เสียเหงื่อให้กีฬา ดีกว่าเสียเวลาโรคหัวใจกำเริบ

มีความรักคิดว่าได้โอกาสประจวบเหมาะ แต่ทำชีวิตอกหักก็ไม่สุขสมใจ มีลาภ 20 ทุกขลาภ 80 ไหวมั้ยล่ะ อนาคตคือลาบ70

ถ้าชีวิตว่างการทำงานมาตรฐานในพื้นที่มาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์แล้ว ชีวิตจะพูดจะสอนใครว่าชีวิตเป็นยังไงมาตรฐานว่าคนอื่นไม่มีมาตรฐานแต่ตัวเองก็ทำไม่ได้หรอกและไม่น่าเชื่อหรอก มัวแต่อ่อนด้อยเข้าใจว่าชีวิตเป็นเซียนความรักแต่หากทำชีวิตอกหักเองแม้เป็นเซียนความรัก ก็เสียเวลาไปกับอาการเจ็บปวดหัวใจเดาะ จนเลยเวลาที่คนอื่นก็ทำอะไรก้าวหน้าในเวลาสำเร็จเป็นงานมาตรฐานในชีวิตประจำวันไปได้หมดแล้ว แต่คนเราน่ะเกิดมาก็แค่ให้เรียนรู้การอยู่อาศัยในโลกให้สุขภาพชีวิตไม่มีปัญหาเป็นบ้าเพราะคิดฝันว่าชีวิตจะมีบารมียิ่งใหญ่ก้าวหน้าสูงที่สุดในสังคมไทยสุดโต่ง โดยการฝึกทักษะอะไรจะเป็นให้สังคมเห็นว่าจริงก็ไม่เก่ง อย่ามัวแต่ดูคนหล่อๆแข่งฟุตบอลในจอภาพ แต่ชีวิตตัวเองไม่ได้ออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงไม่ได้กินยารักษาหัวใจอีก ชีวิตก็มีแต่แนวโน้มจะป่วยเป็นโรคหัวใจกำเริบ กับอะไรอีกที่มันตื๊อหัวใจ จนหัวใจจะทนไม่ไหวจนพังทลายแตกสลายไป ก็อย่าเอามีใกล้ชีวิตให้น่ารำคาญต่อการจะรักษาสุขภาพจิตใจมีความนิ่งปกติ อย่างหุ้นที่ลงทุนหวังเก็งกำไรหรือการพนันต่างๆจะฝันอยากรวยแต่ในจอที่ฝืนหัวใจทำอะไรไม่ได้เพราะมือตาย ชีวิตไม่ได้ก้าวหน้าไปในอนาคตทันใจเลย ก็อย่าหลงการเก็งกำไรที่ผิดหลักความน่าจะเป็นสูงมันมากไปให้มันมีอำนาจเหนือสุขภาพหัวใจเลย

มีแต่สนุกกับการได้เห็นอะไรใหม่ๆ แต่เรียนอะไรไม่เข้าใจเพราะฝันมากกว่า การใช้สมองในการเรียน ชีวิตก็ไม่ได้ฉลาดขึ้นในการจะสามารถทำงานให้สำเร็จ หรือมีฝีมือเก่งๆได้ ดูแต่จอภาพฝันๆไปว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไปเจอตัวจริงในพื้นที่แล้ว ก็ไม่ได้มีทักษะอะไรจะเข้าใจเรื่องคนละเรื่องกับในจอ คนก็มีแต่การงงและหลงบางคนก็ไม่ได้ยอมรับว่าเรื่องในจอกับการทำงานจริงในพื้นที่นั้นเป็นคนละอย่างคนละคน ก็จะทำให้ชีวิตมีแต่ผิดหวัง ก็ควรถือภาษิตซะว่า อย่าเพื่งพูดสรุปอะไรถ้ายังไม่แบเบอร์ เลิกฝันเถอะว่าจะสำเร็จอะไรอีก ถ้าจะสำเร็จมีเพียงการทำงานได้ ลองเขียนหลักการตรรกะความคิดลงในเฟสบุ๊กตัวเองสม่ำเสมอสิ ทำได้มั้ย ส่วนที่ผมยังนอนหลับยากน่ะ เพราะยังมีหลักการหลายอย่างจะต้องคิดค้นนำมา ถ่ายทอดให้คนอื่นรับรู้และเข้าใจยังไม่หมด การมีชีวิตไม่ได้มีแต่การคิดถึงเพียงเรื่องการบริโภคและอาการ นั่นเป็นปลายเหตุของการใช้ชีวิตมีคุณค่ามามากพอต่างหาก

