iQIYI เตรียมใช้ AI แทนนักแสดง จุดกระแสวิจารณ์หนักในวงการบันเทิงจีน
.
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา #iQIYI แพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงชื่อดังของจีน กลายเป็นประเด็นร้อนทันที หลังประกาศแผนเปลี่ยนภาพลักษณ์ศิลปินให้กลายเป็นทรัพยากรดิจิทัล AI แล้วนำมาใช้ในงานแสดง จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย ทั้งผู้ชมและคนในวงการ
.
“นักแสดงเหนื่อย งั้นให้ AI เล่นแทน” คำพูดของกงอวี่ (龚宇) ซีอีโอ iQIYI บนเวทีงาน iQIYI World Conference 2026 กลายเป็นประเด็นร้อนทันที เมื่อ iQIYI ประกาศเดินหน้าลงทุนใน AI อย่างจริงจัง พร้อมเปิดตัวคลังนักแสดง AI “纳逗Pro” (Nadou Pro) และตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตผลงานจากเดิมปีละ 2 เรื่อง เป็นสูงสุดถึง 14 เรื่อง
.
ขณะเดียวกัน ยังมีการเปิดเผยรายชื่อนักแสดงจีนที่บรรลุข้อตกลงความร่วมมือใช้อัตลักษณ์ของตนในการสร้างนักแสดง AI แล้ว 117 คน จนผู้ชมจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามถึงความสมจริงของการแสดงจาก AI ตลอดจนความกังวลต่างๆ เช่น การจ้างงานคนในวงการบันเทิง
.
อย่างไรก็ตาม โมเดลนี้ยังไม่ถึงขั้นให้ AI แสดงแทนทั้งหมด แต่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมครีเอเตอร์กับนักแสดง ผู้สร้างได้ทั้งเงินสนับสนุนและส่วนแบ่งรายได้ นักแสดงได้รับค่าตอบแทนจากการให้สิทธิภาพลักษณ์ ขณะที่แพลตฟอร์มก็แบ่งรายได้ ด้วยต้นทุนที่ลดลงอย่างมาก
.
ฝั่งผู้ชมจำนวนไม่น้อยยังยืนยันชัดว่า สิ่งที่อยากเห็นคือมนุษย์จริง ไม่ใช่ภาพจำลองจาก AI สะท้อนความกังวลว่า AI ยังไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกและความเป็นมนุษย์ได้อย่างแท้จริง ชาวเน็ตจำนวนมากชี้ว่า การแสดงที่ดีต้องมีความไม่สมบูรณ์ ความสด และประสบการณ์ชีวิตที่ถูกถ่ายทอดออกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังทำได้ยาก
.
ในเวลาเดียวกันมีนักแสดงจีนบางส่วนที่รีบออกแถลงทันทีว่า ไม่เคยอนุญาตให้ AI ใช้ภาพลักษณ์ของตน ขณะที่อีกหลายคนเลือกชี้แจงผ่านแฟนคลับหรือคอมมูนิตี้แฟนด้อม ท่าทีที่ค่อนข้างก้ำกึ่งนี้สะท้อนบรรยากาศในวงการบันเทิงจีนตอนนี้ว่าการเว้นระยะจาก AI กำลังกลายเป็นจุดยืนพื้นฐานของนักแสดง
.
อย่างไรก็ตาม การไม่เอา AI แทบไม่มีความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ แต่เหตุผลที่หลายคนยังสื่อสารอย่างระมัดระวัง ก็เพราะต้องรักษาสมดุลระหว่างแพลตฟอร์มและแฟนคลับ โดยเฉพาะนักแสดงที่ยังตัองพึ่งพาทรัพยากรจากแพลตฟอร์ม ขณะที่นักแสดงระดับตัวหลักของวงการ ซึ่งมีผลงานและฐานผู้ชมรองรับอยู่แล้วย่อมมีพื้นที่ในการแสดงจุดยืนได้ชัดเจนมากกว่า
.
