คลิปสั้น
คลิปเต็ม
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน หมอพูมเองครับ 🙏
ทริปญี่ปุ่นรอบนี้ผมตั้งใจมากว่าจะต้องมาซ้ำร้านโปรดอย่าง MO-MO-PARADISE ให้ได้ แต่ไม่ใช่สาขาที่ไทยนะครับ ผมบุกมาถึงสาขาต้นตำรับที่ญี่ปุ่นเลย รอบนี้เลือกมาที่สาขา Asakusa Kaminarimon ซึ่งเขาเพิ่งรีแบรนด์มาจากร้าน Nabezo เมื่อกลางปี 2024 ที่ผ่านมานี่เองครับ ร้านใหม่กริ๊บ เดินทางง่าย และที่สำคัญคือมีคอร์สเนื้อที่คนรักเนื้ออย่างเราต้องกรีดร้อง!
📍 การเดินทางและการเตรียมตัว (สำคัญมาก!)
วันแรกที่ลงเครื่องที่ Haneda ตอนเช้าตรู่ ผมก็รีบจัดการภารกิจนักท่องเที่ยวให้เสร็จ ทั้งแลกบัตร JR Pass, ซื้อ Suica และกดเงิน หลังจากนั้นก็นั่งรถไฟ Keikyu ยิงยาวมาลงสถานี Asakusa แล้วลากกระเป๋าไปฝากไว้ที่โรงแรม APA Asakusa Tawaramachi ก่อนจะเดินกลับมาเที่ยวแถววัดโคมแดง (Senso-ji) ครับ
⚠️ คำเตือน: อย่าเดินดุ่มๆ เข้าไป (Walk-in)
ตอนผมไปถึงหน้าร้านตอน 11:25 น. มีฝรั่งสองคนพยายามจะ Walk-in เข้าไป แต่พนักงานปฏิเสธสุภาพมากครับว่า "รับเฉพาะคนจองเท่านั้น" โชคดีที่ผมทำการบ้านมาดี จองล่วงหน้าผ่านเว็บ TableCheck มาก่อน 1 เดือนครับ เว็บนี้ใช้ง่าย มีภาษาไทยด้วย เลือกวัน เวลา และจำนวนคนได้เลย ใครจะไปแนะนำว่าต้องจองนะครับ ไม่งั้นอดแน่นอน
🥩 รีวิวคอร์ส Wagyu A5 (ราคา ¥8,800)
มาถึงถิ่นทั้งที ผมไม่สั่งคอร์สธรรมดาครับ จัดตัวท็อป Wagyu A5 Course ไปเลย!
เนื้อ Wagyu A5: พอพนักงานยกมาเสิร์ฟ ผมกับแฟนถึงกับมองหน้ากัน คือชิ้นมันใหญ่มากครับ ใหญ่กว่าหน้าผมอีก! ลายมันแทรกสวยเหมือนหินอ่อน พอลวกในน้ำซุปสุกี้ยากี้ร้อนๆ แล้วจุ่มไข่ดิบ บอกเลยว่า "ละลาย" ของจริงครับ กลิ่นเนื้อหอมชัดเจนแต่ไม่คาวเลย ดีกว่า Wagyu อัปเกรดที่ไทยแบบคนละเรื่องครับ
น้ำซุป: ผมสั่งแบบ 2 น้ำ (Shabu-Shabu และ Sukiyaki) ที่ญี่ปุ่นต้องเพิ่มเงินคนละ ¥220 นะครับ ไม่ได้ฟรีเหมือนบ้านเรา แต่น้ำซุปดำของเขาเข้มข้นสะใจมาก
บาร์บุฟเฟ่ต์: ผักที่นี่สดมาก มีให้เลือกเยอะ บางอย่างก็ไม่มีที่ไทยครับ เช่น ลูกชิ้น Sweet Potato หรือพวกผักท้องถิ่นต่างๆ น้ำจิ้มก็หลากหลายกว่าครับ มีโถแก้วให้ตักพอนสึและน้ำจิ้มงาได้เลย ไม่ต้องส่องไหแบบที่ไทย 🤣
เครื่องดื่ม: ผมแอด All-you-can-drink เพิ่ม (¥2,200) มีทั้งน้ำบ๊วย น้ำแอปเปิล และเครื่องดื่มมีฟอง ดื่มกันยาวๆ ครับ
ของหวาน: Warabimochi ชาเขียวคือ The Best! เนื้อหนึบ รสเข้มข้น ปิดท้ายมื้อได้สมบูรณ์แบบมากครับ
💳 ค่าเสียหายและการใช้บัตรเครดิต