ชีวิตเข้าใจว่าชีวิตเป็นธรรมชาติ ที่มีสิทธิให้ร่างกายและสมองของตัวเองได้ใช้งาน เพียงแต่ชีวิตจะอยู่ในสังคมได้ ถ้าไม่มีสังคมต้องการแบบให้ฝืนการเป็นมนุษย์มากเกิน ความสามารถตามธรรมชาติการเกิดของชีวิตจะเป็นได้ ชีวิตยุคใหม่มีเรื่องการสามารถใช้เงินเป็นอำนาจทำให้ชีวิต ไม่ต้องลำบากในการยังชีพ แต่หากชีวิตยุคใหม่ไม่สามารถทำสังคมให้เป็นธรรมชาติใดๆแบบที่ชีวิตอยู่ได้ แล้วเหลิงเพียงการมีเงินใช้ในบางช่วงแต่ใช้แต่เงินเท่านั้น ไม่ได้ใช้ชีวิตบำบัดสังคมด้วยธรรมชาติชีวิตได้เอง ชีวิตที่เสพติดการใช้เงินโดยทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้ มีแต่การเกร็งในท่าทำงานหนัก ก็ขาดแคลนเงินไม่ได้ หากขาดแคลนเงินเพียงแต่อย่าเป็นอะไรที่ใช้สมองคิด ให้มีความสุขโดยธรรมชาติตัวเองไม่ได้ ชีวิตนั้นจึงคิดในเชิงเปรียบเทียบกับสังคมที่ยังหลงการเงินจนป่วยเป็นโรคโมเมนตัมหัวใจไม่ทำงานราบเรียบเป็นธรรมชาติ และการไม่สามารถปรับอุณหภูมิของฮอร์โมนร่างกายให้อยู่กับสภาพภูมิอากาศปกติทุกสภาพได้เลย ในความเจริญที่แออัดกันมาก ชีวิตคนที่ตัวเองขาดแคลนเงินใช้คือคิดเพียงว่าชีวิตตกต่ำ นั่นเองจะทำให้จิตใจที่ไม่เติบโตคิดเลยเถิดจนเป็นปัญหาสุขภาพจิต ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้วจนเป็นปัญหาการคิดสั้น ชีวิตที่มีภูมิคุ้มกันชีวิตกับสังคมยุคใหม่ คือการไม่เหลิงในเรื่องการมีเงินใช้และไม่คิดว่าชีวิตหมดสิ้นทุกอย่างโดยไม่มีอะไรให้ใช้ดำรงชีพอยู่กับสังคมโลกโดยไม่ผิดกฎหมายอะไรอีกเลย โดยไม่ได้เป็นธรรมชาติที่มีความเป็นอยู่ในโลกได้ด้วยสุขภาพปกติ ก็เป็นปัญหาสุขภาพสังคมที่จำเป็นจะต้องบำบัดการป่วยในเชิงความคิด โลกนี้มีมูลค่าอื่นๆนอกจากเงินอย่างเดียว บางอย่างมีมูลค่ามากกว่าเงินแค่นั้น แต่เงินเป็นสิ่งที่ใช้แลกมูลค่าอื่นๆ ตามใจคนมีเงินใช้ด้วยอาชีพอยากได้อะไร เพราะคนไม่ค่อยรู้มูลค่าอื่นๆนั่นล่ะ ที่มองเห็นเป็นแต่เงินที่อยากได้แล้วไม่เข้าใจโลกความจริงกับการชอบพูดหมิ่นมูลค่าอื่นๆ จึงเป็นโรคโมเมนตัมหัวใจ กับความต้องการได้เพียงเงินตราไม่เห็นมูลค่าอื่นๆที่มีมากกว่าเงินที่จะได้

