ยังไม่เชื่อใจเรา ผมเชื่อว่าคุณภคมนจะเป็นกำลังสำคัญของพรรคประชาชนในการเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิม ผมขอขอบคุณเพื่อนร่วมงานทุกคนในกองโฆษกทั้งหน้าบ้าน หลังบ้าน ขอบคุณพรรคที่ไว้วางใจให้ผมทำหน้าที่ดังกล่าวที่ผ่านมา และขอขอบคุณพี่น้องสื่อมวลชนที่ได้มีโอกาสพบปะและทำงานร่วมกันในบทบาททีเรารับผิดชอบ” นายพริษฐ์ ระบุ
.
https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid02YCAdq5gp3wPFBG1Kov1rSuGy4wcGyq6NLDui8RsCcp9PfnemZqeCQzXUg9AvdyVHl
.
.
Moody’s ปรับจากระดับ Negative Outlook เป็นระดับ Stable Outlook โดยคงอันดับความน่าเชื่อถือประเทศที่ระดับ Baa1 โดยเหตุผลสำคัญ คือ รัฐบาลมีเสถียรภาพจึงลดความไม่แน่นอนทางการเมือง
.
อย่างไรก็ตาม Moody’s ยังส่งสัญญาณเตือนและจับตาดูว่ารัฐบาลไทยจะยังคงยึดมั่นในวินัยการคลังต่อไปหรือไม่ โดยเฉพาะในภาวะที่ต้องเผชิญกับราคาพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจกระทบต่อสถานะการคลังในระยะยาว
.
1. ภาคการท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการหยุดบินของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกกลาง จากราคาตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้นตามต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งอาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวในปีนี้ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา
.
2.ภาคการส่งออก กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น
.
ส่วนหนึ่งต้องชื่นชมการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและทีมงานเศรษฐกิจที่มีการสื่อสารที่ดี และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาวินัยทางการคลัง อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่ทำให้ไทยรอดพ้นจากการถูกหั่นเรทติ้งในระยะยาว
.
เช่นแผนการกู้เงินของรัฐบาลล่าสุด 5 แสนล้านบาท ที่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุด แต่ประเด็นอยู่ที่กู้ไปแล้วสามารถสร้าง GDP Growth ได้หรือไม่ เพราะถ้ากู้ไปแล้วไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจไทยโตมากกว่า 3% ได้เรื่องที่น่ากลัว
.
ในส่วนประมาณการเศรษฐกิจ ล่าสุดซีไอเอ็มบีไทยมีการปรับจีดีพีไทยลดลงจาก 2.1% มาอยู่ที่ 1.7% และล่าสุดมาอยู่ที่ 1.3% จากผลกระทบสงครามที่ส่งผ่านมาสู่ราคาน้ำมันหากไทยราคาน้ำมันยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงเช่นนี้ จะยิ่งกดดันให้จีดีพีขยายตัวต่ำลงไปอีก และถึงแม้ปีหน้าเศรษฐกิจอาจจะฟื้นตัวกลับมาได้บ้าง แต่ก็มองว่าจะขยายตัวได้เพียงในระดับ 2-3% เท่านั้น ซึ่งยังห่างไกลจากระดับที่ควรจะเป็น