
เปิดตำรับความอร่อย ดื่มด่ำกับมื้ออาหารไทยที่งดงามทั้งรูปโฉมและรสชาติที่ร้าน Wi-Set-Wi-So วิเสทวิโส ชื่อร้านชวนให้คิดถึงความวิเศษและประณีต ซึ่งคอร์สนี้เชฟได้นำเสนออาหารไทยแบบร่วมสมัย หยิบยกเอาวัตถุดิบชั้นดีมาตีความใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ (3,850++)

Amuse-Bouche เปิดต่อมรับรสด้วย 3 คำเรียกน้ำย่อยสไตล์ไทยโบราณ เริ่มจากความกรุบกรอบของข้าวตังหน้าตั้ง ที่ตัวข้าวตังใช้ข้าวหอมสุพรรณโรงผงสามเกลอที่เชฟเบลนเอง ป้ายด้วยหน้าตั้งที่เชฟปรุงมาจนนัวหอมมัน ตามด้วยความจัดจ้านกลมกล่อมของน้ำพริกลงเรือ ที่ใช้ข้าวสังข์หยดทำเป็นทาร์ต และตัวน้ำพริกมีความหอมของกะปินัวๆ และปิดท้ายด้วยเมี่ยงยำที่ให้กลิ่นหอมซิตรัสสดชื่นของส้มซ่า พร้อมไข่ปูและเนื้อปู ที่วางอยู่บนแครกเกอร์ใบชะพลูกรอบๆ ปลุกน้ำย่อยได้ดีมาก

Dry-Aged Fish with Tom-Kha Cold Soup ตีความต้มข่าใหม่ ในรูปแบบซุปเย็น หอมกลิ่นข่าและกะทินวลๆ ตัดด้วยน้ำมันผักชีหอมๆ ทานคู่กับปลาเนื้อขาวที่นำไป Dry-Aged จนเนื้อมีความหนึบเด้ง ช่วยดึงรสอูมามิออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Crispy Taro Dumpling served with Ajad ค้างคาวเผือก เผือกหอมแก่จากสุพรรณ ที่นำไปทอดจนแป้งด้านนอกกรอบฟู ข้างในเจอไส้กระฉีกเนื้อปูแน่นๆ พร้อมมะพร้าวและมันกุ้ง ตัดความมันด้วยความเปรี้ยวอมหวานของน้ำอาจาด ที่ทำจากชาคอมบูฉะที่เชฟหมักเอง เป็นคำที่เคี้ยวสนุกและครบรสสไตล์ของว่างไทย

Pomelo Salad with Sun-Dried Squid Roe and Crispy Seafood ยำส้มโออัมพวา ที่ยกระดับเทกเจอร์ด้วยความหนึบของหมึกแดดเดียวจากปราณบุรีที่มีไข่เน้นๆ และความกรอบของปลาข้าวสารและกุ้งแห้ง คลุกเคล้าด้วยน้ำยำสูตรเฉพาะของบ้านเชฟ ที่ให้ความเปรี้ยว หวาน เผ็ดลงตัว สดชื่นและเรียกความอยากอาหารได้ดีเยี่ยม

Authentic Kang Liang Soup with River Prawn แกงเลียงกะทิสูตรโบราณที่ได้รับอิทธิพลมาจากจีน น้ำซุปหอมกลิ่นพริกไทยขาวและกะปิชั้นดี ซดแล้วโล่งคอ ไฮไลท์คือกุ้งแชบ๊วยเนื้อเด้งหวาน และการใช้เทคนิคทำโฟมใบแมงลักด้านบนที่ให้กลิ่นอโรม่าหอมเตะจมูก

Coconut Chicken with Nam-Prik-Goi-Kung อกไก่นุ่มฉ่ำที่ต้มในกะทิจนความหอมมันซึมเข้าเนื้อก่อนนำไปย่างจนหอม ทานคู่กับน้ำพริกก้อยกุ้งรสจัดจ้านแบบไทยแท้ เสิร์ฟพร้อมผักพื้นบ้านของไทยเป็นเครื่องเคียงตามฤดูกาล เป็นจานที่บาลานซ์ความมันและความเผ็ดได้พอดี

