ประเทศไทยกำลัง “ถังแตก” จริงหรือ ? ทำไมรัฐถึงเร่งเก็บภาษีทั้งระบบ

ประเทศไทยกำลัง “ถังแตก” จริงหรือ ? ทำไมรัฐถึงเร่งเก็บภาษีทั้งระบบ  

ช่วงนี้พี่ทุยอ่านข่าวแล้วเริ่มเห็นสัญญาณบางอย่างชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่ารัฐกำลังจะ “ยกเครื่องภาษีทั้งระบบ” แบบจริงจัง ตั้งแต่

- แนวคิดขยับ VAT จาก 7% เป็น 10%
- การเก็บภาษีทอง หุ้น หรือธุรกรรมบางประเภท
- ภาษีที่ดินที่อาจเข้มขึ้น
- การไล่เก็บภาษีแพลตฟอร์มต่างชาติ
- ไปจนถึงการดึงร้านเล็ก ๆ เข้าระบบ VAT มากขึ้น

คำถามคือ…เรื่องนี้มันกำลังสะท้อน “อะไรบางอย่าง” เกี่ยวกับประเทศไทยอยู่หรือเปล่า ?

📌 เรากำลังเป็น “ประเทศรายได้ไม่พอใช้”

ประเทศไทยโตช้าลงต่อเนื่องมาหลายปี จนหลายประเทศขนานนามว่าเป็นคนป่วยของเอเชีย
ทำให้รายได้ภาษีโตไม่ทัน “รายจ่าย” ในขณะที่รายจ่ายฝั่งรัฐกลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสวัสดิการ
ทั้งสังคมสูงวัย ทั้งงบกระตุ้นเศรษฐกิจ

ผลลัพธ์คือ เรา“ขาดดุลงบประมาณต่อเนื่อง” เป็น 10 ปี เท่ากับว่าเราเหมือนคนที่เงินเดือนโตช้า
แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มทุกปี สุดท้ายก็ต้อง “หาเงินมาอุด” อยู่ตลอด

📌 ทางเลือกของรัฐ…มีทางไหนให้เลือกบ้าง

1.การกู้เงินมาเพิ่ม ซึ่งวิธีนี้ก็เป็นวิธีง่าย ละเราเลือกที่จะใช้มันมาตลอดแต่ปัญหามันติดตรงที่ว่า เรากู้มาจนตอนนี้หนี้สาธารณะมันขึ้นมาอยู่แถว ๆ 60% กว่าแล้ว ซึ่งมันใกล้เพดานเข้าไปทุกที มันเลยไม่ใช่ทางที่ใช้ได้แบบสบาย ๆ เหมือนเมื่อก่อน จะกู้เพิ่มก็ต้องคิดหนักขึ้น

2.การลดรายจ่ายในประเทศ อีกคำตอบที่ดูเหมือนง่าย แต่เอาจริง ๆ ทำยากมาก เพราะงบส่วนใหญ่ของรัฐ มันคือเงินที่ “ตัดไม่ได้ง่าย” จะลดเงินเดือนข้าราชการ จะตัดสวัสดิการ หรือจะไม่จ่ายดอกเบี้ยหนี้ ซึ่งถ้าจะลดจริง ๆ กระทบคนจำนวนมากทันที และมักกลายเป็นแรงต้านทางการเมือง

3.การเพิ่มรายได้ (ภาษี) พอทั้งกู้ก็เริ่มตึง ลดรายจ่ายก็ยาก ทางเลือกที่เหลืออยู่จริง ๆ ก็คือ “เพิ่มรายได้” หรือก็คือ “ภาษี” แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า ที่ผ่านมา รัฐ “พยายามเลี่ยง” การขึ้นภาษีมาตลอด

ตัวอย่างชัด ๆ คือ
VAT ไทยที่ตรึงไว้ที่ 7% มานานกว่า 20 ปี ทั้งที่เพดานจริงอยู่ที่ 10%

แต่ในวันที่ กู้ก็เริ่มตึง ลดรายจ่ายก็ยาก “ภาษี” เลยเริ่มถูกหยิบขึ้นมาใช้อย่างจริงจัง และรอบนี้ไม่ได้มาแบบจุดเดียว แต่กำลังเป็นการ “เก็บทั้งระบบ” ที่กระทบตั้งแต่ แม่ค้าออนไลน์ คนลงทุน จนไปถึงประชาชนทั่วไปก็โดน

📌 แล้วการเก็บภาษีเพิ่ม จะเกิดอะไรขึ้น ?

