ซีรีส์ก็อปการ์ตูน ปัญหาลิขสิทธิ์ไทย สะท้อนอะไรได้มั้ย?

ออกตัวก่อนนะครับว่า ส่วนตัว เชื่อว่า ซีรีส์ที่มีปัญหาลิขสิทธิ์กับมังงะ ไม่ใช่แค่"แรงบันดาลมจ" หรือ "คล้ายโดยบังเอิญ" เพราะจากการแถลงข่าวของช่อง นักเขียนบท กับสิ่งที่ชาวเน็ทเอาออกมาเทียบกันชัดๆ มันไปคนละทางเลย
ส่วนตัวเชื่อว่า  ทีมงานได้รับมากกว่า"อิทธิพล" จากมังงะนั้นแน่นอน

(ส่วนด้อมที่หน้ามืดตามัวบอกว่าถ้าผิดจริงก็ไปฟ้อง ถ้าไม่ฟ้องเท่ากับไม่ผิดแล้วเป็นการหาแสง เกาะกระแสดัง อันนี้ ดูด้อยพัฒนามากๆเลย)

เรื่องนี้ ส่วนตัวผม มีเรื่องอยากเล่าให้ฟัง

เมื่อ 30 ปีก่อน ผมทำงานในวงการโปรดักชั่นทั้งโฆษณา และวิทยุ ที่ต้องมีเพลงประกอบโฆษณา และสป็อต ซึ่งผม อยู่ในตำแหน่งที่รับทำเพลงเหล่านั้นแหละ ในยุคนั้น เป็นช่วงแรกๆที่ต้อง"ระวัง" ลิขสิทธิ์ ก่อนหน้านั้น พี่ๆบอกว่า จะใช้อะไรก็ใช้ไปเลย
วิธีการที่พวกเราทำกันตอนนั้นคือ "บิด" เพลงนิดนึง ให้ฟังแล้วเกือบเหมือนแต่เปลี่ยนโน้ต (เหมือนได้ 7 ตัว ตัวที่ 8 ต้องไม่เหมือน)

ถามว่า สิ่งที่พวกผมและวงการทำในตอนนั้น "ลอก" หรือเปล่า?
แน่นอนครับเจตนามันชัดเจนตั้งแต่ต้น ลูกค้าก็ต้องการให้ทำแบบนี้ ในตอนนั้นอายุแค่ 20 นิดๆ มานั่งคีย์โปรแกรมเพลงให้เค้ารับเงินหลักร้อย จะไปคิดอะไรเยอะล่ะครับ

แล้วก็ได้มีประสบการณ์เข้าไปคลกคลีกับขั้นตอนการทำละคร ซึ่งในยุคนั้น ละครที่ฉายแล้วมีเพลงประกอบ เพลงที่ใช้นั้น ก็เอามาากหนัง จากธีม จากสกอร์ของหนังที่ได้มู้ด มีพี่ส่งงานต่อ
"เฮ้ย เอ็งตัดต่อสกอร์นี้หน่อย ขอ 42 วินาทีนี้ เอาหัวของเพลงนี้ใส่กับตัวและจบด้วยธีมนั้น"

นี่คือ"ใบสั่ง" งานของวงการนี้ ที่ทำกันมาจนเคยชิน
ทั้งๆที่  สมัยนั้นก็มีค่ายเพลงเมืองนอก ที่เป็นเจ้าของสิทธิ์จัดจำหน่ายเทป ซีดีเพลงซาวด์แทร็กภาพยนต์ดัง แต่ วงการนี้ก็ไม่เคยรู้สึกว่าจะเป็นปัญหาอะไร คนดู แฟนละคร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาจากหนังเรือ่งไหน หนังบางเรื่อง เพลงถูกตัดต่อเอาไปทำละครเป็นสิบเรือ่งเลย ธีมต่อสู้ ตื่นเต้น แอ็คชั่น
ผมจำได้เลยว่า ธีมจาก Pirates Of Caribian กับ Gladiator เป็นธีมที่ถูกนำมายำบ่อยมากๆ
(ใครจำได้บ้าง?)




ยอมรับกันมั้ยล่ะครับว่า ประเทศนี้ ไม่จริงจังเรือ่งทรัพย์สินทางปัญญากันจนเคยชิน
ทุกวันนี้ ก็ยังมีคนหา crack ใช้ซอฟท์แวร์เถื่อน ใช้ Windows เถื่อนกันอยู่เลย แม้แต่แฟนหนัง แฟนละคร แฟนซีรีส์ไม่น้อย ที่นั่งดูจากช่องทางธรรมชาติ เพราะไม่อยากเสียเงินบริการสตรีมมิ่งต่างๆ

วงการเพลง ก็เพิ่งมีความตระหนักรู้เรื่องลิขสิทธิ์เอาเมื่อช่วงปลาย 1980s นี้เอง จากการมีระบบค่ายเพลงเป็นอุตสาหกรรมจริงจัง เห็นคุณค่าของทรัพย์สินทางปัญญาจากงานสร้างสรรค์ และ ยังคงสร้างรายได้ใหู้้สร้างสรรค์ เป็นทรัพย์สินที่มีค่าจนถึงทุกวันนี้
(จนมีกรณีทะเลาะกันระหว่างผู้สร้างสรร์กับบริษัทเจ้าของสิทธิ์)

แต่ วงการ มังงะ ของไทย วงการเขียนการ์ตูนไทยล่ะ?