สำหรับนักแสดงจำนวนมากที่เข้าร่วมใน Nadou Pro โอกาสในการได้งานหรือโปรเจกต์ส่วนใหญ่ยังผูกอยู่กับ iQIYI อย่างใกล้ชิด พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกมากนัก แน่นอนว่าหลายฝ่ายมองว่าโปรเจกต์นี้อาจแก้ปัญหาระยะสั้น แต่เสี่ยงกระทบเส้นทางอาชีพนักแสดงในระยะยาว
.
ในช่วงที่ AI ยังต้องอาศัยมนุษย์เป็นฐานข้อมูล แต่เมื่อพัฒนาไปถึงจุดหนึ่ง การเข้ามาแทนที่แรงงานจำนวนมากก็แทบหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำถามจึงไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่คือจะเกิดขึ้นเร็วแค่ไหน และจะหยุดได้หรือเปล่า ในเมื่อยังมีคนพร้อมเลือกเส้นทางนี้อยู่เสมอ อาชีพนักแสดงเองก็ไม่ต่างกัน
.
ดังนั้น ประเด็นอาจไม่ใช่ว่าการอนุญาตให้ AI ใช้ภาพลักษณ์นั้นถูกหรือผิด แต่คือความจริงที่หลายคนต้องเผชิญจากการหาหนทางอยู่รอด ท่ามกลางแรงเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย
.
สำหรับยักษ์ใหญ่อย่าง iQIYI AI คือพลังการผลิตใหม่ที่ต้องเร่งนำมาใช้และสื่อสารให้ผู้ลงทุนเห็นศักยภาพ แต่ในสายตาคนดู การใช้ AI ในงานภาพยนตร์และซีรีส์ยังถูกมองว่าเป็นการลดคุณค่าของมนุษย์
.
ในทางปฏิบัติ เมื่อค่าตัวนักแสดงถูกแทนด้วยค่าลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ ต้นทุนการผลิตลดลงอย่างมาก และสามารถผลิตงานได้เร็วขึ้นพร้อมกันหลายโปรเจกต์ โมเดลนี้จึงกลายเป็นความได้เปรียบด้านต้นทุนที่อุตสาหกรรมยากจะปฏิเสธ และอาจนำไปสู่การแข่งขันที่เปลี่ยนโครงสร้างตลาด ก่อนที่คำถามเรื่องคุณค่าของการแสดงด้วยมนุษย์จะได้ข้อสรุปเสียอีก
.
คำถามคือ นักแสดงรุ่นใหม่จะไปทางไหนดี ซูเปอร์สตาร์คนต่อไปจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อดาราระดับตำนานหลายคนแจ้งเกิดตั้งแต่อายุยังน้อย หาก AI กลายเป็นกระแสหลัก สิ่งที่หายไปอาจไม่ใช่แค่นักแสดงปัจจุบัน แต่คือโอกาสของนักแสดงจำนวนมาก สิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องรายได้ แต่คือโอกาสที่ค่อยๆ หดตัว และพื้นที่เติบโตทถูกบีบให้แคบลง
.
แม้การแสดงของมนุษย์จะไม่หายไป แต่เป็นไปได้ไหมว่ามันอาจกลายเป็นสิ่งที่หายากและเข้าถึงยากขึ้น จนมีสถานะคล้ายของมีมูลค่าสูงทั้งที่รู้ว่าต้องเจอกระแสตีกลับ แต่ทำไม iQIYI ยังเลือกเดินเกมนี้? คำตอบสำคัญอยู่ที่แรงกดดันด้านรายได้ เมื่อปี 2025 รายได้จากสมาชิก โฆษณา และการขายคอนเทนต์ต่างลดลง แม้จะพยายามคุมต้นทุน แต่รายได้กลับหดตัวเร็วกว่า ในสถานการณ์แบบนี้ การผลักดันนักแสดง AI จึงเป็นทั้งการลดต้นทุน และการส่งสัญญาณว่ายังเกาะกระแสเทคโนโลยีอยู่
.
