🌸
กลอน: ทางสายกลาง... ไม่ค้าง ไม่เลย
หนึ่งพวกนั้น
"โอสีย" เพลินในภพ
ยังไม่อยาก จบเชื้อ ไฟตัณหา
พอฟังธรรม ดับชาติ ชรามา
ใจก็ล้า หดหู่ ไม่สู้เดิน
อีกพวกหนึ่ง
"อติธาว" วิ่งยาวไป
เพราะทนทุกข์ ไม่ไหว จึงห่างเหิน
มุ่งหมายความ "ตายสูญ" อย่างเพลิดเพลิน
คิดว่านั่น ทางเจริญ พ้นเวรภัย
นั่นคือหลุม
"วิภว-" ตัณหาหลอก
ไม่ใช่ทาง พ้นคอก กิเลสได้
เพราะแฝงด้วย "ความเกลียด" เบียดเบียนใจ
ยังไม่ใช่ วิมุตติ ที่สุดธรรม
ส่วนผู้มี
"ปัญญาจักษุ" รู้ตามจริง
เห็นทุกสิ่ง คือ
"ภูต" ที่แปรผัน
เกิดตามเหตุ ดับตามปัจจัย ไปวันวัน
ไม่ยึดมั่น ว่า "มี" หรือ "ไม่มี"
ทางสายกลาง วางจิต ให้คงมั่น
ไม่เลยทาง ไม่ค้างกั้น อยู่ตรงนี้
สำรอกเหตุ ดับเชื้อ ทุกข์ไพรี
พ้นจากภพ ทั้งปวงที... นิพพานเอยฯ
------------------------------
นิยาย วินาทีสุดท้ายที่ปลายหน้าผา
ท่ามกลางความมืดสลัวในมุมอับของสวนสาธารณะ เสียงน้ำตกจำลองที่ตกกระทบโขดหินดังซ่า...ซ่า...
ราวกับเสียงกระซิบของปีศาจที่คอยย้ำเตือนถึงความล้มเหลว
"เอก" เด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาที่หลุดลุ่ย
ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของหน้าผาจำลองที่เงียบเหงา ต้นไม้สูงรอบข้างบดบังเขาจากสายตาโลกภายนอก
ราวกับที่นี่คือสุสานที่ธรรมชาติจงใจสร้างไว้ให้เขาโดยเฉพาะ
ในหัวของเขามีแต่ตัวเลขเกรดเฉลี่ยที่ต่ำเตี้ย เสียงตัดพ้อของพ่อแม่
และความรู้สึกว่าโลกนี้ไม่มีที่ว่างให้คน "ไม่เอาถ่าน" อย่างเขา ความซึมเศร้ากักขังเขาไว้ในกรงขังที่มองไม่เห็นมานานนับปี
จนเขาเชื่ออย่างสนิทใจว่า
"ถ้ากายนี้สลายไป จิตนี้ก็คงจบสิ้น ทุกข์ทั้งปวงคงดับสูญเหมือนไฟที่ขาดเชื้อ"
เขามองลงไปที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง... ภาพในจินตนาการของเขาคือความว่างเปล่าที่แสนอิ่มเอม
เขาคลี่ยิ้มบาง ๆ เป็นยิ้มแรกในรอบหลายเดือน ยิ้มให้กับการตัดสินใจที่เขาคิดว่า
"ประณีตที่สุด" "ลาก่อน... ความทุกข์"
เขาทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วง...
วินาทีที่ 1: สายลมปะทะหน้า ความรู้สึกเบาหวิวเหมือนจะพ้นทุกข์ทำให้อะดรีนาลีนฉีดพล่าน
วินาทีที่ 2: จิตใจที่เคยนึกว่า "พร้อมจะตาย" กลับถูกสัญชาตญาณความกลัวตายเข้าจู่โจมอย่างรุนแรง! ความมั่นใจที่เคยมีกลับกลายเป็นความตระหนก
วินาทีที่ 3: ภาพใบหน้าของแม่ที่ยิ้มให้ตอนเด็ก ๆ ผุดขึ้นมาสลับกับความเจ็บปวดที่เขากำลังจะได้รับ เขาพยายามไขว่คว้าอากาศ แต่มันสายไปแล้ว...
เขารู้สึกได้ถึงความ "ผิดพลาด" อย่างใหญ่หลวง
ตึ้ง!