ผมไม่เคยเข้าไปสัมผัสนะครับ แต่มีเพื่อนทำสตูดิโอเขียนงานส่งออกต่างประเทศ ไม่ใช่งานเขียนมังงะเป็นเรื่องเป็นราวแต่เป็นสตูดิโองานอาร์ต
ในกรณีนั้น ไม่มีปัญหาอะไรเพราะเป็นการทำตามลูกค้า และเอเจนซี่ที่มาจ้าง
แต่กรณี คนเขียน ให้อ่านตาม platform ต่างๆ ที่สร้างรายได้ให้กับนักเขียน (นักวาด) แต่ เจ้าของผลงานต้องปกป้องตัวเองจากการลอกเลียนแบบ

ตัดภาพไปดูนักเขียน นักวาดครับ คนธรรมดาๆ หัวศิลปิน ถนัดเขียนงาน วาดงาน
เรือ่งกฎหมาย งูกับปลา จะฟ้องต้องทำยังไงบ้าง ชีวิตไม่เคยเฉียดไปศาล ต้องช้เงินเท่าไหร่ ขั้นตอนยังไง ยังไม่รู้เลย

ย้อนกลับไป 40 ปี ถ้าไม่มีค่ายเพลงโผล่มา คุณคิดว่า นักแต่งเพลงในยุคนั้น จะมีปัญญาไปฟ้องร้องค่ายละครที่เอาเพลงเค้าไปลงมั้ยครับ?
ถ้าไม่มีค่าย ที่แบ่งรายได้ให้กับบริษัทไล่ตามเก็บลิขสิทธิ์ จะไล่ตามเรียกร้องสิทธิประโยชน์ให้คนสร้างงานได้มั้ย
ใครทบอกว่า ผิดก็ไปฟ้อง ลองใช้สมองคิดดูครับ


นักแต่งเพลง รวมตัวกัน เพื่อปกป้องสิทธิ์ตนเอง ตั้งสมาคม และ มีการทำบริษัทเรียกร้องสิทธิ์ให้พรรคพวกกัน
อาจถึงเวลาที่ นักเขียน นักวาด จะรวมตัวกัน เพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเองหรือไม่



คนที่จะลอก บอกเลยว่า ยังไงก็จะลอกครับ และ ทำมาจนชินด้วย แถม ยังพยายามหาวิธีตอบเพื่อเลี่ยงให้ตนเองไม่ผิด มีสื่อในมือ มีแฟนคลับที่พร้อมเคียงข้าง ต่อให้ลอกกันจะๆจริงๆ เชื่อสิครับว่า จะยังมีแฟนคลับที่ไม่สน ไม่แคร์ เผลอๆจะมองเป็นบุญเป็นคุณด้วยว่า ถ้าไม่มีซีรีส์ไม่มีละคร ผลงานของแกจะได้มาอยุ่ในแสงมั้ย นี่เป็นกุศลเลยนะ ที่ลอกเอาผลงาน เอาเพลง เอาเสียงแกมาเนี่ย

เพลง "เธอไม่เคยตาย" ก็จะเป็นเพลงญี่ปุ่นของแวดวงคนแคบๆในกลุ่มตนเองไป แต่เพราะ ต่อ-ต๋อง
ทำให้เพลงนี้ ทำนองนี้ ติดหูคนไทยเลยนะเฟร้ยยยย



มังงะ การ์ตูน เป็นเพียงซอกเล็กๆของงานสร้างสรรค์ เป็นอาชีพที่รุ่นพ่อรุ่นแม่ไม่เคยอยากให้ลูกหลานทำเพราะมันดูไม่มีมูลค่า ต่ำต้อยน้อยนิด สมัยยผม ก็มีผู้ใหญ่เตือนว่า ชอบวาดการ์ตูน จะไปเขียนการ์ตูนผีเล่มละบาทหรอ? มองเป็นกิจกรรมไม่สร้างสรรค์
ทุกวันนี้ คงดีขึ้นเยอะมากแล้ว แต่ สำหรับสายตาคนส่วนใหญ่ ก็คงยังมองว่า นี่เป็นวงการเล็กๆ แคบๆของกลุ่มนึงเท่านั้น ยิ่งเป็นเนื้อหาเชิงมังงะวาย มันเฉพาะอย่างมาก มากจน อาจจะชะล่าใจว่า เอามาดัดแปลงซะหน่อยก็ได้แล้ว



เหมือนที่อุตสาหกรรมบังเทิง โฆษณา ก็เอาธีม เอาเพลงมาดัดแปลงซะหน่อย
โถ่วว ใครมันจะรู้ พวกที่รู้ก็แค่กลุ่มเล็กๆ ไม่มีปากมีเสียงอะไรขนาดนั้นหรอก เรามันค่ายใหญ่ ช่องใหญ่ สื่อใหญ่ ดาราก็ดัง นายก็ใหญ่ ร่ำรวย ผู้ถือหุ้นก็มั่งมีมั่งคั่ง


ส่วนนักเขียน นักวาด ถ้าอยากฟ้องก็ต้อง จ้างทนาย รวบรวมหลักฐานพิสูจน์ กล่าวฟ้องว่า จำเลย ลอกงานของตนเอง
ลำพังรายได้จากการเขียน การวาดงาน ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร เวลาที่มี งานก็ทำแทบไม่ทันแล้วมั้ย การจะฟ้องร้อง มันดูวุ่นวายเหลือเกิน ไกลเกินจะนึกภาพออก ทำได้แค่ บ่นกับโลกโซเชียลเท่านั้น
แล้วบอกกับตัวเองว่า

"เป็นบทเรียนราคาแพง"

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่