มติปชน. เลือก พิจารณ์ นั่ง เลขาฯ ตามโผ สุทธวรรณ อดีตส.ส.นครปฐม เป็นกก.บห.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5692363
.

.
มติปชน. เลือก พิจารณ์ นั่ง เลขาฯ ตามโผ สุทธวรรณ อดีตส.ส.นครปฐม เป็นกก.บห.
.
เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่โรงแรมเมเปิ้ล บางนา กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาชน ครั้งที่ 1/2569 โดยมีแกนนำพรรค อาทิ นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค น.ส.
ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นาย
วีระยุทธ์ กาญจนชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นาย
ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อและนายทะเบียนพรรค นาย
ศรายุทธิ์ ใจหลัก อดีตเลขาธิการพรรค นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรค ส.ส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
.
โดยในเวลา 09.25 น. นาย
ณัฐพงษ์กล่าวเปิดการประชุมชี้แจงการปรับโครงสร้างใหม่ รวมถึงทิศทางการทำงานตรวจสอบรัฐบาลและทิศทางการขับเคลื่อนพรรคในอนาคต
.
นอกจากนี้ยังได้มีการเสนอรายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แทนนายศรายุทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรคซึ่งลาออก ดังนี้
.
• นาย
พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค
• น.ส.
สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา อดีตส.ส.นครปฐม ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรค
• นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค รวมถึงตำแหน่งอื่นๆ ยังคงเดิม
.
.
“เท้ง” เบรกลูกพรรค! ขอคุยกันภายในให้จบ ชี้ต้องยึดเอกภาพหลัง “ปิยบุตร-วิโรจน์” วิจารณ์ยับ
https://ch3plus.com/news/political/morning/461772
.
“เท้ง” เบรกลูกพรรค! ขอคุยกันภายในให้จบ ชี้ต้องยึดเอกภาพหลัง “ปิยบุตร-วิโรจน์” วิจารณ์ยับ ยันไร้ปัญหาแตกแยก พร้อมกราบขออภัยปม “ผู้ช่วยเลขาติ่ง” ด่าสื่อไทยปัญญาอ่อน เชื่อ “ศรายุทธิ์” แอบตักเตือนแล้ว
.
นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ เท้ง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ผู้ช่วยนาย
ศรายุทธ์ ใจหลัก อดีตเลขาธิการพรรคประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์สื่อมวลชนไทยว่าปัญญาอ่อน ว่า โดยส่วนตัวต้องกราบขออภัยหากคำพูดที่มีการสื่อสารออกไปจากตัวแทนของพรรค ทำให้สื่อมวลชนรู้สึกไม่สบายใจ แต่ยืนยันว่าสิทธิเสรีภาพของสื่อในการวิพากษ์วิจารณ์พรรค หรือนักการเมืองที่เป็นบุคคลสาธารณะ สามารถทำได้ และควรต้องทำอย่างเต็มที่ ดังนั้น กระบวนการภายในไม่ว่าจะมีการพูดคุยตักเตือนหรือไม่ ตนเชื่อว่านายศรายุทธ์ ได้มีการพูดคุยตักเตือนอยู่
.
นาย
ณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะลดบทบาทบ้านใหญ่ภายในพรรคว่า การทำงานการเมืองที่สร้างความเปลี่ยนแปลงต้องเปิดกว้าง เอาผลประโยชน์ของประชาชนหรือเป้าหมายของประเทศเป็นตัวตั้ง ดังนั้น กระบวนการในการคัดเลือกผู้สมัครที่เราจะรีบเคาะให้เร็วเพื่อให้ทำงานรับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่ แน่นอนว่าเราต้องพิจารณาเรื่องที่มาที่ไปของเขา แต่เราก็ไม่ได้ปิดกั้นที่จะดูนามสกุลอย่างเดียวเท่านั้น อย่าลืมว่ามีสส. รวมถึงแกนนำของพรรคที่อาจจะมีนามสกุลเดียวกับแกนนำพรรคการเมืองอื่น แต่ก็มีอุดมการณ์เข้มข้นพร้อมที่จะอาสาทำงานการเมืองเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน
.
