"ศิริกัญญา" ทุบแผนกู้ 5 แสนล้าน ซัดรัฐบาล "ปากแข็ง" ปฏิเสธขยายเพดานหนี้ ทั้งที่ตัวเลขฟ้องกู้จริงทะลุ 70%
.

.
เมื่อเวลา 22.42 น. วันที่ 22 เม.ย. 2569 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ "ยังไม่ขยายเพดานหนี้ตอนนี้ แต่พอจะกู้ก็ต้องขยายอยู่ดี" โดยระบุว่า
.
วันนี้ รองนายกฯเอกนิติ ออกมายอมรับเองจากปากแล้วว่าจะออก พ.ร.ก.เงินกู้ หลังจากคนในรัฐบาลสลับกันออกมาพูดกันคนละทิศ คนละทาง แต่ยังปากแข็งเรื่องขยายเพดานหนี้สาธารณะ จาก 70% เป็น 75% ว่า “ยังไม่ขยาย” แต่พอดูตัวเลขแล้วก็ต้องบอกว่าตอนนี้อาจจะยัง… แต่อีกไม่นาน ถ้าจะกู้จริงๆ ก็ต้องขยายเพดานในที่สุด
.
คุณเอกนิติ ยังบอกอีกว่า ถ้ากู้ไม่ถึง 800,000 ล้าน ก็ยังไม่เกิน ซึ่งก็เป็นความจริง (ครึ่งเดียว) ตัวเลขล่าสุดของยอดหนี้สาธารณะ ณ ก.พ. 69 อยู่ที่ 66% ก็จริง แต่รัฐบาลยังมีแผนจะกู้เพื่อชดเชยขาดดุลอีกเกือบ 500,000 ล้าน เพื่อปิดหีบงบปี 69 ในอีก 5 เดือนข้างหน้า หนี้ต่อจีดีพี จะขึ้นไปอยู่ที่ 67% และถ้ากู้เพิ่มอีก 500,000 ล้านผ่านการออก พ.ร.ก. ก็จะทำให้หนี้สาธารณะขึ้นไปเกิน 70%ของจีดีพี ทันที
.
เท่ากับว่าก่อนที่ครม. จะมีมติ คุณเอกนิติ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังแห่งรัฐ ต้องออกประกาศขยายเพดานหนี้สาธารณะของประเทศนี้อีกครั้ง ก็ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธไปทำไม
.
ราคาที่ต้องจ่ายของการก่อหนี้เพิ่มอีก 500,000 ล้าน
.
แม้จะเข้าใจสถานการณ์การคลังตอนนี้แค่ไหน ก็ยังอดห่วงกับการกู้ครั้งนี้ไม่ได้ เพราะเดิมพันนั้นสูงมาก หากล้มเหลวที่จะกอบกู้เศรษฐกิจเหมือนตอนโควิดอีกครั้ง เราอาจจะต้องอยู่กับภาวะหนี้สูง-โตต่ำไปอีกนาน
.
ตัวยอดหนี้เทียบกับจีดีพีอาจจะไม่ได้บอกอะไรเรามากนัก 70% อาจจะยังไม่ได้สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่การกู้มีราคาที่ต้องจ่ายนั่นก็คือ ดอกเบี้ย และดอกเบี้ยนี่เองที่จะมีผลโดยตรงต่องบประมาณ และเศรษฐกิจ แถมยังเป็นตัวชี้วัดอย่างดีว่า “หนี้สาธารณะของประเทศนี้มีปัญหาหรือยัง?”
.
ลำพังการออกงบประมาณในแต่ละปี ๆ ตามปกติ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้เจ้าหนี้ก็สูงขึ้นมากมาโดยตลอด ปี 69 อยู่ที่ 270,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับรายได้จัดเก็บได้แล้วอยู่ราวๆ 9% และกำลังจะเพิ่มอย่างก้าวกระโดดเป็น 12% ในปีงบ 70 (ตามแผนการคลังระยะปานกลาง 70-73) ในขณะที่หนึ่งในเกณฑ์สำหรับการเป็นพันธบัตรระดับ investment grade บอกว่าสัดส่วนดอกเบี้ยต่อรายได้ไม่ควรเกิน 10%
.