Hom-Su-Wan Cello จานคลีนปากที่ดัดแปลงแนวคิดมาจากเหล้าหวานสไตล์อิตาลี แต่ใช้ความหอมหวานของสับปะรดซอร์เบย์ ผสมกับน้ำผึ้งป่าเจลลี่จากดอยเต่า และกลิ่นอายความคราฟต์ของสาโทจากอุบล ทานแล้วรีเฟรชสุดๆ

Beef Panang with Kra-Bok Rice จานหลักสุดพรีเมียม เนื้อวัวชั้นเลิศที่นุ่มละลายในปาก ราดด้วยซอสพะแนงที่เคี่ยวจนข้นคลั่ก หอมเครื่องแกงและกะทิ เสิร์ฟพร้อมข้าวที่คลุกเคล้ากับกระบกหรืออัลมอนด์ป่าของไทย ที่ให้ความหอมมันเคี้ยวเพลิน เข้ากับแกงพะแนงอย่างไม่มีที่ติ

*สามารถ add-on Massaman Beef Wellington เพิ่มได้ แต่ต้องจองล่วงหน้า (+1800) แนะนำว่าให้ลอง เพราะเนื้อข้างในนุ่มฉ่ำ เคลือบด้วยแป้งพายกรอบๆ ราดด้วยซอสมัสมั่นนัวๆ เข้มข้น เป็นจานเด็ดที่ไม่อยากให้พลาด

Thong-Su-Wan ของหวานที่หยิบเอาความหวานธรรมชาติของข้าวโพดมาเป็นนางเอก ในรูปแบบไอติมข้าวโพด และสอดไส้ด้วยซุปข้าวโพดหอมๆ ผสมผสานกับความหวานของบัตเตอร์สก็อตช์ที่ทำมาเป็นแผ่นบางๆ เสมือนเปลือกข้าวโพด ตัดความหวานละมุนด้วยการจิบชาไหมข้าวโพดอุ่นๆ เป็นความอร่อยที่นุ่มนวลมาก

Bua-Loy-Nam-Khing เปลี่ยนบัวลอยน้ำขิงให้พรีเมียมขึ้น ด้วยการใช้เทกเจอร์นุ่มหนึบของบัวลอยไส้งาดำและถั่วเขียว ท็อปด้วยมาร์ชเมลโลว์เบิร์นไฟหวานหอมตัดกับความเผ็ดร้อนเบาๆ ของน้ำขิง อุ่นท้องและสร้างเซอร์ไพรส์ของรสชาติได้ดีทีเดียว
Petit Four ปิดจบคอร์สด้วยขนมคำจิ๋ว 4 สไตล์ที่จัดเต็มทั้งความเปรี้ยวอมหวานของเจลลี่ลิ้นจี่นมวัวแดง ความนัวของขนมเบื้องคัสตาร์ดไข่เค็ม ความหอมหวานของทองเสน่ห์ส้มบางมด และความเข้มข้นของช็อกโกแลตทรัฟเฟิล พร้อมชาไทยกุหลาบมอญอุ่นๆ เป็นการส่งท้ายมื้ออาหารได้อย่างงดงาม