“
ผมเชื่อว่าจะเป็นนามสกุลใดก็ตาม ในพื้นที่ตราบใดที่เจ้าตัวตัดสินใจเข้ามาร่วมเดินทางกับพรรคประชาชนเพื่อทำงานตามอุดมการณ์ของพรรค ผมคิดว่าพวกเราต้องเปิดโอกาส และให้ประชาชนในพื้นที่เป็นผู้ตัดสิน ยิ่งเราเคาะเขาได้เร็วตัดสินได้เร็ว เพื่อให้เขาได้แสดงฝีมือในพื้นที่นอกฤดูกาลเลือกตั้ง ประชาชนก็ยิ่งเห็นความตั้งใจของเขา” นาย
ณัฐพงษ์กล่าว
.
เมื่อถามว่า แนวคิดของนาย
วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ระบุว่าปัจเจกโด่งดัง แล้วกระบวนการพัง พรรคประชาชนมีข้อเสนอแนะอย่างไร นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนอยากให้ดูภาพใหญ่มากกว่า เราต้องมองเห็นปัญหาที่สำคัญของประเทศว่ามีกลุ่มคนไม่กี่คนของประเทศนี้ที่พยายามควบคุมสิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมถึงอำนาจรัฐในทุกช่องทาง เช่นการตั้งคำถามต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) การยุบพรรค การทุจริตคอรัปชั่นที่จะเห็นว่าประชาชนได้ประโยชน์หลังสุด คนที่อยู่ในอำนาจหรือทุนใหญ่ได้ประโยชน์ก่อนเพื่อน
.
“
ชวนให้ทุกคนกลับมาคิดใหม่ว่าปัญหาเล็กๆ น้อยๆ รายวันที่เรามีความเห็นต่างโดยเฉพาะภายในพรรค หากภายนอก ผมไม่ติดขัด ในฐานะพรรคการเมืองต้องยอมรับคำวิจารณ์ได้หมด แต่ภายในพรรคคำคมที่นายวีระยุทธ ได้นำเสนอไว้ว่ายุคสมัยนี้เป็นยุคสมัยที่ปัจเจกโด่งดัง แต่ทำให้ขบวนการพังทลาย เป็นสิ่งที่ผมบอกว่าเมื่อตกผลึกร่วมกันแล้วอะไรที่เห็นต่างภายในพรรคก็ควรที่จะคุยกันภายในพรรค บางครั้งการวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่คุยกันจบแล้วภายในพรรค แล้วไปพูดนอกพรรค จะทำให้ภาพรวมของการขับเคลื่อนขบวนการ ไม่เป็นเอกภาพ 3 วันที่ผ่านมาได้คุยกันเรื่องนี้ตกผลึกแล้ว” นาย
ณัฐพงษ์กล่าว
.
เมื่อถามถึง กรณีที่นาย
ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาชนนั้น จะต้องมีการเคลียร์ใจกันหรือไม่ และการวิจารณ์เช่นนี้จะทำให้พรรคสั่นคลอนหรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าคำวิจารณ์ของนาย
ปิยบุตรหรือใครก็ตาม จะทำให้พรรคสั่นคลอน ตนอยากให้มองที่ประชาชนมากกว่า ยิ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเท่าเทียมกันทุกพรรค หากตั้งความหวังกับพรรคอื่นเท่ากับพรรคประชาชน หากทุกฝ่ายดำเนินการเช่นนี้ ประโยชน์ก็จะเกิดกับประชาชน ตนเชื่อว่าประเด็นหลายอย่างที่พรรคประชาชนเคยได้รับ พรรคการเมืองอื่นก็อาจจะมี แต่บางครั้งมันกลายเป็นว่าบางส่วนถูกพูดถึง แต่บางส่วนไม่ถูกพูดถึง
.
“
กลับมาที่เรื่องกระบวนการภายในต้องบอกอย่างตรงไปตรงมาว่านายปิยบุตรก็ไม่ใช่สมาชิกพรรคอยู่แล้ว ดังนั้น ก็มีสิทธิเสรีภาพเต็มที่ในการวิพากษ์วิจารณ์พรรคแต่ต่างจากสมาชิกพรรคที่มีเรื่องวินัยข้อบังคับพรรคที่จะวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็ต้องเป็นไปตามวินัยของพรรค เพื่อให้การเดินทางของพรรคหรือการขับเคลื่อนเป็นไปอย่างมีเอกภาพ” นาย
ณัฐพงษ์ กล่าว
.
