โครงการคนละครึ่ง(พลัส) ใช่...การแก้เศรษฐกิจที่ยั่งยืนหรือไม่

กระทู้คำถาม
รัฐบาลไทยหลายสมัยใช้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยการแจกเงินผ่านโครงการ
คนละครึ่ง คนละครึ่งพลัส จนมาถึง ไทยช่วยไทยพลัส

ดูเหมือนจะตอบโจทย์ ประชาชน รากหญ้า กระตุ้นเศรษฐกิจดีมาก ได้คะแนนเสียงท่วมท้น
ตกลงมัน .. ใช่การแก้เศรษฐกิจที่ยั่งยืนจริงไหม ควรทำทุกปีดีมั๊ยครับ เพี้ยนส่อง

ที่ผ่านมากระตุ้น จีดีพีได้ตั้ง 0.2 %  ในปี 68

สรุป เลยครับ เม่าเนิร์ด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้









แต่ความจริงแล้ว ...  แค่แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้น ที่ทำบ่อยจนน่าสงสัยเม่านักช้อป

    โครงการคนละครึ่ง (รวมถึง "คนละครึ่งพลัส" ในปี 2568-2569) เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น
ที่มุ่งเน้นการพยุงกำลังซื้อและการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก แต่การที่เศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว
อย่างเต็มที่นั้นมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยเชิงโครงสร้างและปัจจัยภายนอก ดังนี้:


1. โครงการคนละครึ่งไม่ใช่การแก้ปัญหาระยะยาว
กระตุ้นได้แค่ชั่วคราว: โครงการนี้มีลักษณะเป็นเงินอัดฉีด (Stimulus) ที่ช่วยให้ประชาชนมีเงินจับจ่ายใช้สอย
ในช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อโครงการจบลง กำลังซื้อก็อาจจะลดลงตามไปด้วย หากรายได้จริงของประชาชนไม่เพิ่มขึ้น

เน้นอุปโภคบริโภค ไม่ได้เน้นผลิต: เงินส่วนใหญ่สะพัดในภาคบริการและอาหารรายวัน แต่ไม่ได้ส่งผลต่อ
การลงทุนภาคเอกชนหรือการสร้างงานใหม่ในระยะยาว 


2. ปัญหาหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง
ภาระหนี้กดทับ: แม้จะมีคนละครึ่ง แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงมีภาระหนี้สินที่สูงมาก ทำให้เงินที่ได้มามัก
จะถูกแบ่งไปชำระหนี้มากกว่าที่จะนำมาจับจ่ายใช้สอยทั้งหมด 


3. ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ (Structural Issues)
การฟื้นตัวไม่เท่าเทียม (K-Shaped Recovery): เศรษฐกิจฟื้นตัวแค่บางภาคส่วน เช่น ท่องเที่ยว
แต่ภาคส่วนอื่นยังคงซบเซา โดยเฉพาะรายย่อย


ปัญหาหนี้สาธารณะ: รัฐบาลมีงบประมาณจำกัดในการดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ต่อเนื่อง
สังคมสูงวัย: โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปทำให้กำลังซื้อลดลงและความสามารถในการผลิตลดลง 


4. ปัจจัยภายนอกและค่าครองชีพ
เงินเฟ้อและของแพง: แม้จะได้รับส่วนลดจากโครงการคนละครึ่ง แต่ราคาสินค้าโดยรวมและค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ทำให้เงินช่วยเหลือนั้นลดความคุ้มค่าลง
เศรษฐกิจโลกชะลอตัว: ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย ซึ่งเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ 


5. ขีดจำกัดของโครงการ (คนละครึ่งพลัส 2568-2569)
ผลต่อ GDP จำกัด: การประเมินโครงการคนละครึ่งพลัสล่าสุดพบว่าช่วยดัน GDP ปี 2568 โตเพิ่มขึ้นเพียง
ประมาณ 0.2% - 0.4% ซึ่งไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาพรวมให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด


ผู้ใช้สิทธิบางส่วนใช้เงินไม่หมด: สะท้อนถึงกำลังซื้อที่จำกัดหรือความต้องการสินค้าที่ไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขโครงการ 


โดยสรุป

      โครงการคนละครึ่งเป็นมาตรการพยุงเศรษฐกิจที่ดีในการช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นการหมุนเวียนเงิน
ในระยะสั้น  แต่ .. เศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้จริง ต้องอาศัยการเพิ่มรายได้จริงของประชาชน การลงทุนของภาคเอกชน
และการแก้ไขปัญหาหนี้สินในระยะยาวครับ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


https://www.kasikornbank.com/th/kwealth/pages/a1028-t4-hyb-half-and-half-plus-scheme-kgth.aspx
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่