คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 6
คิดว่าสายงานเอกชนจะค่อยๆ ล้นจนค่าตอบแทนเฉลี่ยลดลงไปเรื่อยๆ จริงค่ะ ถ้าเป็นสายความงามจะเห็นว่าเริ่มต้องตัดราคากันแล้ว ส่วนสายโรงพยาบาลเอกชน เน้นต้องต่อเฉพาะทาง subboard (ใช้เวลาเรียนเพิ่มขึ้นไปอีก) บวกกับถ้ามีชื่อเสียงหรือมีเครดิต เช่น เป็นอาจารย์โรงเรียนแพทย์ อาจจะช่วยให้สามารถได้ตำแหน่งในโรงพยาบาลเอกชนดีๆ ได้มากขึ้นค่ะ (แต่ก็มีภาระงานเพิ่ม)
เรามองว่า soft skill จะสำคัญมากๆ ในยุคต่อๆ ไปค่ะ หมอที่มีความเห็นอกเห็นใจคนไข้ และให้ความสำคัญกับการสื่อสาร อาจจะรับประกันความรวยไม่ได้ แต่จะเป็นที่ต้องการเสมอ แบบช้าๆ แต่ชัวร์ค่ะ (เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้ แต่ไม่ใช่หมอทุกคนจะมี skill นี้) อีกด้านคือการใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ หากมีทักษะสองอย่างนี้ดีมากๆ จะมีโอกาสได้ทำโรงพยาบาลกลุ่มพรีเมี่ยมได้ค่ะ
หากเลือกได้ควรเลือกเรียนสาขาที่ AI เข้ามาทดแทนไม่ได้เท่านั้น แต่ใดๆ ก็ตามต้องเป็นสาขาที่ตัวเองมีความรักความสนใจเป็นเบื้องต้นจริงๆ เพราะงานทุกแบบมีความกดดัน ถ้าไม่ตรงจริตจะไม่มีความสุขและความสนใจใฝ่รู้พัฒนาตัวเองต่อเนื่อง สุดท้ายก็ไม่สามารถจะเติบโตหรือแข่งขันได้ นำมาสู่ความรู้สึกไม่ปลอดภัยในที่สุดค่ะ
สาขาที่น่าจะยังโตขยายตัวรองรับความต้องการในอนาคตสำหรับเราคิดว่า คือ สาขา Palliative care ค่ะ
เรามองว่า soft skill จะสำคัญมากๆ ในยุคต่อๆ ไปค่ะ หมอที่มีความเห็นอกเห็นใจคนไข้ และให้ความสำคัญกับการสื่อสาร อาจจะรับประกันความรวยไม่ได้ แต่จะเป็นที่ต้องการเสมอ แบบช้าๆ แต่ชัวร์ค่ะ (เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้ แต่ไม่ใช่หมอทุกคนจะมี skill นี้) อีกด้านคือการใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ หากมีทักษะสองอย่างนี้ดีมากๆ จะมีโอกาสได้ทำโรงพยาบาลกลุ่มพรีเมี่ยมได้ค่ะ
หากเลือกได้ควรเลือกเรียนสาขาที่ AI เข้ามาทดแทนไม่ได้เท่านั้น แต่ใดๆ ก็ตามต้องเป็นสาขาที่ตัวเองมีความรักความสนใจเป็นเบื้องต้นจริงๆ เพราะงานทุกแบบมีความกดดัน ถ้าไม่ตรงจริตจะไม่มีความสุขและความสนใจใฝ่รู้พัฒนาตัวเองต่อเนื่อง สุดท้ายก็ไม่สามารถจะเติบโตหรือแข่งขันได้ นำมาสู่ความรู้สึกไม่ปลอดภัยในที่สุดค่ะ
สาขาที่น่าจะยังโตขยายตัวรองรับความต้องการในอนาคตสำหรับเราคิดว่า คือ สาขา Palliative care ค่ะ
แสดงความคิดเห็น
สอบถามมุมมองเส้นทางวิชาชีพแพทย์ในภาคเอกชนระยะยาว
อยากขอสอบถามความคิดเห็นจากคุณหมอหรือบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ในระบบจริงค่ะ