เสียงกระแทกนั้นไม่นิ่มนวลเหมือนในฝัน แรงปะทะกับโขดหินใต้น้ำตกทำให้อวัยวะภายในแหลกเหลว
ความเจ็บปวดรุนแรงมหาศาลแล่นเข้าสู่ศูนย์รวมประสาท มันเจ็บยิ่งกว่าความเครียดเรื่องเรียน เจ็บยิ่งกว่าความซึมเศร้าพันเท่า!
เอกยังไม่ตายทันที... เขานอนจมอยู่ในแอ่งน้ำตื้น ๆ ลมหายใจรวยริน ความเย็นของน้ำแทรกซึมเข้าสู่บาดแผล
เขามองเห็นหยดเลือดตัวเองผสมกับสายน้ำจากน้ำตกจำลอง ภาพวิมานที่ว่า "ตายแล้วจบ" พังทลายลงสิ้น
เพราะในนาทีที่เขากำลังจะขาดใจ
"ความยึดมั่นในตัวตน" กลับรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
เขายังคงห่วงใย ยังคงกลัว และที่ร้ายที่สุด... เขาเริ่มเห็นว่าชีวิตที่เขาทิ้งมานั้นมีค่าเพียงใด
"ไม่... ผมยังไม่ได้อยากตาย..." เขาพยายามขยับปากที่ไร้เสียง
ก่อนที่ดวงตาจะปิดลง ความอิ่มเอมที่เคยมีกลายเป็นความหวาดกลัวที่มืดมิดกว่าเดิม
เขาเพิ่งตระหนักในวาระสุดท้ายว่า
เขาไม่ได้หนีพ้นความทุกข์เลย เขาเพียงแค่ย้ายความทุกข์จากในใจ
มาเป็นความทุกข์ทางกายที่สาหัส และทิ้งความทุกข์มหันต์ไว้เบื้องหลังให้คนที่เขารัก...
เสียงน้ำตกยังคงดังซ่า...ซ่า... ต่อไปอย่างเย็นชา
ขณะที่ลมหายใจสุดท้ายของเด็กหนุ่มที่เข้าใจผิดว่า "ตายคือทางออก" ดับวูบลงท่ามกลางความโดดเดี่ยว
(เนื้อหาชุดนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นธรรมอุทาหรณ์ ให้เห็นถึงโทษของความเห็นผิด (อุจเฉททิฏฐิ)
หากใครที่กำลังรู้สึกไม่สบายใจหรือต้องการเพื่อนรับฟัง สามารถโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงนะครับ)
วินาทีสุดท้ายที่ปลายหน้าผา
หนึ่งพวกนั้น "โอสีย" เพลินในภพ
ยังไม่อยาก จบเชื้อ ไฟตัณหา
พอฟังธรรม ดับชาติ ชรามา
ใจก็ล้า หดหู่ ไม่สู้เดิน
อีกพวกหนึ่ง "อติธาว" วิ่งยาวไป
เพราะทนทุกข์ ไม่ไหว จึงห่างเหิน
มุ่งหมายความ "ตายสูญ" อย่างเพลิดเพลิน
คิดว่านั่น ทางเจริญ พ้นเวรภัย
นั่นคือหลุม "วิภว-" ตัณหาหลอก
ไม่ใช่ทาง พ้นคอก กิเลสได้
เพราะแฝงด้วย "ความเกลียด" เบียดเบียนใจ
ยังไม่ใช่ วิมุตติ ที่สุดธรรม
ส่วนผู้มี "ปัญญาจักษุ" รู้ตามจริง
เห็นทุกสิ่ง คือ "ภูต" ที่แปรผัน
เกิดตามเหตุ ดับตามปัจจัย ไปวันวัน
ไม่ยึดมั่น ว่า "มี" หรือ "ไม่มี"
ทางสายกลาง วางจิต ให้คงมั่น
ไม่เลยทาง ไม่ค้างกั้น อยู่ตรงนี้
สำรอกเหตุ ดับเชื้อ ทุกข์ไพรี
พ้นจากภพ ทั้งปวงที... นิพพานเอยฯ
------------------------------
นิยาย วินาทีสุดท้ายที่ปลายหน้าผา
ท่ามกลางความมืดสลัวในมุมอับของสวนสาธารณะ เสียงน้ำตกจำลองที่ตกกระทบโขดหินดังซ่า...ซ่า...