ถ้ากู้เพิ่ม 500,000 ล้าน จะมีดอกต้องจ่ายเพิ่มอีกราว 10,000 ล้านบาท ในงบปีหน้า รัฐบาลต้องเตรียมงบชำระหนี้ ทังต้นทั้งดอกรวม 520,000 ล้านบาทแล้ว จากงบ 3.78 ล้านล้านบาท เหลือใช้ได้จริงๆไม่ถึง 3.3 ล้านล้าน และเงินชำระหนี้นี้จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึง 640,000 ล้านในปี 73 ยิ่งกัดกินงบประมาณให้เหลือน้อยลงไปเรื่อยๆ
.
เราจึงต้องมั่นใจว่ากู้แล้วต้องทำให้เศรษฐกิจฟื้นได้จริงๆ ทั้งทำให้เศรษฐกิจกลับมาโตเต็มศักยภาพ และขยายศักยภาพเศรษฐกิจไทยให้โตได้ดีกว่าเดิมด้วย เพราะจะเป็นทางเดียวที่จะทำให้ดอกเบี้ยจะไม่มาฉุดรั้งงบประมาณแผ่นดิน เนื่องจากจะจัดเก็บรายได้ได้เพิ่มอัตโนมัติจากเศรษฐกิจขยายตัว และเมื่อเศรษฐกิจดี ท่านรองนายก “อาจจะ” เก็บภาษีตัวใหม่ๆ ได้ด้วย
.
โครงการปฏิกิริยา (reactive) vs. โครงการสร้างอนาคต (visionary)
.
โครงการเยียวยาประคับประคองเฉพาะหน้าจะเลือกแจกให้ตรงจุดตรงเป้าอย่างไร ขึ้นอยู่กับการออกแบบ แต่ขอย้ำอีกครั้งว่า ถ้าจะแจกแบบสุ่มอย่างคนละครึ่งก็อาจจะไม่ได้ตรงเป้ามากนัก
.
แต่โครงการฟื้นฟูที่อยากเห็น ต้องไปไกลกว่าการ “react” ต่อเหตุการณ์วิกฤตพลังงาน แต่ต้อง “มองไกล” ต่อยอดให้เห็นอนาคต และปรับโครงสร้างเศรษฐกิจได้จริง
.
แทนที่จะเอาเงินไปอุดหนุนโซลาร์ฟาร์ม เราอยากเห็นรัฐบาลเอาเงินไปลงทุนพัฒนาสายส่งให้เป็น smart grid เพื่อรองรับการเปิดเสรีซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดจากภาคประชาชน และเอกชน
.
แทนที่จะเอาเงินไปอุดหนุน “รถเก่าแลกรถใหม่” เราอยากเห็นรัฐบาลอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขเพื่อสร้างอุตสาหกรรมรถยนต์สมัยใหม่ให้เกิดขึ้นได้จริง โดยเงื่อนไขสำคัญคือมูลค่าเพิ่มส่วนใหญ่ต้องเกิดขึ้นในประเทศ ไม่ใช่แค่การนำเข้าทุกอย่างมาประกอบ ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ผู้ประกอบการในประเทศจริง ไม่ใช่แค่มาเปิดหลักสูตรสอนในมหาวิทยาลัย
.
นี่อาจจะเป็น “การกู้นอกงบประมาณครั้งสุดท้าย” ที่เราจะสามารถทำได้ก่อนที่การคลังประเทศจะไม่เปิดโอกาสแบบนี้อีก ได้โปรดใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างคุ้มค่าที่สุด
.
https://www.facebook.com/SirikanyaOfficial/posts/pfbid093ePsVnszmXhAkjXwW4JGhz4eqktBr5MmBj2HY41XyAxRhtssEwcQUM9dCte3bjbl
.
.
พริษฐ์ แฉ วันนอร์ ทิ้งทวน 1 วันก่อนยุบสภา ตีตก 2 คำร้องป.ป.ช. ปมนาฬิกาบิ๊กป้อม-คลิปหลุดตัวเอง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5688263
.
พริษฐ์ เปิดข้อมูลใหม่ เหตุต้องแก้ม.236 ตัดดุลพินิจปธ.สภา ปิดช่องรัฐบาลใช้เป็นเครื่องมือฮั้วป.ป.ช. หลัง วันนอร์ ปัดตก ข้อร้องเรียนปชน. ต่อป.ป.ช. เคสนาฬิกาลุงป้อม-คลิปหลุดวันนอร์กับป.ป.ช.
.