มื้อนี้เช็คบิลออกมา 2 คน อยู่ที่ ¥22,440 (ประมาณ 4 พันกว่าบาท) ผมเลือกจ่ายด้วยบัตร CardX JCB ครับ เพราะช่วงนี้เขามีโปรโมชั่น Cashback แรงมาก ยิ่งรูดเยอะยิ่งได้คืนเยอะ จนชนะค่า FX Fee 2.5% ได้สบายๆ แถมบัตรไทยที่นี่ไม่ต้องใช้ PIN ครับ แค่เซ็นชื่อที่ใบเสร็จก็เรียบร้อย
💬 สรุปความประทับใจ
ใครที่เป็นสาวก Mo-Mo Paradise อยู่แล้ว ผมแนะนำเลยครับว่าต้องมาลองสาขาต้นตำรับสักครั้ง โดยเฉพาะคอร์ส Wagyu A5 มันคุ้มค่าคุ้มราคาจริงๆ สัมผัสความแตกต่างจากที่ไทยได้ชัดเจนมาก ทั้งคุณภาพเนื้อและบรรยากาศร้าน
📍 พิกัด: ตึก Hulic&New ชั้น 4 ย่าน Asakusa
ใครมีคำถามเรื่องการจองหรือการเดินทาง สอบถามทิ้งไว้ได้เลยนะครับ เดี๋ยวหมอมาตอบให้ครับผม ส่วนโพสต์หน้าจะพาไปชมซากุระสวยๆ อย่าลืมติดตามกันนะครับ!
#เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง #รีวิวญี่ปุ่น #MoMoParadise #WagyuA5 #Asakusa #หมอพูมพาเที่ยว
[CR] รีวิว Mo-Mo-Paradise สาขาต้นตำรับที่ญี่ปุ่น! จัด Wagyu A5 ชิ้นใหญ่กว่าหน้า นุ่มละลาย... ที่ไทยไม่มีคอร์สนี้!
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน หมอพูมเองครับ 🙏
ทริปญี่ปุ่นรอบนี้ผมตั้งใจมากว่าจะต้องมาซ้ำร้านโปรดอย่าง MO-MO-PARADISE ให้ได้ แต่ไม่ใช่สาขาที่ไทยนะครับ ผมบุกมาถึงสาขาต้นตำรับที่ญี่ปุ่นเลย รอบนี้เลือกมาที่สาขา Asakusa Kaminarimon ซึ่งเขาเพิ่งรีแบรนด์มาจากร้าน Nabezo เมื่อกลางปี 2024 ที่ผ่านมานี่เองครับ ร้านใหม่กริ๊บ เดินทางง่าย และที่สำคัญคือมีคอร์สเนื้อที่คนรักเนื้ออย่างเราต้องกรีดร้อง!
📍 การเดินทางและการเตรียมตัว (สำคัญมาก!)
วันแรกที่ลงเครื่องที่ Haneda ตอนเช้าตรู่ ผมก็รีบจัดการภารกิจนักท่องเที่ยวให้เสร็จ ทั้งแลกบัตร JR Pass, ซื้อ Suica และกดเงิน หลังจากนั้นก็นั่งรถไฟ Keikyu ยิงยาวมาลงสถานี Asakusa แล้วลากกระเป๋าไปฝากไว้ที่โรงแรม APA Asakusa Tawaramachi ก่อนจะเดินกลับมาเที่ยวแถววัดโคมแดง (Senso-ji) ครับ
⚠️ คำเตือน: อย่าเดินดุ่มๆ เข้าไป (Walk-in)
ตอนผมไปถึงหน้าร้านตอน 11:25 น. มีฝรั่งสองคนพยายามจะ Walk-in เข้าไป แต่พนักงานปฏิเสธสุภาพมากครับว่า "รับเฉพาะคนจองเท่านั้น" โชคดีที่ผมทำการบ้านมาดี จองล่วงหน้าผ่านเว็บ TableCheck มาก่อน 1 เดือนครับ เว็บนี้ใช้ง่าย มีภาษาไทยด้วย เลือกวัน เวลา และจำนวนคนได้เลย ใครจะไปแนะนำว่าต้องจองนะครับ ไม่งั้นอดแน่นอน
🥩 รีวิวคอร์ส Wagyu A5 (ราคา ¥8,800)
มาถึงถิ่นทั้งที ผมไม่สั่งคอร์สธรรมดาครับ จัดตัวท็อป Wagyu A5 Course ไปเลย!
