ในฐานะที่เคยเป็นลูกศิษย์ของโรงเรียนประชินนุสรณ์ อยากสอบถามพี่ๆ ที่เคยเรียนที่นี่ค่ะ ว่าคิดเห็นยังไงกับโรงเรียนเอกชนแห่งนี้บ้าง
โรงเรียนมีนักเรียนประมาณ 500 กว่าคน และครูประมาณ 30 กว่าคน ซึ่งถือว่าเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก การเรียนการสอนโดยรวมถ้าถามว่าดีไหม ส่วนตัวคิดว่า “พอใช้” ค่ะ โดยเฉพาะครูรุ่นเก่าๆ หลายคนสอนได้ค่อนข้างดี มีประสบการณ์ และให้พื้นฐานการเรียนที่อยู่ในระดับมาตรฐานของโรงเรียนเอกชนขนาดเล็ก
ถ้าถามว่าภาพรวมดีไหม? พูดตรงๆ คือยังดูต่ำกว่ามาตรฐานโรงเรียนเอกชนที่หลายคนคาดหวังไว้พอสมควร เช่น การบริหารจัดการภายใน,
คุณภาพและความพร้อมของบุคลากรบางส่วน, วิชาการพื้นฐานที่ยังไม่ได้โดดเด่นมาก, ระบบดูแลนักเรียน, สังคมภายในโรงเรียนและพฤติกรรมนักเรียนบางกลุ่ม, สิ่งแวดล้อมและบรรยากาศ, ค่าใช้จ่ายเสริมที่อาจไม่ค่อยสมดุลกับคุณภาพ และชื่อเสียงในพื้นที่
เรื่องกฎของโรงเรียนบางข้อพูดตรงๆ ว่าดูไม่ค่อยสมเหตุสมผล และไม่ได้เกี่ยวกับการพัฒนาด้านการเรียนของนักเรียนโดยตรงเท่าไหร่ อย่างกฎห้ามนำน้ำหรือขนมออกจากโรงอาหาร ทั้งที่เมื่อก่อนทำได้ปกติ แต่กลับถูกเพิ่มขึ้นมาเพียงเพราะปัญหาเรื่องขยะจากนักเรียนบางส่วน ทั้งที่นักเรียนส่วนใหญ่ก็ทิ้งขยะถูกที่อยู่แล้ว กลายเป็นว่าทุกคนต้องมารับผลจากความผิดของคนส่วนน้อย ซึ่งมันดูเป็นการออกกฎแบบเหมารวมและแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่าต้นเหตุ ทำให้รู้สึกว่าบางนโยบายไม่ได้ช่วยสร้างวินัยอย่างแท้จริง แต่เป็นการควบคุมที่เกินจำเป็น และลดความยืดหยุ่นของนักเรียนมากกว่าเดิม จนบางครั้งดูเหมือนฝ่ายบริหารเลือกความง่ายในการจัดการ มากกว่าความแฟร์และเหตุผลที่ควรมีให้กับนักเรียนค่ะ
เรื่องโทรศัพท์มือถือ ถึงจะบอกว่าถ้ามีเหตุจำเป็นหรือครูอนุญาตก็เอามาได้ แต่บางทีมันก็ยังดูยุ่งยากเกินไปนะ เพราะความจำเป็นของนักเรียนแต่ละคนไม่ได้เหมือนกันทุกครั้ง การต้องรอการอนุมัติมันทำให้รู้สึกเหมือนขาดอิสระ ทั้งที่โทรศัพท์ก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว บางทีมันไม่ใช่แค่เรื่องเล่น แต่คือการติดต่อ ความปลอดภัย และความสะดวกด้วย
ถ้ามองแบบตรงๆ จากมุมมองนักเรียนหรือผู้ปกครองหลายคนอาจตั้งคำถามได้ว่า ในเมื่อมีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่อยู่กับโรงเรียนมาตั้งแต่ระดับเนอสเซอรี่หรืออนุบาลจนจบ ม.3 ซึ่งแต่ละครอบครัวลงทุนกับโรงเรียนไปหลักแสนถึงหลายแสนบาทต่อคน ทั้งค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษ ค่าชุด กิจกรรม และค่าใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ รวมกันแล้วถือว่าเป็นเม็ดเงินมหาศาลตลอดหลายปี ยิ่งรวมทั้งโรงเรียนก็อาจแตะระดับหลายล้านถึงสิบล้านต่อปีได้ สิ่งที่หลายคนสงสัยคือ เงินจำนวนนี้ถูกนำไปพัฒนาโรงเรียนมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าภาพที่นักเรียนเห็นชัดเจนมีเพียงการปรับปรุงบางส่วนเล็กๆ เช่น สนามหรือโรงยิม แต่ในขณะเดียวกันกลับมีภาพลักษณ์ด้านการใช้จ่ายอื่นที่ดูสวนทาง ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่โปร่งใสหรือไม่คุ้มค่าได้ พูดแรงๆ คือบางครั้งมันทำให้รู้สึกเหมือนผู้ปกครองจ่ายหนัก แต่นักเรียนกลับไม่ได้เห็นการพัฒนาที่สมเหตุสมผลเท่าที่ควร จนเกิดคำถามว่าเงินจำนวนมากเหล่านั้นถูกจัดสรรเพื่อคุณภาพนักเรียนจริงๆ หรือไปตอบโจทย์ด้านอื่นมากกว่ากันค่ะ