ถ้าเป็นช่วงเศรษฐกิจดี การขึ้นภาษีอาจไม่กระทบมาก แต่ปัญหาคือ…ตอนนี้ไม่ใช่ วันนี้เราอยู่ในสภาวะที่ ค่าครองชีพสูงขึ้น รายได้โตช้า บางส่วนยังมีปัญหาการจ้างงานอยู่เลย

การเก็บภาษีเพิ่มในจังหวะแบบนี้ มันเลยมีความเสี่ยงบางอย่าง คืออาจเกิดวงจรแบบนี้

พอรัฐเก็บภาษีมากขึ้น → เงินในมือประชาชนลดลง → การใช้จ่ายชะลอ → เศรษฐกิจโตช้าลง
→ รายได้ภาษีในอนาคตยิ่งโตยาก ซึ่งนี่เป็นวงจรที่ค่อนข้าง “อันตราย” เพราะสุดท้ายดันกลายเป็นยิ่งเก็บภาษีเพิ่ม เศรษฐกิจยิ่งแย่ลง

📌 แล้วเรามีทางออกที่ดีกว่านี้ไหม ?

ถ้าดูจากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ เราจะเห็นว่ารัฐเริ่ม “ไล่เก็บ” ภาษีจากคนที่อยู่ในระบบมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น คนทำงานประจำ นักลงทุน พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือธุรกิจที่พอมองเห็นรายได้ชัดเจน

ซึ่งต้องบอกว่า…นี่คือ “ทางง่าย” เพราะคนกลุ่มนี้ รัฐมองเห็นอยู่แล้ว มีข้อมูลอยู่แล้ว และสามารถจัดเก็บได้ทันที

แต่คำถามที่น่าสนใจคือ แล้ว “ทางที่ใช่” ในระยะยาวล่ะ ? เพราะในความเป็นจริง ประเทศไทยยังมีคนอีกจำนวนมาก ที่มีรายได้…แต่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีเลย ไม่ว่าจะเป็นแรงงานนอกระบบ ร้านค้าขนาดเล็ก หรือรายได้ที่ยังไม่ถูกบันทึก

การจะดึงคนกลุ่มนี้เข้ามา มันไม่ใช่แค่ “บังคับให้จ่าย” แต่มันต้องทำให้เขา “อยากเข้าระบบ” ด้วย
เช่น ทำให้การยื่นภาษีง่ายขึ้น ลดความซับซ้อนของกฎเกณฑ์ ใช้เทคโนโลยีช่วยเชื่อมข้อมูล
หรือสร้างแรงจูงใจบางอย่างให้การอยู่ในระบบ “คุ้มกว่า”

ซึ่งทั้งหมดนี้ มันยากกว่า ใช้เวลานานกว่า และอาจไม่เห็นผลทันที แต่ในระยะยาว มันคือทางที่ “ยั่งยืนกว่า” เพราะแทนที่จะเก็บเพิ่มจากคนกลุ่มเดิม เรากำลังทำให้ “ฐานมันกว้างขึ้น”

สุดท้ายเลยกลายเป็นโจทย์สำคัญว่า ระหว่าง “เก็บเพิ่มจากคนที่อยู่ในระบบอยู่แล้ว” กับ “ขยายฐานให้คนเข้าระบบมากขึ้นจริง ๆ” รัฐจะเลือกทางไหน เพราะสองทางนี้ อาจให้คำตอบระยะสั้นเหมือนกัน แต่ระยะยาว…ไม่เหมือนกันเลยครับ


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่