ผู้สื่อข่าวจึงย้อนถามว่า ไม่ใช่แค่คนนอกอย่างเดียว แต่นาย
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็ออกมาวิจารณ์ว่าสส.บางคนทำตัวเหมือนอินฟลูเอนเซอร์ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่านาย
วิโรจน์พูดในหลักการ อาจจะไม่ได้เจาะจงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และตนอยากให้ถอยกลับมา ไม่อยากให้ดูว่าเป็นนาย
วิโรจน์หรือนาย
ปิยบุตร เป็นคนวิพากษ์วิจารณ์ ไม่อยากให้ดูที่ตัวบุคคล แต่ดูที่ตัวเนื้อหา หากอยากให้สส.ทำหน้าที่ในสภาอย่างตรงไปตรงมา ให้พรรคการเมืองสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ หากเอาหลักการนี้เป็นตัวตั้ง โดยถอดหน้าบุคคลที่เป็นคนวิจารณ์ออก สิ่งนั้นเป็นสาระที่เราอยากให้มาถกเถียงกัน ไม่อยากให้ยึดติดตัวบุคคล
.
.
ศุภณัฐ ซัด ทางหลวงชนบท ปิดไฟถนนไม่ช่วยประหยัด ซ้ำอันตราย แนะใช้หลอด LED แทนไฟส้ม.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5692371
.
ศุภณัฐ ซัด ทางหลวงชนบท ปิดไฟถนนไม่ช่วยประหยัด ซ้ำอันตราย แนะเปลี่ยนใช้หลอด LED แทนไฟส้ม
.
จากกรณี นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เริ่ม 1 พฤษภาคมนี้ มาตรการ
‘ลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่าง’ บนถนน เพื่อร่วมประหยัดพลังงานของประเทศ ได้ขานรับนโยบายของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และให้พิจารณาแนวทางการลดการใช้พลังงาน โดยในส่วนของ ทช. ให้ลดการใช้พลังงานบนถนนทางหลวงชนบท ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่กระทบต่อมาตรฐานความปลอดภัย
.
จึงขอให้หน่วยงานภายใต้สังกัด ปฏิบัติตามวิธีการปฏิบัติ ดังนี้
1.ให้ดำเนินการปรับลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างบนถนนทางหลวงชนบทในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยพิจารณาจากปัจจัย ดังนี้
.
• มีปริมาณการใช้เส้นทางในช่วงเวลากลางคืนน้อย
• ไม่มีจุดเสี่ยงอันตราย เช่น ทางแยก ทางโค้งอันตราย บริเวณคอขวด หรือพื้นที่ชุมชนหนาแน่น
• ไม่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในพื้นที่ดังกล่าว
.
2.แนวทางปฏิบัติในการลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่าง ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ให้ดำเนินการดังนี้
.
• ใช้วิธีการปิดไฟฟ้าแสงสว่างบางดวงในช่วงเวลากลางคืน ในจุดที่สามารถดำเนินการได้ ยกเว้นพื้นที่จุดเสี่ยง อาทิ ทางแยก ทางโค้งอันตราย สะพาน พื้นที่• ชุมชน หรือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น เป็นต้น ให้เปิดไฟฟ้าแสงสว่างได้ตามปกติ
• กำหนดช่วงเวลาปิดไฟฟ้าตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
• การดำเนินการต้องไม่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้เส้นทาง
.
3.ให้หน่วยงานภายในสังกัดกรมทางหลวงชนบท สำรวจ วิเคราะห์ และประเมินความเหมาะสมของพื้นที่ก่อนดำเนินการ พร้อมทั้งติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
.
4. หากพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ให้สามารถกลับมาเปิดไฟฟ้าแสงสว่างตามปกติได้ทันที
.
5. ให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง
.
ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นาย
ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ – Suphanat Minchaiynunt” เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวระบุว่า
.
“
สิ่งที่กรมทางหลวง และ กรมทางหลวงชนบท ควรทำคือ การเปลี่ยนหลอดไฟจากไฟส้ม HPS เป็นไฟ LED ซึ่งจะประหยัดพลังงานได้ดีกว่า และยั่งยืนกว่า การดับไฟบนถนนนะครับ
.
