สตีฟ จอบส์ คือแอปเปิล เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 🍎 เดวิด กิลล์ 🍎
#ขออนุญาตadminครับ
22 เมษายน 2013 (วันสำคัญของ) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 13 และแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษสมัยที่ 20 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการสร้างสถิติคว้าแชมป์มากที่สุดตลอดกาลในขณะนั้น โดยเปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด เอาชนะแอสตัน วิลล่า 3-0 ต่อหน้าผู้ชม 75,591 คน ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ทีมมีคะแนนทิ้งห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จนการันตีแชมป์แม้เหลือการแข่งขันอีก 4 นัด
ผมฟังเสียงเด็กน้อยในตัวเสมอในสถานการณ์แบบนี้ และเด็กคนนั้นตะโกนเรียกชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ❤️ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ❤️
ผมเลือกเบอร์ 20 เพราะผมมาที่นี่เพื่อคว้าแชมป์สมัยที่ 20 ให้กับสโมสร ❤️ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ❤️
แรงจูงใจสำคัญมาจากการเสียแชมป์ในฤดูกาล 2011-2012 ให้กับคู่แข่งร่วมเมืองด้วยผลต่างประตูได้เสียในวินาทีสุดท้าย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ เดวิด กิลล์ จึงดำเนินการคว้าตัวกองหน้าชาวดัตช์มาเพื่อแก้ไขปัญหาความเด็ดขาดในแนวรุก
ดีลของ ฟาน เพอร์ซี่ คือตัวอย่างของนักเตะที่ใช่ ในสโมสรที่ใช่ และในเวลาที่ใช่ อย่างแท้จริง ✨ ฟาบริซิโอ โรมาโน ✨
ในฤดูกาลนั้น ทีมได้รับสมญานามว่าเป็นราชาแห่งการพลิกสถานการณ์ (โดนนำสไตล์) โดยสามารถเก็บคะแนนจากการตกเป็นฝ่ายตามหลังได้ถึง 29 คะแนน สะท้อนถึงทัศนคติที่ไม่เคยยอมแพ้และการจัดการกับความกดดันตลอดทั้งฤดูกาล
เราคว้าแชมป์ด้วยวิธีที่ถูกต้อง มีทัศนคติที่ไม่เคยยอมแพ้ การกลับมาเก็บได้ถึง 29 คะแนนจากการตกเป็นฝ่ายตามหลัง บอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับทีมชุดนี้ได้เป็นอย่างดี ❤️ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ❤️
เกมสำคัญนัดนี้ ฟาน เพอร์ซี่ ทำแฮตทริกได้สำเร็จภายใน 33 นาทีแรกของครึ่งแรก โดยประตูที่สองในนาทีที่ 13 จากลูกวอลเลย์ตามการส่งบอลยาวของเวย์น รูนีย์ กลายเป็นภาพจำประวัติศาสตร์
มันคือประตูแห่งศตวรรษสำหรับผม ทั้งเทคนิคและจังหวะเวลา มันคือความสมบูรณ์แบบที่ยอดเยี่ยมที่สุด ❤️ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ❤️
ประตูของฟาน เพอร์ซี่ คือบทสรุปของฤดูกาลนั้น ทั้งความแม่นยำของรูนีย์และความอัจฉริยะของดาวยิงหมายเลข 20 💎 ลอรี่ วิทเวลล์ 💎
ตำแหน่งแชมป์ในปี 2013 ถือเป็นความสำเร็จรายการสุดท้ายของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ เดวิด กิลล์ ก่อนประกาศยุติบทบาทหลังจบฤดูกาล
โดยมี Key Success Factors : (เรียงจากสำคัญน้อยไปหามาก)
1. จิตวิญญาณแห่งการพลิกสถานการณ์ (Comeback Kings) ที่เก็บได้ถึง 29 แต้มจากการตามหลัง
2. ภาวะผู้นำและการบริหารจัดการที่มีเอกภาพของคู่หูเฟอร์กูสันและกิลล์
3. ประสิทธิภาพของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่ยิง 26 ประตูในลีกและติดอันดับ 7 ของรางวัลฟีฟ่า บัลลงดอร์ 2013
พวกเราทุ่มเทกันอย่างหนักตลอดทั้งปีเพื่อให้มาถึงจุดนี้ ความเจ็บปวดจากการเสียแชมป์ครั้งก่อนคือแรงผลักดันที่ทำให้เราทุกคนกัดฟันสู้จนสำเร็จ 🔴 เวย์น รูนีย์ 🔴
✅ สรุป ✅
ชัยชนะในวันนั้นกลายเป็นมาตรฐานสุดท้ายที่สโมสรยังไม่สามารถเข้าใกล้ได้อีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา 📊 เดวิด ออร์นสตีน 📊
20 ครั้ง คือบทเพลงแห่งความภาคภูมิใจและเครื่องปลอบประโลมใจนับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือไปพร้อมกับตำแหน่งแชมป์ในปี 2013 💎 ไซมอน สโตน 💎
ปี 2013 เป็นปีล่าสุดที่สโมสรได้รับตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นการสิ้นสุดยุคสมัยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของทีม
ผมเป็นไดโนเสาร์ขนานแท้ แต่ผมคือผู้ชนะ 🦖🏆 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน 🏆🦖
อ้างอิง: เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, Goal.com, VAVEL, Squawka, David Ornstein, Fabrizio Romano, Simon Stone, Laurie Whitwell, Derral Eves และ MrBeast