อีกเรื่องที่หลายคนอาจสงสัยคือกรณีบ้านพักอาศัยข้างอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งเป็นที่พักของผู้รับใบอนุญาต ผอ. และบุคลากรบางส่วน ที่เคยเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น ไม่ว่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือสาเหตุใดก็ตาม ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่ตัวเหตุการณ์ แต่คือหลังจากผ่านมาหลายเดือนกลับแทบไม่เห็นความคืบหน้าเรื่องการซ่อมแซมหรือพัฒนาอย่างชัดเจน จนทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมเรื่องนี้ถึงดูเงียบผิดปกติ ทั้งที่เป็นพื้นที่สำคัญภายในโรงเรียน ขณะเดียวกันยังมีการนำห้องศิลปะไปใช้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของผู้บริหาร ซึ่งยิ่งทำให้ภาพรวมดูไม่ค่อยเหมาะสมในสายตานักเรียน เพราะพื้นที่การเรียนควรถูกใช้เพื่อประโยชน์ของนักเรียนมากกว่า พูดตรงๆ มันเลยยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่องการบริหารงบประมาณว่าเงินที่โรงเรียนได้รับถูกนำไปใช้พัฒนาในจุดที่ควรจริงหรือไม่ เพราะถ้างบมีจริง แต่หลายปัญหายังค้างคาโดยไม่มีคำตอบชัดเจน ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่นักเรียนหรือผู้ปกครองจะเริ่มตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและลำดับความสำคัญของฝ่ายบริหารค่ะ
ซึ่งจริงๆ แล้วก็ยังมีอีกหลายประเด็นภายในโรงเรียนที่ถูกพูดถึงกันอยู่พอสมควร และบางเรื่องก็ถือว่าค่อนข้างซีเรียสจนไม่สามารถนำมาอธิบายละเอียดตรงนี้ได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัวของบุคลากรและรายละเอียดภายในหลายด้าน สิ่งที่พูดมาทั้งหมดนี้จึงเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของคำถามหรือข้อสงสัยที่นักเรียนและบางผู้ปกครองมักตั้งขึ้นบ่อยที่สุดเกี่ยวกับโรงเรียนแห่งนี้ จุดประสงค์หลักไม่ใช่เพื่อโจมตีหรือสร้างความเสียหาย แต่เป็นการสะท้อนมุมมองแบบตรงไปตรงมาจากคนที่เคยอยู่ในระบบจริง และอยากเห็นการพัฒนา ปรับปรุง และความโปร่งใสมากกว่านี้ หากทางโรงเรียนหรือผู้เกี่ยวข้องมีเหตุผล ข้อชี้แจง หรือมุมมองที่ต่างออกไปก็สามารถอธิบายหรือโต้แย้งได้ เพราะสุดท้ายแล้วการรับฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่ายน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าการปล่อยให้ข้อสงสัยเหล่านี้สะสมต่อไปค่ะ
ความคิดเห็นทั้งหมดข้างต้นเป็นเพียงมุมมองและประสบการณ์ส่วนตัวของเจ้าของกระทู้ ซึ่งมีเจตนาเพื่อสะท้อนข้อสังเกตและเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ต่อโรงเรียนเท่านั้น มิได้มีเจตนาใส่ร้าย บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือสร้างความเสียหายแก่บุคคลหรือองค์กรใด หากมีข้อมูลส่วนใดคลาดเคลื่อน ทางเจ้าของกระทู้ยินดีรับฟังคำชี้แจงและพร้อมให้มีการตรวจสอบตามข้อเท็จจริงค่ะ
พี่ๆ คิดยังไงกับโรงเรียนประชินนุสรณ์ ในอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาครคะ?