การที่กระทรวงคมนาคมมาโฟกัสเรื่องปิดไฟ คงช่วยไม่ได้เท่าไร เพราะระยะห่าง-ความถี่-ตำแหน่งของ หลอดไฟมันถูกกำหนดมา เพื่อการกระจายแสงให้เพียงพอต่อการใช้งาน
.
ถ้าปิดไฟก็ต้องกระทบต่อผู้ใช้งานถนน เสี่ยงอันตราย และในหลายพื้นที่ก็ไฟดับมานานแล้วด้วย ยิ่งปิดก็ยิ่งมืด ปลายทางเชื่อว่า นโยบายนี้คงแทบไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
.
ถ้าจะประหยัดไฟอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงไปเน้นเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ให้ครบ และอย่าให้ใครมาลักขโมยตัดสายไฟบ่อยๆ น่าจะดีกว่าครับ”
.
นอกจากนี้ นาย
วัชรพงษ์ ศิริรักษ์ ส.ส.ระยอง ปชน. ก็ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวระบุว่า
.
“
กรมทางหลวงชนบท เอาสมองส่วนไหนคิด? ปิดไฟถนน…เพื่อประหยัดพลังงาน เรื่องจริงคือถนนหลายเส้นของทางหลวงชนบท ไฟก็แทบจะไม่ติดอยู่แล้ว ถนนมืด = ความเสี่ยงเพิ่ม อุบัติเหตุเพิ่ม มีเป็นร้อยวิธีที่ลดพลังงานได้ แต่กลับเลือก “ตัดความปลอดภัยประชาชน” นี่ไม่ใช่นโยบายประหยัด เป็นนโยบายเอาใจนาย และผลักความเสี่ยงให้ประชาชนหรือป่าว? บอกประหยัดพลังงาน…แต่ให้ประชาชนจ่ายด้วยชีวิต?”
.
https://www.facebook.com/suphanat.minchaiynunt/posts/pfbid0TohzVcmthawc9M759QRvUweD6khGr2eWmyiJDvsM26GVhpLWktQeKmRjdonTsmRXl
.
https://www.facebook.com/parkthevoiceth/posts/pfbid02Z8fLyk29dR3xdWxDqkumiCk4YJFeK7ZFtyRWqofzVgLJZ7TCgnnrpTxncHWNrVacl
JJNY : มติปชน.เลือกพิจารณ์ นั่งเลขาฯ│ศุภณัฐซัด ทางหลวงชนบท│“เท้ง”ขอคุยกันภายในให้จบ│ดร.อนุสรณ์แนะรัฐจัดทำงบแบบรวมยอด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5692363
.
.
มติปชน. เลือก พิจารณ์ นั่ง เลขาฯ ตามโผ สุทธวรรณ อดีตส.ส.นครปฐม เป็นกก.บห.
.
เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่โรงแรมเมเปิ้ล บางนา กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคประชาชน ครั้งที่ 1/2569 โดยมีแกนนำพรรค อาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นายวีระยุทธ์ กาญจนชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อและนายทะเบียนพรรค นายศรายุทธิ์ ใจหลัก อดีตเลขาธิการพรรค นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรค ส.ส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
.
โดยในเวลา 09.25 น. นายณัฐพงษ์กล่าวเปิดการประชุมชี้แจงการปรับโครงสร้างใหม่ รวมถึงทิศทางการทำงานตรวจสอบรัฐบาลและทิศทางการขับเคลื่อนพรรคในอนาคต
.
นอกจากนี้ยังได้มีการเสนอรายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แทนนายศรายุทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรคซึ่งลาออก ดังนี้
.
• นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค
• น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา อดีตส.ส.นครปฐม ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรค
• นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค รวมถึงตำแหน่งอื่นๆ ยังคงเดิม
.
.
.
“เท้ง” เบรกลูกพรรค! ขอคุยกันภายในให้จบ ชี้ต้องยึดเอกภาพหลัง “ปิยบุตร-วิโรจน์” วิจารณ์ยับ ยันไร้ปัญหาแตกแยก พร้อมกราบขออภัยปม “ผู้ช่วยเลขาติ่ง” ด่าสื่อไทยปัญญาอ่อน เชื่อ “ศรายุทธิ์” แอบตักเตือนแล้ว
.