คนไทยสมัยใหม่เข้าใจว่ากีฬาที่ดูในจอทีวี เป็นเรื่องความบันเทิง บางคนเข้าใจว่าเป็นการพนันและดูกีฬาเพื่อการดื่มสุรายาเมา แต่คนที่เข้าใจดูกีฬาอย่างเป็นมาตรฐานของกีฬาจริงๆ ก็คือคนที่มีความสุขกับการออกกำลังกายให้มีสุขภาพแข็งแรง มีประสบการณ์ชีวิตเก่งจริงคือการรู้โมเมนตัมของสังคมกับการทำงานของจังหวะหัวใจ โรคโมเมนตัมหัวใจอย่าให้มีอาการหัวใจวายเฉียบพลันล่ะ

คนจะได้อะไรแต่ละอย่างก็จะต้องเก่ง ไม่ใช่มัวแต่พูดแบบคนใจไม่สู้ไม่เอาอ่าวให้โลกดู

ชีวิตคนปกติจะมีจิตสนับสนุนหรือจิตต่อต้านอะไรไม่ยอมรับอะไรก็เป็นคนปกติของจิตได้ หากสิ่งต่างๆมีผลเสียต่อชีวิตเขา แม้ใครว่าดียังไง เขาจะปฎิเสธพูดในเชิงต่อต้านก็ได้ เพราะธรรมชาติของจิต จะมีการป้องกันความปลอดภัยชีวิตตัวเองทุกชีวิต จริงแล้วอะไรที่เป็นโลกเจริญแต่ก็อันตรธานอะไรกับชีวิตคนอยู่อาศัยได้ สังคมโลกต่างก็มีเหยื่อบันเทิงจำนวนมาก ที่หลงไปกับการเชื้อชวนของสื่อให้ต้องเสียความเป็นชีวิตที่ยังคงปกติๆได้ สิ่งที่เกิดขึ้นใหม่มาใช้พัฒนาตอนแรกสังคมก็ยังไม่ยอมรับได้เลย แต่แล้วแต่สิ่งที่จะใช้พัฒนานั้นทำให้สังคมยอมรับได้มากหรือไม่แม้จะเป็นฝ่ายไหน แต่สมัยนี้ยิ่งเป็นสังคมประชาธิปไตยมากขึ้น ถ้าได้ดีดีขี่ช้างงา ก็อย่าว่าคนเขาทำอะไรต่างๆก็ไม่มีค่าอะไรเป็นมูลค่าที่เขาทำให้ประเทศได้เลย

พระมีราคาเพราะเป็นพระใครขาย
ทุกอย่างมีค่ามากขึ้นเพราะคนทำงานคนไหนทำได้เท่าไหร่ อย่างแม่ประนอมไปทางขายอาหารสำเร็จน่ะคือแล้ว
บริหารทรัพยากรมนุษย์ตามที่เขาเป็นจริงๆ ถ้าเขามีความรวยจะมีเงินแข่งขันทางสังคม ก็ต้องดูและพิจรณาว่าเขาเป็นอาชีพอะไรเป็นตัวจริงในสังคมระดับต่างๆ ให้เขามีเงินเพื่อการแข่งขันมากกว่าคนอื่น แต่ก็ไม่ค่อยมีผลงานอะไรที่เป็นอย่างคนมีเซ้นต์ฝีมือทำได้ดีมีศิลป์มากกว่า
คนที่มีอาชีพต่างๆมีรายได้จริงในอาชีพที่เขาสามารถทำได้ อาจจะดีกว่าคนที่ทำอาชีพอื่นที่เขาก็ทำไม่ได้ก็ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าชีวิตเขาผิดปกติ

มีเงินแข่งขันทางสังคมแต่คนทำมือไม่ศิลป์ก็ไม่ได้งานทำ ไก่ชนแก่ๆเน่าๆ เอาไปขึ้นเวทีประกวดไก่ฟ้าไม่ได้
ชีวิตในอาชีพคุณขายอะไร

ฤดูกาลกำลังเข้มข้น
คิดถึงชีวิตในอดีต
ตอนเป็นแรงงานไม่ได้ฉลาดรอบรู้
แต่รวยใช้จ่ายดีนะ

ใครมีความคิดเห็นยังไงกับเรื่องการกีฬากับความรักและการป้องกันโรคหัวใจบ้างครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่