เพิ่งสอบติดแพทย์ปีนี้ และกำลังเริ่มวางแผนเส้นทางวิชาชีพระยะยาวตั้งแต่ช่วงต้นเพราะมองว่า เป็นอาชีพที่โครงสร้างเส้นทางค่อนข้างตายตัว และการปรับทิศทางในภายหลังมีข้อจำกัดพอสมควร
จากที่ลองศึกษาภาพรวม เห็นว่าจำนวนแพทย์จบใหม่ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ขณะที่ฝั่งภาคเอกชน เช่น จำนวนโรงพยาบาลและตำแหน่งงาน อาจไม่ได้ขยายตัวในอัตราเดียวกัน ทำให้การแข่งขันในตลาดแรงงานมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย ๆ
จึงอยากสอบถามมุมมองจากคนที่อยู่ในระบบจริงเกี่ยวกับภาพตลาดแรงงานแพทย์เอกชนในระยะ 10–15 ปีข้างหน้า
คำถามหลักคือ
ในระยะ 10–15 ปีข้างหน้า สาขาใดมีแนวโน้มจะยังเป็นที่ต้องการในภาคเอกชนจริง ๆ ทั้งในแง่ความจำเป็นของระบบ จำนวนผู้ป่วย และความสามารถในการรองรับการจ้างงานในตลาด (โดยเฉพาะในบริบทที่ปัจจุบันแพทย์เอกชนมีจำนวนค่อนข้างมากอยู่แล้ว และในอนาคตน่าจะไม่ได้ขยายการรับเพิ่มในหลายสาขา เว้นแต่เป็นสาขาที่จำเป็นต่อระบบจริง ๆ)
และในทางกลับกัน สาขาใดที่ปัจจุบันอาจยังดูมีความต้องการ แต่มีความเสี่ยงจะเข้าสู่ภาวะอิ่มตัวในอนาคตจากทั้งจำนวนแพทย์ที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนโครงสร้างระบบ และผลกระทบจากเทคโนโลยีหรือ automation บางส่วน
หากมองในเชิงวาง positioning ระยะยาว ควรเริ่มวางแนวทางหรือสะสม skill set ด้านใดตั้งแต่ช่วงเรียนและช่วงใช้ทุน เพื่อให้ยังสามารถแข่งขันได้ในตลาดเอกชนจริง ไม่ใช่เพียงระดับการเป็นแพทย์ทั่วไป
**ส่วนตัวมีความตั้งใจทำงานด้านการรักษาผู้ป่วยระยะยาว และยังให้ความสำคัญกับบทบาทในระบบสาธารณสุขเช่นกัน
แต่ในขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าอาชีพแพทย์เป็นงานที่มีต้นทุนสูง ทั้งเวลา แรง และความรับผิดชอบต่อเนื่อง
จึงต้องประเมินความคุ้มค่าของเส้นทางชีวิตทั้งในมิติรายได้ ความมั่นคง และคุณภาพชีวิตอย่างรอบด้านค่ะ
เราเติบโตมากับคุณแม่เพียงคนเดียว ไม่มี financial safety net หรือเสาหลักทางครอบครัว จึงต้องให้ weight กับความมั่นคงทางรายได้และความยั่งยืนในระยะยาวเป็นปัจจัยหลักค่ะ
หากในอนาคตภาครัฐมีการปรับโครงสร้างงาน สวัสดิการ หรือ workload ให้เหมาะสมมากขึ้น ก็ยังมีความสนใจในเส้นทางราชการเช่นกัน แต่ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องตอบโจทย์ความมั่นคงและคุณภาพชีวิตได้จริง ไม่ใช่เพียงความคาดหวังเชิงระบบ
หากมีมุมมองจากประสบการณ์จริง ยินดีรับฟังทุกความเห็นค่ะ
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