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ เท้ง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ผู้ช่วยนายศรายุทธ์ ใจหลัก อดีตเลขาธิการพรรคประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์สื่อมวลชนไทยว่าปัญญาอ่อน ว่า โดยส่วนตัวต้องกราบขออภัยหากคำพูดที่มีการสื่อสารออกไปจากตัวแทนของพรรค ทำให้สื่อมวลชนรู้สึกไม่สบายใจ แต่ยืนยันว่าสิทธิเสรีภาพของสื่อในการวิพากษ์วิจารณ์พรรค หรือนักการเมืองที่เป็นบุคคลสาธารณะ สามารถทำได้ และควรต้องทำอย่างเต็มที่ ดังนั้น กระบวนการภายในไม่ว่าจะมีการพูดคุยตักเตือนหรือไม่ ตนเชื่อว่านายศรายุทธ์ ได้มีการพูดคุยตักเตือนอยู่
.
นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะลดบทบาทบ้านใหญ่ภายในพรรคว่า การทำงานการเมืองที่สร้างความเปลี่ยนแปลงต้องเปิดกว้าง เอาผลประโยชน์ของประชาชนหรือเป้าหมายของประเทศเป็นตัวตั้ง ดังนั้น กระบวนการในการคัดเลือกผู้สมัครที่เราจะรีบเคาะให้เร็วเพื่อให้ทำงานรับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่ แน่นอนว่าเราต้องพิจารณาเรื่องที่มาที่ไปของเขา แต่เราก็ไม่ได้ปิดกั้นที่จะดูนามสกุลอย่างเดียวเท่านั้น อย่าลืมว่ามีสส. รวมถึงแกนนำของพรรคที่อาจจะมีนามสกุลเดียวกับแกนนำพรรคการเมืองอื่น แต่ก็มีอุดมการณ์เข้มข้นพร้อมที่จะอาสาทำงานการเมืองเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน
.
“ผมเชื่อว่าจะเป็นนามสกุลใดก็ตาม ในพื้นที่ตราบใดที่เจ้าตัวตัดสินใจเข้ามาร่วมเดินทางกับพรรคประชาชนเพื่อทำงานตามอุดมการณ์ของพรรค ผมคิดว่าพวกเราต้องเปิดโอกาส และให้ประชาชนในพื้นที่เป็นผู้ตัดสิน ยิ่งเราเคาะเขาได้เร็วตัดสินได้เร็ว เพื่อให้เขาได้แสดงฝีมือในพื้นที่นอกฤดูกาลเลือกตั้ง ประชาชนก็ยิ่งเห็นความตั้งใจของเขา” นายณัฐพงษ์กล่าว
.
เมื่อถามว่า แนวคิดของนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ระบุว่าปัจเจกโด่งดัง แล้วกระบวนการพัง พรรคประชาชนมีข้อเสนอแนะอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนอยากให้ดูภาพใหญ่มากกว่า เราต้องมองเห็นปัญหาที่สำคัญของประเทศว่ามีกลุ่มคนไม่กี่คนของประเทศนี้ที่พยายามควบคุมสิทธิเสรีภาพของประชาชน รวมถึงอำนาจรัฐในทุกช่องทาง เช่นการตั้งคำถามต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) การยุบพรรค การทุจริตคอรัปชั่นที่จะเห็นว่าประชาชนได้ประโยชน์หลังสุด คนที่อยู่ในอำนาจหรือทุนใหญ่ได้ประโยชน์ก่อนเพื่อน
.
“ชวนให้ทุกคนกลับมาคิดใหม่ว่าปัญหาเล็กๆ น้อยๆ รายวันที่เรามีความเห็นต่างโดยเฉพาะภายในพรรค หากภายนอก ผมไม่ติดขัด ในฐานะพรรคการเมืองต้องยอมรับคำวิจารณ์ได้หมด แต่ภายในพรรคคำคมที่นายวีระยุทธ ได้นำเสนอไว้ว่ายุคสมัยนี้เป็นยุคสมัยที่ปัจเจกโด่งดัง แต่ทำให้ขบวนการพังทลาย เป็นสิ่งที่ผมบอกว่าเมื่อตกผลึกร่วมกันแล้วอะไรที่เห็นต่างภายในพรรคก็ควรที่จะคุยกันภายในพรรค บางครั้งการวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่คุยกันจบแล้วภายในพรรค แล้วไปพูดนอกพรรค จะทำให้ภาพรวมของการขับเคลื่อนขบวนการ ไม่เป็นเอกภาพ 3 วันที่ผ่านมาได้คุยกันเรื่องนี้ตกผลึกแล้ว” นายณัฐพงษ์กล่าว
.