โรงเรียนมีนักเรียนประมาณ 500 กว่าคน และครูประมาณ 30 กว่าคน ซึ่งถือว่าเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก การเรียนการสอนโดยรวมถ้าถามว่าดีไหม ส่วนตัวคิดว่า “พอใช้” ค่ะ โดยเฉพาะครูรุ่นเก่าๆ หลายคนสอนได้ค่อนข้างดี มีประสบการณ์ และให้พื้นฐานการเรียนที่อยู่ในระดับมาตรฐานของโรงเรียนเอกชนขนาดเล็ก
ถ้าถามว่าภาพรวมดีไหม? พูดตรงๆ คือยังดูต่ำกว่ามาตรฐานโรงเรียนเอกชนที่หลายคนคาดหวังไว้พอสมควร เช่น การบริหารจัดการภายใน,
คุณภาพและความพร้อมของบุคลากรบางส่วน, วิชาการพื้นฐานที่ยังไม่ได้โดดเด่นมาก, ระบบดูแลนักเรียน, สังคมภายในโรงเรียนและพฤติกรรมนักเรียนบางกลุ่ม, สิ่งแวดล้อมและบรรยากาศ, ค่าใช้จ่ายเสริมที่อาจไม่ค่อยสมดุลกับคุณภาพ และชื่อเสียงในพื้นที่
เรื่องกฎของโรงเรียนบางข้อพูดตรงๆ ว่าดูไม่ค่อยสมเหตุสมผล และไม่ได้เกี่ยวกับการพัฒนาด้านการเรียนของนักเรียนโดยตรงเท่าไหร่ อย่างกฎห้ามนำน้ำหรือขนมออกจากโรงอาหาร ทั้งที่เมื่อก่อนทำได้ปกติ แต่กลับถูกเพิ่มขึ้นมาเพียงเพราะปัญหาเรื่องขยะจากนักเรียนบางส่วน ทั้งที่นักเรียนส่วนใหญ่ก็ทิ้งขยะถูกที่อยู่แล้ว กลายเป็นว่าทุกคนต้องมารับผลจากความผิดของคนส่วนน้อย ซึ่งมันดูเป็นการออกกฎแบบเหมารวมและแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่าต้นเหตุ ทำให้รู้สึกว่าบางนโยบายไม่ได้ช่วยสร้างวินัยอย่างแท้จริง แต่เป็นการควบคุมที่เกินจำเป็น และลดความยืดหยุ่นของนักเรียนมากกว่าเดิม จนบางครั้งดูเหมือนฝ่ายบริหารเลือกความง่ายในการจัดการ มากกว่าความแฟร์และเหตุผลที่ควรมีให้กับนักเรียนค่ะ
เรื่องโทรศัพท์มือถือ ถึงจะบอกว่าถ้ามีเหตุจำเป็นหรือครูอนุญาตก็เอามาได้ แต่บางทีมันก็ยังดูยุ่งยากเกินไปนะ เพราะความจำเป็นของนักเรียนแต่ละคนไม่ได้เหมือนกันทุกครั้ง การต้องรอการอนุมัติมันทำให้รู้สึกเหมือนขาดอิสระ ทั้งที่โทรศัพท์ก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว บางทีมันไม่ใช่แค่เรื่องเล่น แต่คือการติดต่อ ความปลอดภัย และความสะดวกด้วย
ถ้ามองแบบตรงๆ จากมุมมองนักเรียนหรือผู้ปกครองหลายคนอาจตั้งคำถามได้ว่า ในเมื่อมีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่อยู่กับโรงเรียนมาตั้งแต่ระดับเนอสเซอรี่หรืออนุบาลจนจบ ม.3 ซึ่งแต่ละครอบครัวลงทุนกับโรงเรียนไปหลักแสนถึงหลายแสนบาทต่อคน ทั้งค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษ ค่าชุด กิจกรรม และค่าใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ รวมกันแล้วถือว่าเป็นเม็ดเงินมหาศาลตลอดหลายปี ยิ่งรวมทั้งโรงเรียนก็อาจแตะระดับหลายล้านถึงสิบล้านต่อปีได้ สิ่งที่หลายคนสงสัยคือ เงินจำนวนนี้ถูกนำไปพัฒนาโรงเรียนมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าภาพที่นักเรียนเห็นชัดเจนมีเพียงการปรับปรุงบางส่วนเล็กๆ เช่น สนามหรือโรงยิม แต่ในขณะเดียวกันกลับมีภาพลักษณ์ด้านการใช้จ่ายอื่นที่ดูสวนทาง ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกไม่โปร่งใสหรือไม่คุ้มค่าได้ พูดแรงๆ คือบางครั้งมันทำให้รู้สึกเหมือนผู้ปกครองจ่ายหนัก แต่นักเรียนกลับไม่ได้เห็นการพัฒนาที่สมเหตุสมผลเท่าที่ควร จนเกิดคำถามว่าเงินจำนวนมากเหล่านั้นถูกจัดสรรเพื่อคุณภาพนักเรียนจริงๆ หรือไปตอบโจทย์ด้านอื่นมากกว่ากันค่ะ