เมื่อวันที่ 23 เมษายน นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 22 เม.ย.69 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับข้อมูลเกี่ยวกับข้อร้องเรียนของ ส.ส. พรรคประชาชน ต่อ กรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูก ประธานรัฐสภาวันนอร์ ปัดตกก่อนยุบสภา 1 วัน
.
โดยระบุว่า
.
“ข้อมูลใหม่ : 1 วันก่อนยุบสภา ประธานรัฐสภาวันนอร์ ได้ปัดตกข้อร้องเรียนของ ส.ส.พรรคประชาชน ต่อ กรรมการ ป.ป.ช. กรณีคดีนาฬิกาประวิตร & คลิปหลุดระหว่างประธานวันนอร์ กับ กรรมการ ป.ป.ช. เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าทำไมเราควร แก้มาตรา 236 เพื่อตัดดุลพินิจประธานรัฐสภา และทำให้กลไกตรวจสอบ ป.ป.ช. มีประสิทธิภาพ
.
วันนี้มีรายงานข่าวว่าทาง ป.ป.ช. จะแถลงพรุ่งนี้ (23 เม.ย.69) ถึงสาเหตุที่ ป.ป.ช. ได้มีมติยกคำร้องคดีของคุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ ในข้อกล่าวหาเรื่องซุกหุ้น-ถือหุ้นแทน (นอมินี) และการแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ
.
แน่นอนว่าคำถามสำคัญที่ตามมา คือหากคำแถลงดังกล่าวยังมีข้อพิรุธที่ทำให้เรามีความเห็นว่า ป.ป.ช. ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เราจะตรวจสอบ ป.ป.ช. อย่างไรได้บ้าง?
.
ตามกฎหมายปัจจุบัน สิ่งที่สมาชิกรัฐสภา (1 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภา) หรือ ประชาชน 20,000 รายชื่อทำได้ คือการใช้กลไกตามมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อเข้าชื่อร้องขอให้ประธานสภาพิจารณาส่งเรื่องดังกล่าวต่อไปให้ประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะไต่สวนอิสระขึ้นมาตรวจสอบ ป.ป.ช. ตามข้อกล่าวหา-ในส่วนนี้ ทางพรรคประชาชนเราเตรียมตรวจสอบคำแถลงเพื่อพิจารณาเข้าชื่อตามกลไกดังกล่าว โดยเราหวังจะได้รับความร่วมมือจากพรรคการเมืองอื่นโดยเฉพาะพรรคร่วมฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา เพื่อรวบรวมรายชื่อได้ครบ 1 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภาตามเกณฑ์ (ประมาณ 140 คน)
.
อย่างไรก็ตาม ผมได้เคยแสดงความเห็นไว้ก่อนหน้านี้ (คลิก) ว่ามาตรา 236 ยังมีช่องโหว่ที่ทำให้รัฐบาล และ ป.ป.ช. ฮั้วกันได้โดยใช้ประธานสภาเป็นเครื่องมือ เพราะหากสภาหรือประชาชนเข้าชื่อเพื่อร้องเรียน ป.ป.ช. ที่ละเว้นการทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาล สิ่งที่รัฐบาลทำได้คือการสั่งการหรือกดดันให้ประธานรัฐสภา (ซึ่งมักเป็น ส.ส. รัฐบาล) ใช้อำนาจปัดตกข้อร้องเรียนดังกล่าวเพื่อให้ไปไม่ถึงศาล
.
ข้อกังวลที่ว่านี้ ว่าประธานสภาจะใช้อำนาจปัดตกข้อร้องเรียนของสมาชิกรัฐสภาต่อ ป.ป.ช. ไม่ใช่ข้อกังวลที่เป็นเรื่องสมมุติ – บ่ายวันนี้ ทางผมและพรรคประชาชนได้ค้นพบ ว่าสิ่งนี้เพิ่งได้เกิดขึ้นไปเมื่อตอนสิ้นปีที่ผ่านมา
.
หากจำกันได้ ในสภาชุดที่แล้ว ทาง ส.ส.พรรคประชาชนเราได้เคยใช้สิทธิตาม มาตรา 236 เพื่อเข้าชื่อให้มีการตั้งคณะไต่สวนกรรมการ ป.ป.ช. โดยมีข้อกล่าวหาหลักๆ เรื่อง
.
– (1) การยุติการสืบหาข้อเท็จจริงและการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครอง ในคดีที่เกี่ยวกับนาฬิกาและทรัพย์สินของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
.