เมื่อถามถึง กรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาชนนั้น จะต้องมีการเคลียร์ใจกันหรือไม่ และการวิจารณ์เช่นนี้จะทำให้พรรคสั่นคลอนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าคำวิจารณ์ของนายปิยบุตรหรือใครก็ตาม จะทำให้พรรคสั่นคลอน ตนอยากให้มองที่ประชาชนมากกว่า ยิ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเท่าเทียมกันทุกพรรค หากตั้งความหวังกับพรรคอื่นเท่ากับพรรคประชาชน หากทุกฝ่ายดำเนินการเช่นนี้ ประโยชน์ก็จะเกิดกับประชาชน ตนเชื่อว่าประเด็นหลายอย่างที่พรรคประชาชนเคยได้รับ พรรคการเมืองอื่นก็อาจจะมี แต่บางครั้งมันกลายเป็นว่าบางส่วนถูกพูดถึง แต่บางส่วนไม่ถูกพูดถึง
.
“กลับมาที่เรื่องกระบวนการภายในต้องบอกอย่างตรงไปตรงมาว่านายปิยบุตรก็ไม่ใช่สมาชิกพรรคอยู่แล้ว ดังนั้น ก็มีสิทธิเสรีภาพเต็มที่ในการวิพากษ์วิจารณ์พรรคแต่ต่างจากสมาชิกพรรคที่มีเรื่องวินัยข้อบังคับพรรคที่จะวิพากษ์วิจารณ์อะไรก็ต้องเป็นไปตามวินัยของพรรค เพื่อให้การเดินทางของพรรคหรือการขับเคลื่อนเป็นไปอย่างมีเอกภาพ” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
ผู้สื่อข่าวจึงย้อนถามว่า ไม่ใช่แค่คนนอกอย่างเดียว แต่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็ออกมาวิจารณ์ว่าสส.บางคนทำตัวเหมือนอินฟลูเอนเซอร์ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่านายวิโรจน์พูดในหลักการ อาจจะไม่ได้เจาะจงถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และตนอยากให้ถอยกลับมา ไม่อยากให้ดูว่าเป็นนายวิโรจน์หรือนายปิยบุตร เป็นคนวิพากษ์วิจารณ์ ไม่อยากให้ดูที่ตัวบุคคล แต่ดูที่ตัวเนื้อหา หากอยากให้สส.ทำหน้าที่ในสภาอย่างตรงไปตรงมา ให้พรรคการเมืองสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ หากเอาหลักการนี้เป็นตัวตั้ง โดยถอดหน้าบุคคลที่เป็นคนวิจารณ์ออก สิ่งนั้นเป็นสาระที่เราอยากให้มาถกเถียงกัน ไม่อยากให้ยึดติดตัวบุคคล
.
.
ศุภณัฐ ซัด ทางหลวงชนบท ปิดไฟถนนไม่ช่วยประหยัด ซ้ำอันตราย แนะใช้หลอด LED แทนไฟส้ม.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5692371
.
ศุภณัฐ ซัด ทางหลวงชนบท ปิดไฟถนนไม่ช่วยประหยัด ซ้ำอันตราย แนะเปลี่ยนใช้หลอด LED แทนไฟส้ม
.
จากกรณี นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เริ่ม 1 พฤษภาคมนี้ มาตรการ ‘ลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่าง’ บนถนน เพื่อร่วมประหยัดพลังงานของประเทศ ได้ขานรับนโยบายของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และให้พิจารณาแนวทางการลดการใช้พลังงาน โดยในส่วนของ ทช. ให้ลดการใช้พลังงานบนถนนทางหลวงชนบท ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่กระทบต่อมาตรฐานความปลอดภัย
.
จึงขอให้หน่วยงานภายใต้สังกัด ปฏิบัติตามวิธีการปฏิบัติ ดังนี้
1.ให้ดำเนินการปรับลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างบนถนนทางหลวงชนบทในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยพิจารณาจากปัจจัย ดังนี้
.
