JJNY : ปชน.ยันเดินหน้าสู้คดี│ทนายปชน.เผยเป็นข่าวดี│ร้านไก่ทอดขอขึ้น│ประมงพื้นบ้านอ่วมต้นทุน│งานศึกษาชี้ลงทุนในนิวเคลียร์

กระทู้ข่าว
ปชน. แถลงยัน เดินหน้าสู้คดี ป้องอำนาจผู้แทนเสนอกม. เท้ง ปัดตอบนั่งหน.ต่อ รอประชุมใหญ่พรรค
https://www.matichon.co.th/politics/news_5690284
.

.
ปชน. แถลง ยันเดินหน้าสู้คดีในชั้นศาล ป้องอำนาจผู้แทนปชช. เท้ง ปัดตอบนั่งหน.ต่อ รอประชุมใหญ่พรรค
.
ภายหลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดประชุมองค์คณะ เพื่อพิจารณาคำร้องคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ยื่นเอาผิดอดีต 44 ส.ส.พรรคก้าวไกล ฐานทำผิดฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีร่วมลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพื่อยกเลิกมาตรา 112 เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2564 โดยมีมติรับคำร้อง แต่ไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ 1 ส.ส.พรรคประชาชน
.
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 24 เมษายน ที่ โรงแรม เมเปิ้ล บางนา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อม 9 ส.ส.ประกอบด้วย นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล นายรังสิมันต์ โรม นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายณัฐวุฒิ บัวประทุม นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ นายธีรัจชัย พันธุมาศ และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงข่าวภายหลังศาลฎีการับคำร้องคดี 44 ส.ส.ไว้พิจารณา ทั้งนี้ไม่สั่ง 10 ส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่โดยกำหนดเงื่อนไข งดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำร้องหรือเนื้อหาคดีในระหว่างที่ศาลอยู่ระหว่างการพิจารณาวินิจฉัย
.
นายณัฐพงษ์ เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ ศาลฎีกาได้มีคำสั่งรับคำร้องของ ป.ป.ช. ที่กล่าวหาว่าอดีต สส.พรรคก้าวไกล 44 คน ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีที่ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมีคำสั่งเพิ่มเติมให้ ส.ส. ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ 10 คน สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ห้ามไม่ให้กระทำซ้ำหรือกระทำการใดๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง
.
ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งศาล เราขอเพียงแค่ยืนยันว่า การเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายนั้น ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
.
นอกจากนั้น นัยของคดีนี้สำคัญกว่าอนาคตทางการเมืองของพวกผม คือเรื่องอนาคตของประชาธิปไตยไทย ซึ่งเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน ที่ต้องการระบอบการเมืองที่มีกลไกในการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจต่อทุกฝ่ายอย่างเสมอภาคด้วยมาตรฐานเดียวกัน เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน  ไม่ใช่ระบอบที่ใช้อำนาจเพื่อปกป้องการแสวงหาผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม
.
เราไม่ต้องการเห็นกระบวนการนิติสงครามเพื่อรักษาระบอบการเมืองที่เป็นมรดกของการรัฐประหาร ซึ่งต้องการลดทอนอำนาจของประชาชนลง แล้วกินรวบอำนาจและผลประโยชน์ไว้ที่กลุ่มชนชั้นนำและนักการเมืองบางกลุ่มโดยไม่แยแสต่ออนาคตของประเทศและประชาชน

ดังนั้น พวกเราจะดำเนินการต่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาอย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องรักษาความชอบธรรมของอำนาจผู้แทนราษฎรในระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนร่วมกับพี่น้องประชาชนในการเปลี่ยนผ่านการเมืองไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่รับใช้พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
.