อีกเรื่องที่หลายคนอาจสงสัยคือกรณีบ้านพักอาศัยข้างอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งเป็นที่พักของผู้รับใบอนุญาต ผอ. และบุคลากรบางส่วน ที่เคยเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น ไม่ว่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือสาเหตุใดก็ตาม ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่ตัวเหตุการณ์ แต่คือหลังจากผ่านมาหลายเดือนกลับแทบไม่เห็นความคืบหน้าเรื่องการซ่อมแซมหรือพัฒนาอย่างชัดเจน จนทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมเรื่องนี้ถึงดูเงียบผิดปกติ ทั้งที่เป็นพื้นที่สำคัญภายในโรงเรียน ขณะเดียวกันยังมีการนำห้องศิลปะไปใช้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของผู้บริหาร ซึ่งยิ่งทำให้ภาพรวมดูไม่ค่อยเหมาะสมในสายตานักเรียน เพราะพื้นที่การเรียนควรถูกใช้เพื่อประโยชน์ของนักเรียนมากกว่า พูดตรงๆ มันเลยยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยเรื่องการบริหารงบประมาณว่าเงินที่โรงเรียนได้รับถูกนำไปใช้พัฒนาในจุดที่ควรจริงหรือไม่ เพราะถ้างบมีจริง แต่หลายปัญหายังค้างคาโดยไม่มีคำตอบชัดเจน ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่นักเรียนหรือผู้ปกครองจะเริ่มตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและลำดับความสำคัญของฝ่ายบริหารค่ะ
ซึ่งจริงๆ แล้วก็ยังมีอีกหลายประเด็นภายในโรงเรียนที่ถูกพูดถึงกันอยู่พอสมควร และบางเรื่องก็ถือว่าค่อนข้างซีเรียสจนไม่สามารถนำมาอธิบายละเอียดตรงนี้ได้ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัวของบุคลากรและรายละเอียดภายในหลายด้าน สิ่งที่พูดมาทั้งหมดนี้จึงเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของคำถามหรือข้อสงสัยที่นักเรียนและบางผู้ปกครองมักตั้งขึ้นบ่อยที่สุดเกี่ยวกับโรงเรียนแห่งนี้ จุดประสงค์หลักไม่ใช่เพื่อโจมตีหรือสร้างความเสียหาย แต่เป็นการสะท้อนมุมมองแบบตรงไปตรงมาจากคนที่เคยอยู่ในระบบจริง และอยากเห็นการพัฒนา ปรับปรุง และความโปร่งใสมากกว่านี้ หากทางโรงเรียนหรือผู้เกี่ยวข้องมีเหตุผล ข้อชี้แจง หรือมุมมองที่ต่างออกไปก็สามารถอธิบายหรือโต้แย้งได้ เพราะสุดท้ายแล้วการรับฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่ายน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าการปล่อยให้ข้อสงสัยเหล่านี้สะสมต่อไปค่ะ
ความคิดเห็นทั้งหมดข้างต้นเป็นเพียงมุมมองและประสบการณ์ส่วนตัวของเจ้าของกระทู้ ซึ่งมีเจตนาเพื่อสะท้อนข้อสังเกตและเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ต่อโรงเรียนเท่านั้น มิได้มีเจตนาใส่ร้าย บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือสร้างความเสียหายแก่บุคคลหรือองค์กรใด หากมีข้อมูลส่วนใดคลาดเคลื่อน ทางเจ้าของกระทู้ยินดีรับฟังคำชี้แจงและพร้อมให้มีการตรวจสอบตามข้อเท็จจริงค่ะ