ความเชื่อเกี่ยวกับตัวตนของเรา

กระทู้สนทนา
สืบเนื่องจากมีคนตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับการเตียมการหลังจากที่เราตาย ว่าเรามีการเตรียมการอะไรบ้าง
จึงอยากชวนเพื่อนๆมาพูดคุยกัน หรือแนะนำความรู้เพื่อเติม เพื่อแก้ไขความหลงผิดในทางพุทธให้กับผมก็ได้ครับ

ถ้าเป็นแผนสำหรับคนที่ยังอยู่ข้างหลัง เช่น พ่อแม่ พี่น้อง สามีภรรยา อย่างนั้นก็คงจะเป็นการเตรียม
มอบทรัพย์สินที่เรามีเหลือให้ และถ้าสามารถทราบได้ว่ายังเหลือเวลาเท่าไรก็คงจะช่วยเตรียม
ความพร้อมทางจิดใจของคนที่เราให้ความสำคัญเหล่านั้น ในวันที่เราไม่อยู่แล้ว
แต่สำหรับตัวเราเองนั้น ผมไม่วางแผนอะไรหลังความตายทั้งนั้น เพราะเชื่อว่านั่นไม่ใช่ตัวเราอีกต่อไป
เนื่องจากผมไม่มีความเชื่อในเรื่องการต้องมีผู้สร้าง แต่จะบอกว่าเชื่อพุทธก็ไม่ทั้งหมดเช่นกัน

ผมเชื่อว่าความคนหรือตัวตนของเราคือ Information เช่น หากเอาความรู้และอุปนิสัย ของคนหนึ่งย้ายไปยังอีกคนหนึ่งได้
เช่น A ย้ายไป B คำถาม คือ A จะกลายเป็น B และ B จะกลายเป็น A ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็แสดงว่า การที่เรายังคงเป็นตัวเรา
เราก็คือ Information ที่บันทึกอยู่ในสมองในร่างกาย

ตามความเชื่อพุทธเมื่อเราตายไปก็จะไปเกิดใหม่ในภพภูมิต่างๆตามแต่จิตของเราในขณะที่ตาย แต่การที่เราไปเกิดใหม่
Information ทั้งหมดของเรา ทั้งความทรงจำทั้งอุปนิสัยก็ไม่ได้ตามไปด้วย อาจจะมีเพียงเศษเสี้ยวของ Information
หรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้ ถึงแม้ว่ากรรมนั้นจะไปส่งผลต่อสภาพแวดล้อมหรือร่างกายที่เกิดใหม่ แต่สำหรับผมคนๆนั้น
ก็ไม่ใช่ A อีกต่อไป ส่วนกรณีการระลึกชาตินั้น ไม่ได้มองว่าเป็นการจดจำ Information เดิมได้ แต่เป็นการไปเห็นอดีต
ดังนั้นมันจึงเป็นข้อมูลใหม่ เป็นความทรงจำใหม่ที่ไปเห็นอดีตเท่านั้น

เรื่อง Information Loss ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สามารถยกตัวอย่างได้ เช่น อาการความจำเสื่อม อาจแบ่งเป็น 2 กรณี
เสื่อมถาวร คือ Information ในส่วนนั้นที่ถูกบันทึกไว้เสียหายไปเลย กับ เสื่อมชั่วคราว คือ ไม่สามารถเข้าถึง Access
ข้อมูลส่วนนั้นได้ชั่วคราวแต่ข้อมูลยังอยู่ ก็จะเห็นได้ว่าในทั้ง 2 กรณี หาก A มีอาการความจำเสื่อม คำถามคือ
เค้ายังเป็น A อยู่หรือไม่ หากพิจารณาในเรื่องของร่ายกาย เนื่องจากเรายังไม่มีความสามารถในการย้าย Information
ในมุมมองหนึ่งเค้าก็ยังเป็น A อยู่ดีแต่เป็น A ที่ศูนย์เสียตัวตนไป หรือ อาจมองได้ว่ากลายเป็น A คนใหม่ ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับอะไร
จึงขึ้นอยู่กับปริมาณ Information ที่ศูนย์เสียไป ในทางพุทธทุกอย่างวิ่งไปสู่ความเสื่อมอยู่แล้ว เราจึงไม่สามารถจดจำได้ทุกอย่าง
แต่ถ้าเราศูนย์เสีย Information ที่สำคัญมากจนเกินไป มันก็ไม่ต่างจากการที่เราคนเดิมได้ตายไปแล้ว ดังที่เห็นได้ในหนังหลายเรื่อง
โดยเฉพาะกรณีที่เป็นความจำเสื่อมถาวร ส่วนความจำเสื่อมชั่วคราวนั้นอาจจะยังมีโอกาสที่จะกลับไป Access ความจำหรือ
บุคลิกภาพเดิมได้ อาจจะมองว่าเป็นการตายแล้วฟื้นหรือหายสาบศูนย์ไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง

ถ้ามองว่าการไปเกิดใหม่ก็เป็นคนอื่นไปแล้ว อย่างนั้นความเลวหรือผลของการกระทำจะเป็นอย่างไรหละ
การคิดแบบนี้อาจจะไม่ดีในมุมของการสั่งสอนให้คนเป็นคนดีหรือเปล่า บางคนอาจจะมีคำถามในลักษณะนี้
สำหรับผมแล้วการสอนให้เป็นคนดีทำสิ่งดี อย่างไรก็ส่งผลกับคุณในชีวิตนี้เลย ความเลวก็เช่นกัน
ทำสิ่งใดก็จะต้องได้รับผลของการกระทำนั้นแน่นอนเป็นสัจธรรม เพียงแต่ผมไม่ได้คิดว่าเราจะใช้ความรู้สึก
มาตัดสินได้ว่าผลจากการกระทำเลวที่เราได้รับกลับมาในชาตินี้ มันจะต้องเท่าเทียมกับสิ่งที่เราได้ทำไป
แปลว่าเราได้รับผลแน่นอน แต่บอกไม่ได้ด้วยความรู้สึกว่ามากหรือน้อย เท่าเทียมตามสมควรแล้วหรือไม่
บางคนอาจจะได้รับผลกระทบเบาแต่นาน บางคนอาจจะรับผลกระทบหนักในคราวเดียว ดังนั้น การทำความดีก็ยัง
เป็นคำสอนที่ใช้ได้สำหรับผม เพราะมันส่งผลโดยตรงในชาตินี้ เพียงแต่จะส่งผลไปยังชาติหน้าหรือไม่
จะไปทำให้คนที่เกิดใหม่เป็นอย่างไรนั้น มันไม่สำคัญในความเชื่อของผม เพราะคนๆนั้นที่ไปเกิดใหม่
ไม่ว่าจะไปเกิดเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นเทวดา เป็นเปรต หรืออะไรก็แล้วแต่ นั่นก็ไม่ใช่ A อีกต่อไปแล้ว
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่