[ ปีศาจแดง 2026-04-22 ] Perfect Goodbye ของ ป๋า
#ขออนุญาตadminครับ
22 เมษายน 2013 (วันสำคัญของ) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 13 และแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษสมัยที่ 20 อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการสร้างสถิติคว้าแชมป์มากที่สุดตลอดกาลในขณะนั้น โดยเปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด เอาชนะแอสตัน วิลล่า 3-0 ต่อหน้าผู้ชม 75,591 คน ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ทีมมีคะแนนทิ้งห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จนการันตีแชมป์แม้เหลือการแข่งขันอีก 4 นัด
ผมฟังเสียงเด็กน้อยในตัวเสมอในสถานการณ์แบบนี้ และเด็กคนนั้นตะโกนเรียกชื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ❤️ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ❤️
ผมเลือกเบอร์ 20 เพราะผมมาที่นี่เพื่อคว้าแชมป์สมัยที่ 20 ให้กับสโมสร ❤️ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ❤️
แรงจูงใจสำคัญมาจากการเสียแชมป์ในฤดูกาล 2011-2012 ให้กับคู่แข่งร่วมเมืองด้วยผลต่างประตูได้เสียในวินาทีสุดท้าย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ เดวิด กิลล์ จึงดำเนินการคว้าตัวกองหน้าชาวดัตช์มาเพื่อแก้ไขปัญหาความเด็ดขาดในแนวรุก
ดีลของ ฟาน เพอร์ซี่ คือตัวอย่างของนักเตะที่ใช่ ในสโมสรที่ใช่ และในเวลาที่ใช่ อย่างแท้จริง ✨ ฟาบริซิโอ โรมาโน ✨
ในฤดูกาลนั้น ทีมได้รับสมญานามว่าเป็นราชาแห่งการพลิกสถานการณ์ (โดนนำสไตล์) โดยสามารถเก็บคะแนนจากการตกเป็นฝ่ายตามหลังได้ถึง 29 คะแนน สะท้อนถึงทัศนคติที่ไม่เคยยอมแพ้และการจัดการกับความกดดันตลอดทั้งฤดูกาล
เราคว้าแชมป์ด้วยวิธีที่ถูกต้อง มีทัศนคติที่ไม่เคยยอมแพ้ การกลับมาเก็บได้ถึง 29 คะแนนจากการตกเป็นฝ่ายตามหลัง บอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับทีมชุดนี้ได้เป็นอย่างดี ❤️ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ❤️
เกมสำคัญนัดนี้ ฟาน เพอร์ซี่ ทำแฮตทริกได้สำเร็จภายใน 33 นาทีแรกของครึ่งแรก โดยประตูที่สองในนาทีที่ 13 จากลูกวอลเลย์ตามการส่งบอลยาวของเวย์น รูนีย์ กลายเป็นภาพจำประวัติศาสตร์
มันคือประตูแห่งศตวรรษสำหรับผม ทั้งเทคนิคและจังหวะเวลา มันคือความสมบูรณ์แบบที่ยอดเยี่ยมที่สุด ❤️ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ❤️
ประตูของฟาน เพอร์ซี่ คือบทสรุปของฤดูกาลนั้น ทั้งความแม่นยำของรูนีย์และความอัจฉริยะของดาวยิงหมายเลข 20 💎 ลอรี่ วิทเวลล์ 💎
ตำแหน่งแชมป์ในปี 2013 ถือเป็นความสำเร็จรายการสุดท้ายของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และ เดวิด กิลล์ ก่อนประกาศยุติบทบาทหลังจบฤดูกาล
โดยมี Key Success Factors : (เรียงจากสำคัญน้อยไปหามาก)
1. จิตวิญญาณแห่งการพลิกสถานการณ์ (Comeback Kings) ที่เก็บได้ถึง 29 แต้มจากการตามหลัง
2. ภาวะผู้นำและการบริหารจัดการที่มีเอกภาพของคู่หูเฟอร์กูสันและกิลล์
3. ประสิทธิภาพของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ที่ยิง 26 ประตูในลีกและติดอันดับ 7 ของรางวัลฟีฟ่า บัลลงดอร์ 2013
พวกเราทุ่มเทกันอย่างหนักตลอดทั้งปีเพื่อให้มาถึงจุดนี้ ความเจ็บปวดจากการเสียแชมป์ครั้งก่อนคือแรงผลักดันที่ทำให้เราทุกคนกัดฟันสู้จนสำเร็จ 🔴 เวย์น รูนีย์ 🔴
✅ สรุป ✅
ชัยชนะในวันนั้นกลายเป็นมาตรฐานสุดท้ายที่สโมสรยังไม่สามารถเข้าใกล้ได้อีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา 📊 เดวิด ออร์นสตีน 📊
20 ครั้ง คือบทเพลงแห่งความภาคภูมิใจและเครื่องปลอบประโลมใจนับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือไปพร้อมกับตำแหน่งแชมป์ในปี 2013 💎 ไซมอน สโตน 💎
ปี 2013 เป็นปีล่าสุดที่สโมสรได้รับตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกจนถึงปัจจุบัน ถือเป็นการสิ้นสุดยุคสมัยที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของทีม
ผมเป็นไดโนเสาร์ขนานแท้ แต่ผมคือผู้ชนะ 🦖🏆 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน 🏆🦖
อ้างอิง: เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, Goal.com, VAVEL, Squawka, David Ornstein, Fabrizio Romano, Simon Stone, Laurie Whitwell, Derral Eves และ MrBeast