แฉ! ขบวนการปลอมใบแจ้งเกิดแก๊งจีนเทา พบ จนท.ทุจริต เรียกรับเงินหัวละหลายหมื่นบาท
นายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาเปิดเผยกรณีตรวจพบทุจริตในงานทะเบียนราษฎร์ของเทศบาลฯ หลังเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ประสานเข้าตรวจสอบ พบมีการปลอมเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติและทำกันเป็นขบวนการ มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง และมีการเรียกรับผลประโยชน์รายละหลักหมื่นบาท โดยขณะนี้ตรวจพบความผิดปกติแล้วอย่างน้อย 27 ราย
นายกิติพงศ์ กล่าวว่า ช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมการปกครองได้ขอความร่วมมือตรวจสอบกรณีทุจริต และได้ดำเนินการตรวจสอบพบว่า มีการนำเอกสารเท็จมาใช้แจ้งเกิด โดยอ้างเอกสารจากสถานพยาบาลในลักษณะคล้ายหนังสือราชการ
ทั้งนี้พบว่า มีเจ้าหน้าที่หญิงรายหนึ่งของเทศบาลฯ ตำแหน่ง เจ้าพนักงานทะเบียนชำนาญงาน ซึ่งไม่มีสิทธิ์เข้าระบบ แต่ได้อาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่รายอื่นเผลอ แอบใช้สิทธิ์เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกข้อมูล ทำให้ชื่อผู้กระทำผิดไม่ปรากฏอยู่ในระบบ จนสามารถออกเอกสารให้ผู้ที่มาติดต่อได้อย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายบริหารไม่ทราบ เนื่องจากกระบวนการอยู่ในระดับปฏิบัติการ
นายกิติพงศ์ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ โดยยอมรับว่ามีการจ่ายเงินรายละ 10,000 - 30,000 บาท และมีลักษณะเป็นขบวนการ มีนายหน้าพาบุคคลมาติดต่อ โดยเจาะจงให้เจ้าหน้าที่ที่ทุจริตรายดังกล่าวทำเอกสารเพียงคนเดียว ซึ่งการแจ้งเกิดผิดปกติที่ตรวจสอบพบส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเป็นการแจ้งเกิดให้กับบุคคลที่มีพ่อหรือแม่เป็นคนสัญชาติจีน หรือเป็นลักษณะแก๊งจีนเทา
จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปลายปี 2567 จนถึงปัจจุบัน พบมีการแจ้งเกิดผิดปกติแล้วจำนวน 27 ราย จากเดิมที่กรมการปกครองแจ้งเพียงไม่กี่ราย โดยขณะนี้ทางเทศบาลฯ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง และได้แจ้งความดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวในหลายข้อหา
โหนกระแส
ที่มา :
https://www.honekrasae.com/content/QyG232W9GurQnSc7IGMX
[โหนกระแส] แฉ! ขบวนการปลอมใบแจ้งเกิดแก๊งจีนเทา พบ จนท.ทุจริต เรียกรับเงินหัวละหลายหมื่นบาท
นายกิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาเปิดเผยกรณีตรวจพบทุจริตในงานทะเบียนราษฎร์ของเทศบาลฯ หลังเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ประสานเข้าตรวจสอบ พบมีการปลอมเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติและทำกันเป็นขบวนการ มีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้อง และมีการเรียกรับผลประโยชน์รายละหลักหมื่นบาท โดยขณะนี้ตรวจพบความผิดปกติแล้วอย่างน้อย 27 ราย
โหนกระแส
ที่มา : https://www.honekrasae.com/content/QyG232W9GurQnSc7IGMX