• มีปริมาณการใช้เส้นทางในช่วงเวลากลางคืนน้อย
• ไม่มีจุดเสี่ยงอันตราย เช่น ทางแยก ทางโค้งอันตราย บริเวณคอขวด หรือพื้นที่ชุมชนหนาแน่น
• ไม่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในพื้นที่ดังกล่าว
.
2.แนวทางปฏิบัติในการลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่าง ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ให้ดำเนินการดังนี้
.
• ใช้วิธีการปิดไฟฟ้าแสงสว่างบางดวงในช่วงเวลากลางคืน ในจุดที่สามารถดำเนินการได้ ยกเว้นพื้นที่จุดเสี่ยง อาทิ ทางแยก ทางโค้งอันตราย สะพาน พื้นที่• ชุมชน หรือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น เป็นต้น ให้เปิดไฟฟ้าแสงสว่างได้ตามปกติ
• กำหนดช่วงเวลาปิดไฟฟ้าตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
• การดำเนินการต้องไม่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้เส้นทาง
.
3.ให้หน่วยงานภายในสังกัดกรมทางหลวงชนบท สำรวจ วิเคราะห์ และประเมินความเหมาะสมของพื้นที่ก่อนดำเนินการ พร้อมทั้งติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
.
4. หากพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ให้สามารถกลับมาเปิดไฟฟ้าแสงสว่างตามปกติได้ทันที
.
5. ให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง
.
ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ – Suphanat Minchaiynunt” เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวระบุว่า
.
“สิ่งที่กรมทางหลวง และ กรมทางหลวงชนบท ควรทำคือ การเปลี่ยนหลอดไฟจากไฟส้ม HPS เป็นไฟ LED ซึ่งจะประหยัดพลังงานได้ดีกว่า และยั่งยืนกว่า การดับไฟบนถนนนะครับ
.
การที่กระทรวงคมนาคมมาโฟกัสเรื่องปิดไฟ คงช่วยไม่ได้เท่าไร เพราะระยะห่าง-ความถี่-ตำแหน่งของ หลอดไฟมันถูกกำหนดมา เพื่อการกระจายแสงให้เพียงพอต่อการใช้งาน
.
ถ้าปิดไฟก็ต้องกระทบต่อผู้ใช้งานถนน เสี่ยงอันตราย และในหลายพื้นที่ก็ไฟดับมานานแล้วด้วย ยิ่งปิดก็ยิ่งมืด ปลายทางเชื่อว่า นโยบายนี้คงแทบไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
.
ถ้าจะประหยัดไฟอย่างมีประสิทธิภาพ กระทรวงไปเน้นเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ให้ครบ และอย่าให้ใครมาลักขโมยตัดสายไฟบ่อยๆ น่าจะดีกว่าครับ”
.
นอกจากนี้ นายวัชรพงษ์ ศิริรักษ์ ส.ส.ระยอง ปชน. ก็ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวระบุว่า
.
“กรมทางหลวงชนบท เอาสมองส่วนไหนคิด? ปิดไฟถนน…เพื่อประหยัดพลังงาน เรื่องจริงคือถนนหลายเส้นของทางหลวงชนบท ไฟก็แทบจะไม่ติดอยู่แล้ว ถนนมืด = ความเสี่ยงเพิ่ม อุบัติเหตุเพิ่ม มีเป็นร้อยวิธีที่ลดพลังงานได้ แต่กลับเลือก “ตัดความปลอดภัยประชาชน” นี่ไม่ใช่นโยบายประหยัด เป็นนโยบายเอาใจนาย และผลักความเสี่ยงให้ประชาชนหรือป่าว? บอกประหยัดพลังงาน…แต่ให้ประชาชนจ่ายด้วยชีวิต?”
.
https://www.facebook.com/suphanat.minchaiynunt/posts/pfbid0TohzVcmthawc9M759QRvUweD6khGr2eWmyiJDvsM26GVhpLWktQeKmRjdonTsmRXl
.
https://www.facebook.com/parkthevoiceth/posts/pfbid02Z8fLyk29dR3xdWxDqkumiCk4YJFeK7ZFtyRWqofzVgLJZ7TCgnnrpTxncHWNrVacl