เนื้อ Wagyu A5: พอพนักงานยกมาเสิร์ฟ ผมกับแฟนถึงกับมองหน้ากัน คือชิ้นมันใหญ่มากครับ ใหญ่กว่าหน้าผมอีก! ลายมันแทรกสวยเหมือนหินอ่อน พอลวกในน้ำซุปสุกี้ยากี้ร้อนๆ แล้วจุ่มไข่ดิบ บอกเลยว่า "ละลาย" ของจริงครับ กลิ่นเนื้อหอมชัดเจนแต่ไม่คาวเลย ดีกว่า Wagyu อัปเกรดที่ไทยแบบคนละเรื่องครับ
น้ำซุป: ผมสั่งแบบ 2 น้ำ (Shabu-Shabu และ Sukiyaki) ที่ญี่ปุ่นต้องเพิ่มเงินคนละ ¥220 นะครับ ไม่ได้ฟรีเหมือนบ้านเรา แต่น้ำซุปดำของเขาเข้มข้นสะใจมาก
บาร์บุฟเฟ่ต์: ผักที่นี่สดมาก มีให้เลือกเยอะ บางอย่างก็ไม่มีที่ไทยครับ เช่น ลูกชิ้น Sweet Potato หรือพวกผักท้องถิ่นต่างๆ น้ำจิ้มก็หลากหลายกว่าครับ มีโถแก้วให้ตักพอนสึและน้ำจิ้มงาได้เลย ไม่ต้องส่องไหแบบที่ไทย 🤣
เครื่องดื่ม: ผมแอด All-you-can-drink เพิ่ม (¥2,200) มีทั้งน้ำบ๊วย น้ำแอปเปิล และเครื่องดื่มมีฟอง ดื่มกันยาวๆ ครับ
ของหวาน: Warabimochi ชาเขียวคือ The Best! เนื้อหนึบ รสเข้มข้น ปิดท้ายมื้อได้สมบูรณ์แบบมากครับ
💳 ค่าเสียหายและการใช้บัตรเครดิต
มื้อนี้เช็คบิลออกมา 2 คน อยู่ที่ ¥22,440 (ประมาณ 4 พันกว่าบาท) ผมเลือกจ่ายด้วยบัตร CardX JCB ครับ เพราะช่วงนี้เขามีโปรโมชั่น Cashback แรงมาก ยิ่งรูดเยอะยิ่งได้คืนเยอะ จนชนะค่า FX Fee 2.5% ได้สบายๆ แถมบัตรไทยที่นี่ไม่ต้องใช้ PIN ครับ แค่เซ็นชื่อที่ใบเสร็จก็เรียบร้อย
💬 สรุปความประทับใจ
ใครที่เป็นสาวก Mo-Mo Paradise อยู่แล้ว ผมแนะนำเลยครับว่าต้องมาลองสาขาต้นตำรับสักครั้ง โดยเฉพาะคอร์ส Wagyu A5 มันคุ้มค่าคุ้มราคาจริงๆ สัมผัสความแตกต่างจากที่ไทยได้ชัดเจนมาก ทั้งคุณภาพเนื้อและบรรยากาศร้าน
📍 พิกัด: ตึก Hulic&New ชั้น 4 ย่าน Asakusa
ใครมีคำถามเรื่องการจองหรือการเดินทาง สอบถามทิ้งไว้ได้เลยนะครับ เดี๋ยวหมอมาตอบให้ครับผม ส่วนโพสต์หน้าจะพาไปชมซากุระสวยๆ อย่าลืมติดตามกันนะครับ!
#เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง #รีวิวญี่ปุ่น #MoMoParadise #WagyuA5 #Asakusa #หมอพูมพาเที่ยว
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น