– (2) การมีคลิปหลุดกรณีที่มี กรรมการ ป.ป.ช. เข้าพบประธานรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา ในทางส่วนตัว ซึ่งเป็นการพบกันในห้วงเวลาที่ยังมีเรื่องร้องเรียนต่อกรรมการ ป.ป.ช. คนดังกล่าว ค้างอยู่ที่การพิจารณาของประธานรัฐสภา ว่าจะส่งเรื่องต่อไปที่ศาลฎีกาหรือไม่
.
ผลปรากฏว่า หลังจากที่เรายื่นเรื่องไปเมื่อ 27 ก.พ.2568 ทางเรายังไม่ได้รับทราบมาก่อนวันนี้ ว่าทางประธานรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา (ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ปรากฏในคลิปหลักฐานที่เราใช้ในข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช.) ตัดสินใจหรือยัง ว่าจะส่งเรื่องต่อไปที่ประธานศาลฎีกาหรือไม่
.
จนล่าสุดวันนี้ หลังจากสอบถามเพื่อตรวจทานว่าคำร้องดังกล่าวถึงขั้นตอนใดในกระบวนการ เราจึงได้ค้นพบว่าในวันที่ 11 ธันวาคม (1 วันก่อนการยุบสภา และ 9-10 เดือนหลังจากเรายื่นคำร้อง) ทางประธานรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา (ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ปรากฏในคลิปหลักฐานที่เราใช้ในข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช.) ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 236 เพื่อ “ปัดตก” ข้อร้องเรียนของเราต่อกรรมการ ป.ป.ช. ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทำให้เรื่องดังกล่าวไปไม่ถึงศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะไต่สวนอิสระ (ตามหนังสือที่แนบในภาพ)
.
แน่นอนว่าเราคงสรุปไม่ได้ชัดๆ ว่า เหตุผลที่ประธานรัฐสภาวันมูหะมัดนอร์ มะทา ปัดตกข้อร้องเรียนดังกล่าว เกี่ยวข้องหรือไม่กับการที่ตนเองปรากฏอยู่ในคลิปหลุดร่วมกับกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งถูกใช้เป็นหนึ่งในหลักฐานในข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. ครั้งนี้ แต่เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็น ว่าหากวันใดวันหนึ่งที่ รัฐบาลและ/หรือประธานรัฐสภา ฮั้วกันกับ ป.ป.ช. กลไกของสมาชิกรัฐสภาและประชาชนในการตรวจสอบ ป.ป.ช. ตามมาตรา 236 จะไร้ประสิทธิภาพทันที
.
ตรงนี้จึงเป็นเหตุผลที่ผมและพรรคประชาชนเห็นควรให้มีการแก้ไข มาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันการฮั้วกันระหว่างรัฐบาลกับ ป.ป.ช. โดยการตัดอำนาจ-ดุลพินิจประธานรัฐสภาในการ “ปัดตก” ข้อร้องเรียนของสมาชิกรัฐสภาหรือประชาชนต่อ ป.ป.ช. ให้ไปไม่ถึงศาล
.
ในประเด็นดังกล่าว พรรคได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้ว โดยตอนนี้อยู่ระหว่างการรอประธานรัฐสภานัดประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาวาระดังกล่าว-หวังว่าร่างดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส. ในพรรคการเมืองอื่นและสมาชิกวุฒิสภา เพื่อทำให้กลไกในการตรวจสอบ ป.ป.ช. มีประสิทธิภาพมากที่สุด.
.
https://www.facebook.com/photo?fbid=1514523313375782&set=a.477705887057535
JJNY : "ศิริกัญญา"ทุบแผนกู้ 5 แสนล.│พริษฐ์แฉวันนอร์ ตีตก 2 คำร้อง│ทสท.ชี้ขยายเพดานหนี้ไม่ใช่คำตอบ│อินโดฯ จ่อเก็บค่าผ่าน
.
.
.
เท่ากับว่าก่อนที่ครม. จะมีมติ คุณเอกนิติ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังแห่งรัฐ ต้องออกประกาศขยายเพดานหนี้สาธารณะของประเทศนี้อีกครั้ง ก็ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธไปทำไม
.
ราคาที่ต้องจ่ายของการก่อหนี้เพิ่มอีก 500,000 ล้าน
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
https://www.facebook.com/SirikanyaOfficial/posts/pfbid093ePsVnszmXhAkjXwW4JGhz4eqktBr5MmBj2HY41XyAxRhtssEwcQUM9dCte3bjbl
.