นอกจากนี้ ในวงการบันเทิงเองแทบไม่เห็นการคัดค้าน AI อย่างชัดเจน จริยธรรมยังอยู่เพียงในระดับเสียงวิจารณ์ ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องจำนวนไม่น้อยเลือกเงียบหรือปรับตัว ต่างจากบางอุตสาหกรรมในต่างประเทศที่คนในวงการมีการรวมตัวตั้งเงื่อนไขต่อรองอย่างชัดเจน เช่น การต่อต้านของสหภาพแรงงานในฮอลลีวูด
.
มองกลับมาที่จีน ไม่ใช่แค่วงการภาพยนตร์ แต่แทบทุกอุตสาหกรรม ต่างกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ความกังวลหลายประการก็ถูกพูดซ้ำมานานโดยแทบไม่มีความเปลี่ยนแปลง
.
👉 ล่าสุด iQIYI ออกแถลงผ่าน Weibo เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ชี้แจงว่า Nadou Pro ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มให้ครีเอเตอร์ AIGC เลือกใช้นักแสดงและติดต่อความร่วมมือได้อย่างเป็นระบบ โดยการเข้าร่วมไม่ได้หมายความว่านักแสดงยินยอมให้ใช้ในทุกโปรเจกต์ แต่ยังต้องมีการเจรจาและอนุญาตเป็นรายกรณีเหมือนงานแสดงทั่วไป พร้อมย้ำว่าการผสาน AI กับงานภาพยนตร์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และในอนาคตจะเดินหน้าพัฒนาต่อ ภายใต้การคำนึงถึงผลประโยชน์ของนักแสดง ครีเอเตอร์และผู้ชมควบคู่กันไป
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#AI #วงการบันเทิงจีน
https://www.facebook.com/share/p/1GYWsKvRfC/
📺 iQIYI เตรียมใช้ AI แทนนักแสดง จุดกระแสวิจารณ์หนักในวงการบันเทิงจีน
.
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา #iQIYI แพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงชื่อดังของจีน กลายเป็นประเด็นร้อนทันที หลังประกาศแผนเปลี่ยนภาพลักษณ์ศิลปินให้กลายเป็นทรัพยากรดิจิทัล AI แล้วนำมาใช้ในงานแสดง จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย ทั้งผู้ชมและคนในวงการ
.
“นักแสดงเหนื่อย งั้นให้ AI เล่นแทน” คำพูดของกงอวี่ (龚宇) ซีอีโอ iQIYI บนเวทีงาน iQIYI World Conference 2026 กลายเป็นประเด็นร้อนทันที เมื่อ iQIYI ประกาศเดินหน้าลงทุนใน AI อย่างจริงจัง พร้อมเปิดตัวคลังนักแสดง AI “纳逗Pro” (Nadou Pro) และตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตผลงานจากเดิมปีละ 2 เรื่อง เป็นสูงสุดถึง 14 เรื่อง
.
ขณะเดียวกัน ยังมีการเปิดเผยรายชื่อนักแสดงจีนที่บรรลุข้อตกลงความร่วมมือใช้อัตลักษณ์ของตนในการสร้างนักแสดง AI แล้ว 117 คน จนผู้ชมจำนวนไม่น้อยตั้งคำถามถึงความสมจริงของการแสดงจาก AI ตลอดจนความกังวลต่างๆ เช่น การจ้างงานคนในวงการบันเทิง
.
อย่างไรก็ตาม โมเดลนี้ยังไม่ถึงขั้นให้ AI แสดงแทนทั้งหมด แต่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมครีเอเตอร์กับนักแสดง ผู้สร้างได้ทั้งเงินสนับสนุนและส่วนแบ่งรายได้ นักแสดงได้รับค่าตอบแทนจากการให้สิทธิภาพลักษณ์ ขณะที่แพลตฟอร์มก็แบ่งรายได้ ด้วยต้นทุนที่ลดลงอย่างมาก
.