เป็นอีกหนึ่งร้านที่ทำอาหารไทยแบบคอร์สออกมาได้มีเสน่ห์มากๆ ทั้งการชูวัตถุดิบไทยโบราณมาผสานกับเทคนิคสมัยใหม่ ทำให้ทุกจานมีเรื่องราวและรสชาติที่ลึกซึ้ง ใครอยากหาประสบการณ์อาหารไทยที่พรีเมียมและสวยงาม แนะนำให้ลองแวะมาเลย
[CR] ดื่มด่ำกับมื้ออาหารไทยที่งดงาม ทั้งรูปโฉมและรสชาติ
เปิดตำรับความอร่อย ดื่มด่ำกับมื้ออาหารไทยที่งดงามทั้งรูปโฉมและรสชาติที่ร้าน Wi-Set-Wi-So วิเสทวิโส ชื่อร้านชวนให้คิดถึงความวิเศษและประณีต ซึ่งคอร์สนี้เชฟได้นำเสนออาหารไทยแบบร่วมสมัย หยิบยกเอาวัตถุดิบชั้นดีมาตีความใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ (3,850++)
Amuse-Bouche เปิดต่อมรับรสด้วย 3 คำเรียกน้ำย่อยสไตล์ไทยโบราณ เริ่มจากความกรุบกรอบของข้าวตังหน้าตั้ง ที่ตัวข้าวตังใช้ข้าวหอมสุพรรณโรงผงสามเกลอที่เชฟเบลนเอง ป้ายด้วยหน้าตั้งที่เชฟปรุงมาจนนัวหอมมัน ตามด้วยความจัดจ้านกลมกล่อมของน้ำพริกลงเรือ ที่ใช้ข้าวสังข์หยดทำเป็นทาร์ต และตัวน้ำพริกมีความหอมของกะปินัวๆ และปิดท้ายด้วยเมี่ยงยำที่ให้กลิ่นหอมซิตรัสสดชื่นของส้มซ่า พร้อมไข่ปูและเนื้อปู ที่วางอยู่บนแครกเกอร์ใบชะพลูกรอบๆ ปลุกน้ำย่อยได้ดีมาก
Dry-Aged Fish with Tom-Kha Cold Soup ตีความต้มข่าใหม่ ในรูปแบบซุปเย็น หอมกลิ่นข่าและกะทินวลๆ ตัดด้วยน้ำมันผักชีหอมๆ ทานคู่กับปลาเนื้อขาวที่นำไป Dry-Aged จนเนื้อมีความหนึบเด้ง ช่วยดึงรสอูมามิออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Crispy Taro Dumpling served with Ajad ค้างคาวเผือก เผือกหอมแก่จากสุพรรณ ที่นำไปทอดจนแป้งด้านนอกกรอบฟู ข้างในเจอไส้กระฉีกเนื้อปูแน่นๆ พร้อมมะพร้าวและมันกุ้ง ตัดความมันด้วยความเปรี้ยวอมหวานของน้ำอาจาด ที่ทำจากชาคอมบูฉะที่เชฟหมักเอง เป็นคำที่เคี้ยวสนุกและครบรสสไตล์ของว่างไทย
Pomelo Salad with Sun-Dried Squid Roe and Crispy Seafood ยำส้มโออัมพวา ที่ยกระดับเทกเจอร์ด้วยความหนึบของหมึกแดดเดียวจากปราณบุรีที่มีไข่เน้นๆ และความกรอบของปลาข้าวสารและกุ้งแห้ง คลุกเคล้าด้วยน้ำยำสูตรเฉพาะของบ้านเชฟ ที่ให้ความเปรี้ยว หวาน เผ็ดลงตัว สดชื่นและเรียกความอยากอาหารได้ดีเยี่ยม
Authentic Kang Liang Soup with River Prawn แกงเลียงกะทิสูตรโบราณที่ได้รับอิทธิพลมาจากจีน น้ำซุปหอมกลิ่นพริกไทยขาวและกะปิชั้นดี ซดแล้วโล่งคอ ไฮไลท์คือกุ้งแชบ๊วยเนื้อเด้งหวาน และการใช้เทคนิคทำโฟมใบแมงลักด้านบนที่ให้กลิ่นอโรม่าหอมเตะจมูก