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ สิ่งที่อยากชี้ให้เห็นคือ อนาคตระบอบประชาธิปไตยไทย ที่กระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระ ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ฉะนั้น คดีที่เกิดขึ้นต่อ คุณศักดิ์สยามเอง เปรียบเทียบกับคดี 44 ส.ส. เป็นสิ่งที่สังคมมองเห็นว่า ป.ป.ช. ปฏิบัติไม่เท่าเทียมกันหรือเปล่า
.
เมื่อถามถึงโครงสร้างพรรค นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในเลือกกรรมการบริหารพรรค ให้รอการประชุมใหญ่ที่เกิดขึ้นวันที่ 26 เมษายนนี้
.
ผู้สื่อข่าวถามถึงการสู้คดี นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.พรรคประชาชน กล่าวว่า การต่อสู้ของเรายืนหยัดในหลักการ กระบวนการต่อจากนี้คาดหวังความยุติธรรม อย่างน้อย ปลายทางสุดท้าย ก็ยังไปจบที่ศาลสูงสุด คือศาลฎีกาฯ ซึ่งเป็นศาลยุติธรรม คาดหมายว่า คดีนี้จะยาวนาน เพราะสำนวนคดีนี้เกิดตามรธน. 60 คดีแรกคือ คดีคุณช่อ พรรณิการ์ ที่ผ่านมา ที่พิจารณากันมา 10 คดี อยู่ที่ 1 ปี คดีนี้ มีผู้คัดค้าน 44 คน 44 ข้อเท็จจริง ทุกคนมีพยานหลักฐาน น่าจะใช้เวลาไม่น่าต่ำกว่า 1 ปี หรือ 2 ปีขึ้นไป
.
คาดหมายว่าจะได้รับความยุติธรรม พวกตนโต้แย้งและไต่สวนมาโดยตลอดว่า กระบวนการไต่สวนของป.ป.ช.ไม่ชอบ เพราะบางท่าน ขอหมายพยานบุคคล และ เอกสารแค่หมายเดียว ยังไม่ได้เลย ใน 43 คน ไม่มีใครได้รับอนุญาตจากป.ป.ช.ให้ออกหมายไปยังบุคคลภายนอกแม้แต่หมายเดียว
.
นายวาโย กล่าวว่า เงื่อนไขตรงนี้ค่อนข้างกว้าง ผูกกับคำร้อง ข้อเท็จจริงแม้ทนายจะไปเมื่อเช้า ก็ยังไม่เห็นคำร้องอย่างละเอียด ซึ่งมี 50 กว่าหน้า เอกสารท้ายคำร้อง 1 หมื่นกว่าหน้า 3 ลังต่อคน น่าจะส่งไปยังภูมิลำเนาแต่ละท่านอีกที ขอดูคำร้องโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขศาลได้อย่างเหมาะสม
.
ถามว่า หากป.ป.ช.ยื่นอุทธรณ์ หรือ มีคนยื่นคัดค้าน จะรับมืออย่างไร นายวาโย กล่าวว่า ป.ป.ช.ยื่นคัดค้านได้ เพราะเป็นคู่ความในคดี ในส่วนของคุณสนธิญา แม้จะอ้างว่าเป็นผู้ร้องในชั้น ป.ป.ช. คุณสนธิญาไม่ใช่คู่ความ ก็มีสิทธิไปยื่นศาลไหม ก็คงไม่มีใครห้ามได้ แต่ไม่ใช่คู่ความ
.
ได้คุยกับพิธา หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีการพูดคุยกันอยู่ตลอด
.
ถามว่า หากไม่ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ มีความพร้อมปฏิหน้าที่ต่อหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกคนมีความพร้อมปฏิบัติหน้าที่มาโดยตลอดอยู่แล้ว ส่วนตำแหน่งต่างๆ ให้รอวันอาทิตย์
.
ถามถึงกรณี ผู้นำฝ่ายค้าน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กระบวนการในสภา ไม่ต้องรอกระบวนการในพรรคประชาชน และได้ยืนยันต่อสภาฯไปแล้ว เข้าใจว่า กระบวนการเสนอชื่อตนเป็นผู้นำฝ่ายค้านได้ดำเนินไปแล้วต้องถามกับทางสภา
.
ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงจะสื่อสารกับมวลชนอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอบคุณหลายข้อความที่ส่งเข้ามายินดี อย่างไรก็ตาม อยากให้ตระหนักว่า กระบวนการนิติสงครามไม่ได้หยุดแค่นี้ คดีนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหากฎหมายที่เสนอ หรือที่ใช้อำนาจในกระบวนการนิติบัญญัติ แต่เป็นปฏิกิริยาตอบโต้จากอำนาจที่กำลังกินรวบประเทศนี้ ทั้ง องค์กรอิสระ หรือ การทุจริตคอร์รัปชั่น ที่อนาคตใหม่ ก้าวไกล ประชาชน เดินหน้าตรวจสอบมาตลอด ยืนยันว่าเราพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศ ทำเพื่อประโยชน์สูงสุดประชาชน และยืนยันว่า การตรวจสอบรัฐบาล เข้มข้นโดยตลอด
.
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการลดเพดานไหม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่เพิ่มลดเพดานอะไร เดินหน้าทำแบบที่เคยทำมาตลอด วันนี้ไม่อยากให้มองแต่ผลคำสั่งศาล แต่อยากให้มองว่าสิ่งที่กำลังทำลายประเทศนี้ คือการทำลายระบอบประชาธิปไตย และการทำหน้าที่ของเราอย่างตรงไปตรงมา เราก็พร้อมใช้อำนาจที่มี ในฐานะ ส.ส. ขับเคลื่อนต่อไป
.

.
ทนายพรรคปชน. เผยเป็นข่าวดี ที่ไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ศาลนัดพิจารณาครั้งแรก 30 มิ.ย.69
https://www.matichon.co.th/politics/news_5690136
.
ตัวแทนป.ป.ช.เผยภายหลังศาลรับคำร้องคดี 44 สส.ไว้พิจารณาแต่ไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เตรียมเสนอเรื่องให้คณะกรรมการป.ป.ช.ถกต่อไป ด้านทนายพรรคเผย เป็นข่าวดีที่ไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่วนกระบวนการหลังจากนี้เตรียมหารือทีมกฎหมาย-ตัวแทนพรรคต่อไป
.
เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน ภายหลังจากศาลนัดฟังคำสั่งคดีหมายเลขดำที่ คมจ.1/2569 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับพวก รวม 44 คน ผู้คัดค้าน ในเรื่องการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณี ส.ส.ของพรรคก้าวไกล ร่วมลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
.
ภายหลังศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องของ ป.ป.ช.ไว้พิจารณา โดยไม่สั่งให้ ส.ส.ทั้ง 10 คนของพรรคประชาชนที่ปฏิบัติหน้าที่ในขณะนี้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ห้ามกลุ่มผู้คัดค้านดังกล่าวกระทำซ้ำหรือกระทำการใดๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง มิฉะนั้นศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น โดยศาลนัดพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น.ทั้งสองนัด
.
ด้านนายนิธิ ละเอียดดี ทนายความ ได้ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ความคืบหน้าทั้งหมดได้ออกมาตามรายงานข่าวของศาลและความคืบหน้าของคดีในเวลา 12.00 น. ที่โรงแรมเมเปิล บางนา สามารถติดตามการแถลงอย่างเป็นทางการได้อีกครั้ง
.
นายนิธิกล่าวด้วยว่า ในส่วนเรื่องการชี้แจงเพิ่มเติมทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของศาล ซึ่งศาลจะมีการนัดพิจารณาและให้นำคำชี้แจงพยานหลักฐาน ส่วนกรณีที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อนั้นก็ถือเป็นข่าวดีในวันนี้
.
