ภาพมันชัดเจนเลยครับว่า การเมืองไทยตอนนี้มันไม่ใช่แค่การแข่งกันหาเสียง หรือสู้กันด้วยนโยบาย
.
แต่มันคือการวางหมาก "กินรวบ" ทั้งระบบ! สไตล์ผมขอพูดตรงๆ ฟันธงไม่อ้อมค้อม ใครที่ยังมองโลกสวยอยู่ อ่านโพสต์นี้แล้วต้องตาสว่างได้แล้วครับ
ภาพรวมที่สะท้อนออกมาจากตอนนี้ มันคือการบริหารจัดการผลประโยชน์ระดับประเทศ ที่ถูกผูกขาดโดยคนและกลุ่มการเมืองเพียงไม่กี่กลุ่ม
โดยมีจังหวะก้าวเดินที่แยบยลและเลือดเย็นมาก ลองมาแกะรอยกันดูทีละช็อตครับ:
.
1. ยุทธการ "ล้มกระดาน" เพื่อฉวยโอกาส
การสร้างเงื่อนไขต่อรองจนนำไปสู่การล้มรัฐบาล เพื่อดันตัวเองขึ้นมารักษาการนายกฯ นี่คือวิชาการเมืองขั้นสุดยอด พอมีอำนาจเต็มในมือ สิ่งที่ทำทันทีไม่ใช่การแก้ปัญหาปากท้อง แต่คือการ "จัดสรรทรัพยากร" เซ็นยกสิทธิ์แร่แรร์เอิร์ท (Rare Earth) โยกงบ 4 พันล้านไปลงพื้นที่ฐานเสียงตัวเองเพื่อจัดมอเตอร์สปอร์ต และจัดการรื้อระบบโยกย้ายข้าราชการใหม่ทั้งหมด นี่คือการสะสมเสบียงและวางเครือข่ายอำนาจให้พร้อมที่สุดก่อนการเลือกตั้งครั้งต่อไป
.
2. สยายปีกคุมเกม ทั้งบนดินและใต้ดิน
ประเด็นเรื่องที่ดินเขากระโดง การทับที่สาธารณะสร้างสนามบิน หรือการแผ่อิทธิพลไปถึงขั้นถูกมองว่าคุม "หัว สว." ได้เบ็ดเสร็จ
มันสะท้อนความจริงที่น่าเกลียดที่สุดของประเทศนี้ครับ ว่า "ระบบอุปถัมภ์" และ "คอนเนคชั่น" มันอยู่เหนือกฎหมาย กติกาไม่ได้มีไว้บังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม แต่เป็นเพียงเครื่องมือของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าเอาไว้จัดการคู่แข่ง
.
3. หากินบนความเดือดร้อน (วิกฤตน้ำมัน = โอกาสทอง)
เรื่องนี้เจ็บปวดสุดสำหรับคนหาเช้ากินค่ำ วิกฤตน้ำมันมา แทนที่จะหาทางบรรเทาทุกข์ให้ชาวบ้านแบบโปร่งใส กลับกลายเป็นการเล่นแร่แปรธาตุ ปล่อยราคาขึ้นเพื่อฟันกำไรจากสต็อกน้ำมันเก่า พอถึงจังหวะก็เอาเงินกองทุน(เงินภาษีพวกเรา)ไปอุ้ม พอราคาตลาดโลกลงก็ดันเคลมเป็นผลงานตัวเอง การค้ากำไรและสร้างภาพบนหลังคนในชาติแบบนี้ มันเลือดเย็นมากครับ
.
4. "เครื่องฟอกขาว" ระดับพรีเมียม
ที่พีกและตลกร้ายที่สุดคือตอนท้าย คดีของคนในครอบครัว ศาลฟันไปแล้วว่าผิด แต่จู่ๆ องค์กรที่ควรจะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่าง ป.ป.ช. กลับตีตกคดีบอกไม่มีมูลเสียนี่ นี่คือ "เกราะคุ้มกัน" ที่ทำให้เห็นว่า เมื่อคุณมีอำนาจมากพอ คุณสามารถแทรกแซงหรือควบคุมกลไกการตรวจสอบได้ทั้งหมด ทำผิดก็กลายเป็นถูกได้หน้าตาเฉย
.
สรุปในมุมมองของผม:
การเมืองตอนนี้มันเหมือนการขับรถออฟโรดฝ่าเส้นทางวิบากครับ... แต่ปัญหามันอยู่ที่ นักการเมืองพวกนี้เขานั่งรถหุ้มเกราะติดแอร์ มีเสบียงเต็มคันรถ (ทุนหนา) ลุยไปไหนก็รอดสบายๆ
.
ในขณะที่ประชาชนอย่างพวกเราคือคนที่ต้องเดินเท้าเปล่าตามหลัง คอยหลบเศษดินเศษหินและสำลักควันพิษที่พวกเขาทิ้งไว้ให้
ถ้าเรายังยอมให้การเมืองเป็นเรื่องของการ "แบ่งเค้ก" และ "จัดสรรผลประโยชน์" ของคนกลุ่มเดียว โดยมีองค์กรอิสระคอยเป็นตรายางประทับรับรอง
ประเทศนี้ก็ไม่มีทางเดินไปข้างหน้าได้หรอกครับ มันถึงเวลาที่พวกเราต้องรู้ทันเกม เลิกเป็นแค่ผู้ชมที่คอยจ่ายค่าตั๋วแสนแพงผ่านภาษี และเลิกยอมรับการคอรัปชั่นเชิงนโยบายที่ถูกทำให้กลายเป็นเรื่องปกติสักที!
.
น้าหมู โมเดิร์นไนน์
สิ้นหวังแล้วชาติไทย! การเมืองไทยตอนนี้มันไม่ใช่แค่การแข่งกันหาเสียง หรือสู้กันด้วยนโยบาย
.
แต่มันคือการวางหมาก "กินรวบ" ทั้งระบบ! สไตล์ผมขอพูดตรงๆ ฟันธงไม่อ้อมค้อม ใครที่ยังมองโลกสวยอยู่ อ่านโพสต์นี้แล้วต้องตาสว่างได้แล้วครับ
ที่มา : https://www.facebook.com/share/p/1EBgmmj8kU/