.
พริษฐ์ แฉ วันนอร์ ทิ้งทวน 1 วันก่อนยุบสภา ตีตก 2 คำร้องป.ป.ช. ปมนาฬิกาบิ๊กป้อม-คลิปหลุดตัวเอง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5688263
.
พริษฐ์ เปิดข้อมูลใหม่ เหตุต้องแก้ม.236 ตัดดุลพินิจปธ.สภา ปิดช่องรัฐบาลใช้เป็นเครื่องมือฮั้วป.ป.ช. หลัง วันนอร์ ปัดตก ข้อร้องเรียนปชน. ต่อป.ป.ช. เคสนาฬิกาลุงป้อม-คลิปหลุดวันนอร์กับป.ป.ช.
.
เมื่อวันที่ 23 เมษายน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 22 เม.ย.69 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับข้อมูลเกี่ยวกับข้อร้องเรียนของ ส.ส. พรรคประชาชน ต่อ กรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูก ประธานรัฐสภาวันนอร์ ปัดตกก่อนยุบสภา 1 วัน
.
โดยระบุว่า
.
“ข้อมูลใหม่ : 1 วันก่อนยุบสภา ประธานรัฐสภาวันนอร์ ได้ปัดตกข้อร้องเรียนของ ส.ส.พรรคประชาชน ต่อ กรรมการ ป.ป.ช. กรณีคดีนาฬิกาประวิตร & คลิปหลุดระหว่างประธานวันนอร์ กับ กรรมการ ป.ป.ช. เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าทำไมเราควร แก้มาตรา 236 เพื่อตัดดุลพินิจประธานรัฐสภา และทำให้กลไกตรวจสอบ ป.ป.ช. มีประสิทธิภาพ
.
วันนี้มีรายงานข่าวว่าทาง ป.ป.ช. จะแถลงพรุ่งนี้ (23 เม.ย.69) ถึงสาเหตุที่ ป.ป.ช. ได้มีมติยกคำร้องคดีของคุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ ในข้อกล่าวหาเรื่องซุกหุ้น-ถือหุ้นแทน (นอมินี) และการแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ
.
แน่นอนว่าคำถามสำคัญที่ตามมา คือหากคำแถลงดังกล่าวยังมีข้อพิรุธที่ทำให้เรามีความเห็นว่า ป.ป.ช. ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เราจะตรวจสอบ ป.ป.ช. อย่างไรได้บ้าง?
.
ตามกฎหมายปัจจุบัน สิ่งที่สมาชิกรัฐสภา (1 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภา) หรือ ประชาชน 20,000 รายชื่อทำได้ คือการใช้กลไกตามมาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อเข้าชื่อร้องขอให้ประธานสภาพิจารณาส่งเรื่องดังกล่าวต่อไปให้ประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะไต่สวนอิสระขึ้นมาตรวจสอบ ป.ป.ช. ตามข้อกล่าวหา-ในส่วนนี้ ทางพรรคประชาชนเราเตรียมตรวจสอบคำแถลงเพื่อพิจารณาเข้าชื่อตามกลไกดังกล่าว โดยเราหวังจะได้รับความร่วมมือจากพรรคการเมืองอื่นโดยเฉพาะพรรคร่วมฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภา เพื่อรวบรวมรายชื่อได้ครบ 1 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภาตามเกณฑ์ (ประมาณ 140 คน)
.
อย่างไรก็ตาม ผมได้เคยแสดงความเห็นไว้ก่อนหน้านี้ (คลิก) ว่ามาตรา 236 ยังมีช่องโหว่ที่ทำให้รัฐบาล และ ป.ป.ช. ฮั้วกันได้โดยใช้ประธานสภาเป็นเครื่องมือ เพราะหากสภาหรือประชาชนเข้าชื่อเพื่อร้องเรียน ป.ป.ช. ที่ละเว้นการทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาล สิ่งที่รัฐบาลทำได้คือการสั่งการหรือกดดันให้ประธานรัฐสภา (ซึ่งมักเป็น ส.ส. รัฐบาล) ใช้อำนาจปัดตกข้อร้องเรียนดังกล่าวเพื่อให้ไปไม่ถึงศาล
.
ข้อกังวลที่ว่านี้ ว่าประธานสภาจะใช้อำนาจปัดตกข้อร้องเรียนของสมาชิกรัฐสภาต่อ ป.ป.ช. ไม่ใช่ข้อกังวลที่เป็นเรื่องสมมุติ – บ่ายวันนี้ ทางผมและพรรคประชาชนได้ค้นพบ ว่าสิ่งนี้เพิ่งได้เกิดขึ้นไปเมื่อตอนสิ้นปีที่ผ่านมา
.
หากจำกันได้ ในสภาชุดที่แล้ว ทาง ส.ส.พรรคประชาชนเราได้เคยใช้สิทธิตาม มาตรา 236 เพื่อเข้าชื่อให้มีการตั้งคณะไต่สวนกรรมการ ป.ป.ช. โดยมีข้อกล่าวหาหลักๆ เรื่อง
.
– (1) การยุติการสืบหาข้อเท็จจริงและการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครอง ในคดีที่เกี่ยวกับนาฬิกาและทรัพย์สินของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
.
– (2) การมีคลิปหลุดกรณีที่มี กรรมการ ป.ป.ช. เข้าพบประธานรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา ในทางส่วนตัว ซึ่งเป็นการพบกันในห้วงเวลาที่ยังมีเรื่องร้องเรียนต่อกรรมการ ป.ป.ช. คนดังกล่าว ค้างอยู่ที่การพิจารณาของประธานรัฐสภา ว่าจะส่งเรื่องต่อไปที่ศาลฎีกาหรือไม่
.
ผลปรากฏว่า หลังจากที่เรายื่นเรื่องไปเมื่อ 27 ก.พ.2568 ทางเรายังไม่ได้รับทราบมาก่อนวันนี้ ว่าทางประธานรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา (ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ปรากฏในคลิปหลักฐานที่เราใช้ในข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช.) ตัดสินใจหรือยัง ว่าจะส่งเรื่องต่อไปที่ประธานศาลฎีกาหรือไม่
.
จนล่าสุดวันนี้ หลังจากสอบถามเพื่อตรวจทานว่าคำร้องดังกล่าวถึงขั้นตอนใดในกระบวนการ เราจึงได้ค้นพบว่าในวันที่ 11 ธันวาคม (1 วันก่อนการยุบสภา และ 9-10 เดือนหลังจากเรายื่นคำร้อง) ทางประธานรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ มะทา (ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ปรากฏในคลิปหลักฐานที่เราใช้ในข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช.) ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 236 เพื่อ “ปัดตก” ข้อร้องเรียนของเราต่อกรรมการ ป.ป.ช. ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทำให้เรื่องดังกล่าวไปไม่ถึงศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะไต่สวนอิสระ (ตามหนังสือที่แนบในภาพ)
.
แน่นอนว่าเราคงสรุปไม่ได้ชัดๆ ว่า เหตุผลที่ประธานรัฐสภาวันมูหะมัดนอร์ มะทา ปัดตกข้อร้องเรียนดังกล่าว เกี่ยวข้องหรือไม่กับการที่ตนเองปรากฏอยู่ในคลิปหลุดร่วมกับกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งถูกใช้เป็นหนึ่งในหลักฐานในข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. ครั้งนี้ แต่เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็น ว่าหากวันใดวันหนึ่งที่ รัฐบาลและ/หรือประธานรัฐสภา ฮั้วกันกับ ป.ป.ช. กลไกของสมาชิกรัฐสภาและประชาชนในการตรวจสอบ ป.ป.ช. ตามมาตรา 236 จะไร้ประสิทธิภาพทันที
.
ตรงนี้จึงเป็นเหตุผลที่ผมและพรรคประชาชนเห็นควรให้มีการแก้ไข มาตรา 236 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันการฮั้วกันระหว่างรัฐบาลกับ ป.ป.ช. โดยการตัดอำนาจ-ดุลพินิจประธานรัฐสภาในการ “ปัดตก” ข้อร้องเรียนของสมาชิกรัฐสภาหรือประชาชนต่อ ป.ป.ช. ให้ไปไม่ถึงศาล
.
ในประเด็นดังกล่าว พรรคได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้ว โดยตอนนี้อยู่ระหว่างการรอประธานรัฐสภานัดประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาวาระดังกล่าว-หวังว่าร่างดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส. ในพรรคการเมืองอื่นและสมาชิกวุฒิสภา เพื่อทำให้กลไกในการตรวจสอบ ป.ป.ช. มีประสิทธิภาพมากที่สุด.
.
https://www.facebook.com/photo?fbid=1514523313375782&set=a.477705887057535