ส่วนเหตุผลของคำร้องที่ศาลได้รับฟังในวันนี้เพราะเราได้ยื่นเอกสารถึงอำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าเราเป็นตัวแทนของประชาชนในการเป็นปากเสียงให้กับพี่น้องประชาชนในรัฐสภา และยืนยันว่าไม่มีการกระทำการที่ถูกกล่าวหาในคดี
.
ส่วนกระบวนการหลังจากนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ต้องรอหารือกับทางฝั่งของทีมกฎหมายพรรค และตัวแทนพรรคต่อไป
.
ต่อมา นายศุภอรรถ อธิลา ผู้อำนวยการกลุ่มคดี 1 สำนักคดี ตัวแทนจาก ป.ป.ช.ให้สัมภาษณ์ว่า รายละเอียดเป็นไปตามคำชี้ช่องของผู้ร้องว่ามีพยานบุคคลอย่างไรบ้าง แล้วได้ส่งให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 คนแล้ว ศาลได้นัดส่งคำร้องภายใน 14 วัน ส่วนรายละเอียดอื่นๆ เป็นไปตามรายงานของศาลที่ได้แจกให้กับสื่อมวลชน ส่วนเรื่องที่ศาลรับคำร้องไว้พิจารณาแต่ให้กลุ่ม 10 ส.ส.ของพรรคประชาชนปฏิบัติหน้าที่ต่อไปนั้นจะนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อพิจารณาต่อไป
.

.
ร้านไก่ทอดขอปรับราคาขึ้น อั้นไม่ไหว วัตถุดิบแพงขึ้นทุกอย่าง
.
ร้านไก่ทอดขมิ้นชื่อดัง อั้นไม่ไหวขอปรับเพิ่มเป็น 25 บาท เหตุถุงพลาสติก กระดาษห่อ น้ำมันปาล์ม เนื้อไก่ ก๊าซหุงต้ม วัตถุดิบแพงขึ้นทุกอย่าง ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น
.
วันนี้ (24 เม.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานตว่า บรรยากาศการค้าขาย ลูกค้ายังคงแวะมาซื้อไก่ทอดขมิ้น จากร้านชื่อดัง “โกล้านไก่ทอดขมิ้น” ที่บริเวณหน้าโรงเรียนเทศบาล 3 เทศบาลเมืองกระบี่ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ แม้ว่าทางร้านจะปรับราคาขึ้น จากไก่ทอดชิ้นละ 20 บาท เป็น 25 บาท ตั้งแต่ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น
.
นายสุทิน ชูศรี เจจ้าของร้าน เปิดเผยว่า อั้นไม่ไหวแล้ว ตั้งแต่เกิดวิกฤตน้ำมันขึ้นราคาช่วงต้นเดือน มี.ค. 69 ที่ผ่านมา สินค้าวัตถุดิบทุกอย่างพากันขึ้นราคา เช่น ถุงพลาสติกหูหิ้ว จากแพ็กละ 45 บาท เป็น 55 บาท  กระดาษห่อ ราคา 50 บาท เป็น 55 บาท น้ำมันปาล์มสำหรับใช้ทอดไก่ จากลังละ 510 บาท ปรับเป็น 610 บาท   ชิ้นส่วนเนื้อไก่ ปรับขึ้นกิโลกรัมละ 10 บาท จึงขอปรับราคาเพิ่มจากไก่ทอดชิ้นละ 20 บาท เป็น 25 บาท ข้าวเหนียวห่อละ 10 บาท หลังจากขายราคาเดิมมานานกว่า 10 ปี
.
นายสุทิน บอกด้วยว่า หลังจากผ่านมาหลายวิกฤตยังไม่ขึ้นราคา แต่ครั้งหนี้แบกรับภาระต้นทุนไม่ไหวจริง ๆ จึงขอปรับราคาขึ้นชื้นละ 5 บาท และอยากเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการควบคุมราคาสิ้นค้า เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันดีเซลทยอยลดราคาลงมาบ้างแล้ว แต่ราคาสิ้นค้าทุกชนิดกลับเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่