บริษัทญี่ปุ่นจับมือกับยูเครนส่งโดรนสกัดกั้นรุ่น Terra A1 ลงสนามรบกับรัสเซียครั้งแรก เตรียมขยายตลาดไปยังหลายภูมิภาค หลังรัฐบาลปลดล็อคส่งออกอาวุธได้ มอสโกเรียกตัวทูตประท้วง
สื่อญี่ปุ่น The Japan Times รายงานว่า บริษัทโดรนสัญชาติญี่ปุ่นเทอร์รา โดรน (Terra Drone) เปิดเผยว่า โดรนสกัดกั้นรุ่น "Terra A1" ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Amazing Drones พันธมิตรยูเครน ได้เคลื่อนย้ายจากห้องปฏิบัติการเข้าสู่แนวหน้าแล้ว โดยเริ่มเข้าสู่การใช้งานในการรบจริงในยูเครนเพื่อต่อต้าน
โดรนชาเฮด (Shahed)
ทางบริษัทระบุว่ามีแผนที่จะขยายการวางกำลังและเพิ่มกำลังการผลิต Terra A1 จำนวนมาก เมื่อประสิทธิภาพของมันได้รับการพิสูจน์ว่าเพียงพอต่อการต่อต้านโดรนโจมตีราคาประหยัดที่ถูกนำมาใช้ในปริมาณมาก
บริษัทยังระบุด้วยว่ากำลังพิจารณาขยายตลาดไปยัง "ภูมิภาคอื่นๆ ที่เผชิญกับความท้าทายที่คล้ายคลึงกัน" และจะเดินหน้าประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์นี้ในฐานะ "เทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน"
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซียกำลังศึกษาโดรนสกัดกั้นที่ออกแบบโดยยูเครน เพื่อเป็นวิธีที่คุ้มค่าในการตอบโต้การโจมตีจากอิหร่าน โดยระบบของยูเครนมักมีราคาอยู่ที่ประมาณ 1,000 ถึง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นเพียงเศษเสี้ยวของราคาขีปนาวุธแพทริออต (Patriot Advanced Capability-3) ที่มีราคาสูงถึง 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลูก ทำให้รัฐบาลเคียฟสามารถผลิตได้ในปริมาณมากเพื่อทำลายโดรนโจมตีซึ่งมีมูลค่าสูงถึงลำละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ทั้งนี้ Terra A1 มีระยะปฏิบัติการ 32 กิโลเมตร และความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากที่บริษัทได้เข้าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ Amazing Drones ของยูเครน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโดรนสกัดกั้นราคาประหยัดที่ออกแบบมาเพื่อการวางกำลังอย่างรวดเร็ว
การใช้งาน Terra A1 ในสนามรบจริง เกิดขึ้นในช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังขยายการลงทุนในโดรนทางทหารอย่างมากเพื่อปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการสงครามสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป
ด้านนายยูริ ลูโตวินอฟ เอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยกับ The Japan Times เมื่อเดือนที่แล้วว่า รัฐบาลเคียฟพร้อมที่จะแบ่งปันประสบการณ์ทางทหารที่ได้มาอย่างยากลำบาก โดยเสนอทั้งบทเรียนจากแนวหน้าและอาวุธที่ผ่านการทดสอบในสนามรบ ซึ่งอาจเป็นการปรับโฉมความร่วมมือทวิภาคี
รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้ยกเลิกข้อกำหนดที่จำกัดการส่งออกอาวุธของประเทศไว้เพียง
5 ประเภทที่ไม่ใช่เพื่อการสังหาร ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่อาจเป็นการเปิดทางสู่ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกับยูเครนที่กว้างขวางยิ่งขึ้น
โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ชิมลางสงคราม! “ญี่ปุ่น x ยูเครน” ส่งโดรน Terra A1 เข้าสมรภูมิรบกับรัสเซียครั้งแรก
สื่อญี่ปุ่น The Japan Times รายงานว่า บริษัทโดรนสัญชาติญี่ปุ่นเทอร์รา โดรน (Terra Drone) เปิดเผยว่า โดรนสกัดกั้นรุ่น "Terra A1" ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Amazing Drones พันธมิตรยูเครน ได้เคลื่อนย้ายจากห้องปฏิบัติการเข้าสู่แนวหน้าแล้ว โดยเริ่มเข้าสู่การใช้งานในการรบจริงในยูเครนเพื่อต่อต้าน
โดรนชาเฮด (Shahed)
ทางบริษัทระบุว่ามีแผนที่จะขยายการวางกำลังและเพิ่มกำลังการผลิต Terra A1 จำนวนมาก เมื่อประสิทธิภาพของมันได้รับการพิสูจน์ว่าเพียงพอต่อการต่อต้านโดรนโจมตีราคาประหยัดที่ถูกนำมาใช้ในปริมาณมาก
บริษัทยังระบุด้วยว่ากำลังพิจารณาขยายตลาดไปยัง "ภูมิภาคอื่นๆ ที่เผชิญกับความท้าทายที่คล้ายคลึงกัน" และจะเดินหน้าประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์นี้ในฐานะ "เทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน"
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มประเทศในอ่าวเปอร์เซียกำลังศึกษาโดรนสกัดกั้นที่ออกแบบโดยยูเครน เพื่อเป็นวิธีที่คุ้มค่าในการตอบโต้การโจมตีจากอิหร่าน โดยระบบของยูเครนมักมีราคาอยู่ที่ประมาณ 1,000 ถึง 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นเพียงเศษเสี้ยวของราคาขีปนาวุธแพทริออต (Patriot Advanced Capability-3) ที่มีราคาสูงถึง 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลูก ทำให้รัฐบาลเคียฟสามารถผลิตได้ในปริมาณมากเพื่อทำลายโดรนโจมตีซึ่งมีมูลค่าสูงถึงลำละ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ
ทั้งนี้ Terra A1 มีระยะปฏิบัติการ 32 กิโลเมตร และความเร็วสูงสุด 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากที่บริษัทได้เข้าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ Amazing Drones ของยูเครน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโดรนสกัดกั้นราคาประหยัดที่ออกแบบมาเพื่อการวางกำลังอย่างรวดเร็ว
การใช้งาน Terra A1 ในสนามรบจริง เกิดขึ้นในช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังขยายการลงทุนในโดรนทางทหารอย่างมากเพื่อปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบการสงครามสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป
ด้านนายยูริ ลูโตวินอฟ เอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยกับ The Japan Times เมื่อเดือนที่แล้วว่า รัฐบาลเคียฟพร้อมที่จะแบ่งปันประสบการณ์ทางทหารที่ได้มาอย่างยากลำบาก โดยเสนอทั้งบทเรียนจากแนวหน้าและอาวุธที่ผ่านการทดสอบในสนามรบ ซึ่งอาจเป็นการปรับโฉมความร่วมมือทวิภาคี
รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้ยกเลิกข้อกำหนดที่จำกัดการส่งออกอาวุธของประเทศไว้เพียง
5 ประเภทที่ไม่ใช่เพื่อการสังหาร ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่อาจเป็นการเปิดทางสู่ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศกับยูเครนที่กว้างขวางยิ่งขึ้น