ฝั่งผู้ชมจำนวนไม่น้อยยังยืนยันชัดว่า สิ่งที่อยากเห็นคือมนุษย์จริง ไม่ใช่ภาพจำลองจาก AI สะท้อนความกังวลว่า AI ยังไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกและความเป็นมนุษย์ได้อย่างแท้จริง ชาวเน็ตจำนวนมากชี้ว่า การแสดงที่ดีต้องมีความไม่สมบูรณ์ ความสด และประสบการณ์ชีวิตที่ถูกถ่ายทอดออกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังทำได้ยาก
.
ในเวลาเดียวกันมีนักแสดงจีนบางส่วนที่รีบออกแถลงทันทีว่า ไม่เคยอนุญาตให้ AI ใช้ภาพลักษณ์ของตน ขณะที่อีกหลายคนเลือกชี้แจงผ่านแฟนคลับหรือคอมมูนิตี้แฟนด้อม ท่าทีที่ค่อนข้างก้ำกึ่งนี้สะท้อนบรรยากาศในวงการบันเทิงจีนตอนนี้ว่าการเว้นระยะจาก AI กำลังกลายเป็นจุดยืนพื้นฐานของนักแสดง
.
อย่างไรก็ตาม การไม่เอา AI แทบไม่มีความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ แต่เหตุผลที่หลายคนยังสื่อสารอย่างระมัดระวัง ก็เพราะต้องรักษาสมดุลระหว่างแพลตฟอร์มและแฟนคลับ โดยเฉพาะนักแสดงที่ยังตัองพึ่งพาทรัพยากรจากแพลตฟอร์ม ขณะที่นักแสดงระดับตัวหลักของวงการ ซึ่งมีผลงานและฐานผู้ชมรองรับอยู่แล้วย่อมมีพื้นที่ในการแสดงจุดยืนได้ชัดเจนมากกว่า
.
สำหรับนักแสดงจำนวนมากที่เข้าร่วมใน Nadou Pro โอกาสในการได้งานหรือโปรเจกต์ส่วนใหญ่ยังผูกอยู่กับ iQIYI อย่างใกล้ชิด พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกมากนัก แน่นอนว่าหลายฝ่ายมองว่าโปรเจกต์นี้อาจแก้ปัญหาระยะสั้น แต่เสี่ยงกระทบเส้นทางอาชีพนักแสดงในระยะยาว
.
ในช่วงที่ AI ยังต้องอาศัยมนุษย์เป็นฐานข้อมูล แต่เมื่อพัฒนาไปถึงจุดหนึ่ง การเข้ามาแทนที่แรงงานจำนวนมากก็แทบหลีกเลี่ยงไม่ได้ คำถามจึงไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่คือจะเกิดขึ้นเร็วแค่ไหน และจะหยุดได้หรือเปล่า ในเมื่อยังมีคนพร้อมเลือกเส้นทางนี้อยู่เสมอ อาชีพนักแสดงเองก็ไม่ต่างกัน
.
ดังนั้น ประเด็นอาจไม่ใช่ว่าการอนุญาตให้ AI ใช้ภาพลักษณ์นั้นถูกหรือผิด แต่คือความจริงที่หลายคนต้องเผชิญจากการหาหนทางอยู่รอด ท่ามกลางแรงเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย
.
สำหรับยักษ์ใหญ่อย่าง iQIYI AI คือพลังการผลิตใหม่ที่ต้องเร่งนำมาใช้และสื่อสารให้ผู้ลงทุนเห็นศักยภาพ แต่ในสายตาคนดู การใช้ AI ในงานภาพยนตร์และซีรีส์ยังถูกมองว่าเป็นการลดคุณค่าของมนุษย์
.