Coconut Chicken with Nam-Prik-Goi-Kung อกไก่นุ่มฉ่ำที่ต้มในกะทิจนความหอมมันซึมเข้าเนื้อก่อนนำไปย่างจนหอม ทานคู่กับน้ำพริกก้อยกุ้งรสจัดจ้านแบบไทยแท้ เสิร์ฟพร้อมผักพื้นบ้านของไทยเป็นเครื่องเคียงตามฤดูกาล เป็นจานที่บาลานซ์ความมันและความเผ็ดได้พอดี
Hom-Su-Wan Cello จานคลีนปากที่ดัดแปลงแนวคิดมาจากเหล้าหวานสไตล์อิตาลี แต่ใช้ความหอมหวานของสับปะรดซอร์เบย์ ผสมกับน้ำผึ้งป่าเจลลี่จากดอยเต่า และกลิ่นอายความคราฟต์ของสาโทจากอุบล ทานแล้วรีเฟรชสุดๆ
Beef Panang with Kra-Bok Rice จานหลักสุดพรีเมียม เนื้อวัวชั้นเลิศที่นุ่มละลายในปาก ราดด้วยซอสพะแนงที่เคี่ยวจนข้นคลั่ก หอมเครื่องแกงและกะทิ เสิร์ฟพร้อมข้าวที่คลุกเคล้ากับกระบกหรืออัลมอนด์ป่าของไทย ที่ให้ความหอมมันเคี้ยวเพลิน เข้ากับแกงพะแนงอย่างไม่มีที่ติ
*สามารถ add-on Massaman Beef Wellington เพิ่มได้ แต่ต้องจองล่วงหน้า (+1800) แนะนำว่าให้ลอง เพราะเนื้อข้างในนุ่มฉ่ำ เคลือบด้วยแป้งพายกรอบๆ ราดด้วยซอสมัสมั่นนัวๆ เข้มข้น เป็นจานเด็ดที่ไม่อยากให้พลาด
Thong-Su-Wan ของหวานที่หยิบเอาความหวานธรรมชาติของข้าวโพดมาเป็นนางเอก ในรูปแบบไอติมข้าวโพด และสอดไส้ด้วยซุปข้าวโพดหอมๆ ผสมผสานกับความหวานของบัตเตอร์สก็อตช์ที่ทำมาเป็นแผ่นบางๆ เสมือนเปลือกข้าวโพด ตัดความหวานละมุนด้วยการจิบชาไหมข้าวโพดอุ่นๆ เป็นความอร่อยที่นุ่มนวลมาก
Bua-Loy-Nam-Khing เปลี่ยนบัวลอยน้ำขิงให้พรีเมียมขึ้น ด้วยการใช้เทกเจอร์นุ่มหนึบของบัวลอยไส้งาดำและถั่วเขียว ท็อปด้วยมาร์ชเมลโลว์เบิร์นไฟหวานหอมตัดกับความเผ็ดร้อนเบาๆ ของน้ำขิง อุ่นท้องและสร้างเซอร์ไพรส์ของรสชาติได้ดีทีเดียว
Petit Four ปิดจบคอร์สด้วยขนมคำจิ๋ว 4 สไตล์ที่จัดเต็มทั้งความเปรี้ยวอมหวานของเจลลี่ลิ้นจี่นมวัวแดง ความนัวของขนมเบื้องคัสตาร์ดไข่เค็ม ความหอมหวานของทองเสน่ห์ส้มบางมด และความเข้มข้นของช็อกโกแลตทรัฟเฟิล พร้อมชาไทยกุหลาบมอญอุ่นๆ เป็นการส่งท้ายมื้ออาหารได้อย่างงดงาม
เป็นอีกหนึ่งร้านที่ทำอาหารไทยแบบคอร์สออกมาได้มีเสน่ห์มากๆ ทั้งการชูวัตถุดิบไทยโบราณมาผสานกับเทคนิคสมัยใหม่ ทำให้ทุกจานมีเรื่องราวและรสชาติที่ลึกซึ้ง ใครอยากหาประสบการณ์อาหารไทยที่พรีเมียมและสวยงาม แนะนำให้ลองแวะมาเลย
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้