ราวกับเสียงกระซิบของปีศาจที่คอยย้ำเตือนถึงความล้มเหลว "เอก" เด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาที่หลุดลุ่ย
ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของหน้าผาจำลองที่เงียบเหงา ต้นไม้สูงรอบข้างบดบังเขาจากสายตาโลกภายนอก
ราวกับที่นี่คือสุสานที่ธรรมชาติจงใจสร้างไว้ให้เขาโดยเฉพาะ
ในหัวของเขามีแต่ตัวเลขเกรดเฉลี่ยที่ต่ำเตี้ย เสียงตัดพ้อของพ่อแม่
และความรู้สึกว่าโลกนี้ไม่มีที่ว่างให้คน "ไม่เอาถ่าน" อย่างเขา ความซึมเศร้ากักขังเขาไว้ในกรงขังที่มองไม่เห็นมานานนับปี
จนเขาเชื่ออย่างสนิทใจว่า "ถ้ากายนี้สลายไป จิตนี้ก็คงจบสิ้น ทุกข์ทั้งปวงคงดับสูญเหมือนไฟที่ขาดเชื้อ"
เขามองลงไปที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง... ภาพในจินตนาการของเขาคือความว่างเปล่าที่แสนอิ่มเอม
เขาคลี่ยิ้มบาง ๆ เป็นยิ้มแรกในรอบหลายเดือน ยิ้มให้กับการตัดสินใจที่เขาคิดว่า "ประณีตที่สุด" "ลาก่อน... ความทุกข์"
เขาทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วง...
วินาทีที่ 1: สายลมปะทะหน้า ความรู้สึกเบาหวิวเหมือนจะพ้นทุกข์ทำให้อะดรีนาลีนฉีดพล่าน
วินาทีที่ 2: จิตใจที่เคยนึกว่า "พร้อมจะตาย" กลับถูกสัญชาตญาณความกลัวตายเข้าจู่โจมอย่างรุนแรง! ความมั่นใจที่เคยมีกลับกลายเป็นความตระหนก วินาทีที่ 3: ภาพใบหน้าของแม่ที่ยิ้มให้ตอนเด็ก ๆ ผุดขึ้นมาสลับกับความเจ็บปวดที่เขากำลังจะได้รับ เขาพยายามไขว่คว้าอากาศ แต่มันสายไปแล้ว... เขารู้สึกได้ถึงความ "ผิดพลาด" อย่างใหญ่หลวง
ตึ้ง!
เสียงกระแทกนั้นไม่นิ่มนวลเหมือนในฝัน แรงปะทะกับโขดหินใต้น้ำตกทำให้อวัยวะภายในแหลกเหลว
ความเจ็บปวดรุนแรงมหาศาลแล่นเข้าสู่ศูนย์รวมประสาท มันเจ็บยิ่งกว่าความเครียดเรื่องเรียน เจ็บยิ่งกว่าความซึมเศร้าพันเท่า!
เอกยังไม่ตายทันที... เขานอนจมอยู่ในแอ่งน้ำตื้น ๆ ลมหายใจรวยริน ความเย็นของน้ำแทรกซึมเข้าสู่บาดแผล
เขามองเห็นหยดเลือดตัวเองผสมกับสายน้ำจากน้ำตกจำลอง ภาพวิมานที่ว่า "ตายแล้วจบ" พังทลายลงสิ้น
เพราะในนาทีที่เขากำลังจะขาดใจ "ความยึดมั่นในตัวตน" กลับรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
เขายังคงห่วงใย ยังคงกลัว และที่ร้ายที่สุด... เขาเริ่มเห็นว่าชีวิตที่เขาทิ้งมานั้นมีค่าเพียงใด
"ไม่... ผมยังไม่ได้อยากตาย..." เขาพยายามขยับปากที่ไร้เสียง
ก่อนที่ดวงตาจะปิดลง ความอิ่มเอมที่เคยมีกลายเป็นความหวาดกลัวที่มืดมิดกว่าเดิม
เขาเพิ่งตระหนักในวาระสุดท้ายว่า เขาไม่ได้หนีพ้นความทุกข์เลย เขาเพียงแค่ย้ายความทุกข์จากในใจ
มาเป็นความทุกข์ทางกายที่สาหัส และทิ้งความทุกข์มหันต์ไว้เบื้องหลังให้คนที่เขารัก...
เสียงน้ำตกยังคงดังซ่า...ซ่า... ต่อไปอย่างเย็นชา
ขณะที่ลมหายใจสุดท้ายของเด็กหนุ่มที่เข้าใจผิดว่า "ตายคือทางออก" ดับวูบลงท่ามกลางความโดดเดี่ยว
(เนื้อหาชุดนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นธรรมอุทาหรณ์ ให้เห็นถึงโทษของความเห็นผิด (อุจเฉททิฏฐิ)
หากใครที่กำลังรู้สึกไม่สบายใจหรือต้องการเพื่อนรับฟัง สามารถโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงนะครับ)