📣สภากาชาดไทยเตือนให้ประชาชนระวังการแพร่เชื้อไวรัส EBV (Epstein-Barr Virus) ซึ่งแพร่กระจายผ่าน "น้ำลาย" ได้ง่ายมาก
• กลุ่มเสี่ยง: วัยรุ่นและวัยทำงาน (สายโรแมนติก) รวมถึงเด็กเล็กที่ผู้ใหญ่มักไปหอมแก้มหรือจูบด้วยความเอ็นดู
📌แค่น้ำลายเพียงหยดเดียว หรือการใช้หลอด/ช้อนร่วมกัน ก็ติดได้ และที่น่ากลัวคือ "คนที่หายแล้วยังแพร่เชื้อได้" เพราะไวรัสจะหลบซ่อนอยู่ในร่างกายแม้ไม่มีอาการ
📌รู้จักโรค "โมโนนิวคลิโอซิส" (Infectious Mononucleosis)
เชื้อต้นเหตุ: ไวรัสเอปสไตน์-บาร์ (Epstein-Barr virus หรือ EBV)
🩺อาการหลัก (มักคล้ายไข้หวัดใหญ่แต่หนักกว่า):
1. ไข้สูง: มักมีไข้ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์
2. เจ็บคออย่างรุนแรง: คออักเสบ ต่อมทอนซิลบวมแดง (บางครั้งมีแผ่นฝ้าสีขาว)
3. ต่อมน้ำเหลืองโต: โดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ หรือขาหนีบ
4. อ่อนเพลียอย่างหนัก: เป็นอาการเด่นที่อาจลากยาวเป็นเดือนแม้ไข้จะหายแล้ว
5. อาการอื่นๆ: ปวดหัว, ผื่นตามตัว, หรือในบางรายอาจมีอาการตับ/ม้ามโต
🧬ระยะฟักตัว: นานถึง 4-6 สัปดาห์ (แปลว่าหลังรับเชื้อไปเป็นเดือนกว่าจะเริ่มป่วย)
🩺การรักษาและความอันตราย
• ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ: เนื่องจากเป็นไวรัส ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) จึงใช้ไม่ได้ผล
• การรักษาตามอาการ: เน้นการพักผ่อน ดื่มน้ำมากๆ และกินยาลดไข้
• ข้อควรระวังพิเศษ: หากมีอาการ "ม้ามโต" ต้องระวังการกระทบกระแทกหรือเล่นกีฬาปะทะ เพราะอาจทำให้ม้ามแตกซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้
✅วิธีป้องกัน
• เลี่ยงการใช้ของร่วมกัน: ไม่ใช้หลอด ช้อน หรือแก้วน้ำร่วมกับผู้อื่น
• สุขอนามัยในการจูบ: หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำลายกับผู้ที่มีอาการป่วยหรือเพิ่งหายป่วยใหม่ๆ
• สำหรับเด็กเล็ก: เลี่ยงการให้คนแปลกหน้าหรือคนหมู่มากมาหอมแก้มหรือจูบปากเด็ก
❌สรุปสั้นๆ คือ "จูบนี้ไม่หวานอย่างที่คิด" หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเชื้ออยู่ แม้จะดูแข็งแรงดีก็ตาม
CR IG : Thaiger
สภากาชาดไทย เตือน❗️ระวังติดโรค "โมโนนิวคลิโอซิส“
• กลุ่มเสี่ยง: วัยรุ่นและวัยทำงาน (สายโรแมนติก) รวมถึงเด็กเล็กที่ผู้ใหญ่มักไปหอมแก้มหรือจูบด้วยความเอ็นดู
📌แค่น้ำลายเพียงหยดเดียว หรือการใช้หลอด/ช้อนร่วมกัน ก็ติดได้ และที่น่ากลัวคือ "คนที่หายแล้วยังแพร่เชื้อได้" เพราะไวรัสจะหลบซ่อนอยู่ในร่างกายแม้ไม่มีอาการ
📌รู้จักโรค "โมโนนิวคลิโอซิส" (Infectious Mononucleosis)
เชื้อต้นเหตุ: ไวรัสเอปสไตน์-บาร์ (Epstein-Barr virus หรือ EBV)
🩺อาการหลัก (มักคล้ายไข้หวัดใหญ่แต่หนักกว่า):
1. ไข้สูง: มักมีไข้ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์
2. เจ็บคออย่างรุนแรง: คออักเสบ ต่อมทอนซิลบวมแดง (บางครั้งมีแผ่นฝ้าสีขาว)
3. ต่อมน้ำเหลืองโต: โดยเฉพาะบริเวณคอ รักแร้ หรือขาหนีบ
4. อ่อนเพลียอย่างหนัก: เป็นอาการเด่นที่อาจลากยาวเป็นเดือนแม้ไข้จะหายแล้ว
5. อาการอื่นๆ: ปวดหัว, ผื่นตามตัว, หรือในบางรายอาจมีอาการตับ/ม้ามโต
🧬ระยะฟักตัว: นานถึง 4-6 สัปดาห์ (แปลว่าหลังรับเชื้อไปเป็นเดือนกว่าจะเริ่มป่วย)
🩺การรักษาและความอันตราย
• ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ: เนื่องจากเป็นไวรัส ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) จึงใช้ไม่ได้ผล
• การรักษาตามอาการ: เน้นการพักผ่อน ดื่มน้ำมากๆ และกินยาลดไข้
• ข้อควรระวังพิเศษ: หากมีอาการ "ม้ามโต" ต้องระวังการกระทบกระแทกหรือเล่นกีฬาปะทะ เพราะอาจทำให้ม้ามแตกซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้
✅วิธีป้องกัน
• เลี่ยงการใช้ของร่วมกัน: ไม่ใช้หลอด ช้อน หรือแก้วน้ำร่วมกับผู้อื่น
• สุขอนามัยในการจูบ: หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำลายกับผู้ที่มีอาการป่วยหรือเพิ่งหายป่วยใหม่ๆ
• สำหรับเด็กเล็ก: เลี่ยงการให้คนแปลกหน้าหรือคนหมู่มากมาหอมแก้มหรือจูบปากเด็ก
❌สรุปสั้นๆ คือ "จูบนี้ไม่หวานอย่างที่คิด" หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเชื้ออยู่ แม้จะดูแข็งแรงดีก็ตาม
CR IG : Thaiger