ในทางปฏิบัติ เมื่อค่าตัวนักแสดงถูกแทนด้วยค่าลิขสิทธิ์ภาพลักษณ์ ต้นทุนการผลิตลดลงอย่างมาก และสามารถผลิตงานได้เร็วขึ้นพร้อมกันหลายโปรเจกต์ โมเดลนี้จึงกลายเป็นความได้เปรียบด้านต้นทุนที่อุตสาหกรรมยากจะปฏิเสธ และอาจนำไปสู่การแข่งขันที่เปลี่ยนโครงสร้างตลาด ก่อนที่คำถามเรื่องคุณค่าของการแสดงด้วยมนุษย์จะได้ข้อสรุปเสียอีก
.
คำถามคือ นักแสดงรุ่นใหม่จะไปทางไหนดี ซูเปอร์สตาร์คนต่อไปจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อดาราระดับตำนานหลายคนแจ้งเกิดตั้งแต่อายุยังน้อย หาก AI กลายเป็นกระแสหลัก สิ่งที่หายไปอาจไม่ใช่แค่นักแสดงปัจจุบัน แต่คือโอกาสของนักแสดงจำนวนมาก สิ่งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องรายได้ แต่คือโอกาสที่ค่อยๆ หดตัว และพื้นที่เติบโตทถูกบีบให้แคบลง
.
แม้การแสดงของมนุษย์จะไม่หายไป แต่เป็นไปได้ไหมว่ามันอาจกลายเป็นสิ่งที่หายากและเข้าถึงยากขึ้น จนมีสถานะคล้ายของมีมูลค่าสูงทั้งที่รู้ว่าต้องเจอกระแสตีกลับ แต่ทำไม iQIYI ยังเลือกเดินเกมนี้? คำตอบสำคัญอยู่ที่แรงกดดันด้านรายได้ เมื่อปี 2025 รายได้จากสมาชิก โฆษณา และการขายคอนเทนต์ต่างลดลง แม้จะพยายามคุมต้นทุน แต่รายได้กลับหดตัวเร็วกว่า ในสถานการณ์แบบนี้ การผลักดันนักแสดง AI จึงเป็นทั้งการลดต้นทุน และการส่งสัญญาณว่ายังเกาะกระแสเทคโนโลยีอยู่
.
นอกจากนี้ ในวงการบันเทิงเองแทบไม่เห็นการคัดค้าน AI อย่างชัดเจน จริยธรรมยังอยู่เพียงในระดับเสียงวิจารณ์ ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องจำนวนไม่น้อยเลือกเงียบหรือปรับตัว ต่างจากบางอุตสาหกรรมในต่างประเทศที่คนในวงการมีการรวมตัวตั้งเงื่อนไขต่อรองอย่างชัดเจน เช่น การต่อต้านของสหภาพแรงงานในฮอลลีวูด
.
มองกลับมาที่จีน ไม่ใช่แค่วงการภาพยนตร์ แต่แทบทุกอุตสาหกรรม ต่างกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ความกังวลหลายประการก็ถูกพูดซ้ำมานานโดยแทบไม่มีความเปลี่ยนแปลง
.
👉 ล่าสุด iQIYI ออกแถลงผ่าน Weibo เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ชี้แจงว่า Nadou Pro ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มให้ครีเอเตอร์ AIGC เลือกใช้นักแสดงและติดต่อความร่วมมือได้อย่างเป็นระบบ โดยการเข้าร่วมไม่ได้หมายความว่านักแสดงยินยอมให้ใช้ในทุกโปรเจกต์ แต่ยังต้องมีการเจรจาและอนุญาตเป็นรายกรณีเหมือนงานแสดงทั่วไป พร้อมย้ำว่าการผสาน AI กับงานภาพยนตร์ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และในอนาคตจะเดินหน้าพัฒนาต่อ ภายใต้การคำนึงถึงผลประโยชน์ของนักแสดง ครีเอเตอร์และผู้ชมควบคู่กันไป
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#AI #วงการบันเทิงจีน
https://www.facebook.com/share/p/1GYWsKvRfC/