กฎทางคณิตศาสตร์??(น้าทุย)

กระทู้คำถาม
จำเป็นต้องมีการเกริ่นนำ เพื่อทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปของกระทู้
เนื่องด้วย  มีบางคนไม่เข้าใจว่า  การกล่าวถึงอะไรขึ้นมาเปรียบเทียบกันว่าเหมือนหรือแตกต่าง
สิ่งสำคัญก็คือต้องดูที่คำนิยาม  ถ้าเป็นเรี่องของบุคคลหรือวัตถุสิ่งของก็ต้องดูที่คุณสมบัติ

ยกตัวอย่างพื้น  เช่นคำว่า"พระเอก"  ถ้าอยากรู้ว่าพระเอก เป็นใคร  มันก็ต้องไปดูที่สถานะของคนๆนั้น
เพราะเขาอาจเป็น นักบวชหรือนักแสดงก็ได้

เข้าประเด็นครับ... สืบเนื่องจากมีคนเอาเรื่องที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มาผสมปนเปกับคณิตศาสตร์
ผมจึงอยากจะชี้ปัญหาว่า  ชื่อไม่สำคัญเท่ากับคำนิยามหรือคุณสมบัติ

กรณี  E = mc2  มีคนที่ผมเรียกด้วยความนับถือว่า น้าทุย แกบอกว่า  E = mc2  เป็นสมการและยังอ้างด้วยว่า
คนทั้งโลก  เรียกว่า Equation  
ซึ่งผมได้แย้งไปแล้วว่า ที่เขาเรียกเช่นนั้นก็เพราะมันมี เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ equal (=)กำกับ เป็นเครื่องหมายที่
วิทย์ยืมคณิตมาเขียน  ซึ่งในความเป็นจริง มันไม่ใช่หลักการแห่งสมการ  ที่มีกฎเฉพาะ

ผมอธิบายจนปากฉีก ว่า  E = mc2 มันเป็นสูตร(formula)  ที่มาจาก ทฤษฤี(theory)  แกก็ไม่ฟัง
พูดก็แล้วยกเอาเหตุผลมาประกอบแกก็ไม่สนใจ  ดันแถไปอ้างอะไรนอกเรื่อง เช่นอ้างว่า "เขาพูดกันทั้งโลก"
ฟังแล้วไม่รู้ว่าตรรกเหตุผลมันอยู่ตรงไหน

ความต่างของคณิตศาสตร์ใช้กฎตายตัว  จึงเน้นที่ตัวเลข  แต่กับวิทยาศาสตร์เน้นที่สูตรทฤษฎี(theory)
คือจะต้องการการอธิบายความที่มาที่ไปก่อน  แล้วจึงจะเขียนเป็นสูตร(formula)  ถ้าเขียนแต่สูตรโดยไม่อธิบายที่มา(ทฤษฎี)
คนที่ไม่รู้ที่มาของสูตรก็จะไม่รู้เรื่อง ต่อให้เป็นด๊อกเตอร์ทางฟิสิกส์ก็ตาม  อย่างน้อยๆก็ต้องบอกว่า  มันเป็นทฤษฎีของใคร

อยากให้สังเกตุภาพที่น้าทุยเอามาโต้แย้ง  มันบ่งบอกความเป็นนกแก้วนกขุนทอง ที่พร่ำไปเรื่อยแต่ไม่เข้าใจความหมาย


พึ่งสังเกตุน้าทุยแกจะเน้นเฉพาะ คำว่า Equation ผมอ่านแล้วก็ตลก ว่าอายุปูนนี้แล้ว
ทำไมยังอ่านข้อมูลเหมือนเด็กประถม ก็คือ ไม่เอาที่มาที่ไปของคำมาวิเคราะห์ด้วย
จะเห็นได้ว่าทุกกรอบรูป  จะบอกด้วยว่า ของไอสไตย์ ซึ่งถ้าเป็นหลักของสมการที่เป็นหลักสากล
จะไม่บ่งบอกว่าเป็นของใคร  
E = mc2   ใช้ได้เฉพาะกับ  ทฤษฎีสัมพันธภาพของ ไอสไตย์
แต่ไม่สามารถเอาไปใช้เป็นสมการในความเป็นสมการของคณิตศาสตร์
เอาง่าย  ถ้าเป็นสมการ  หนึ่งบวกหนึ่งต้องเท่ากับสอง  หรือเขียนเป็นสมการได้ว่า  1+1 = 2
หรือ E+1 = 2  ตามกฎแห่งสมการ มันแสดงถึงความเป็นเอกเทศของทั้สองฝั่ง
ไม่ใช่  E = mc2  ที่สิ่งหนึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดอีกสิ่งหรือสิ่งหนึ่งมีที่มาจากอีกฝั่งหนึ่ง
ต้องศึกษากฎของสมการจึงจะเข้าใจ

ปล.ยังมีต่อ แค่อธิบายความไม่เข้าใจของคน  คหหน้าจะเอาหลักการที่ลงลึกมาอธิบาย

อนึ่งการtag   ห้องต่างๆผมคำนึ่งถึงกาลเทศะ  ไม่ได้tagเพื่อสนองตัณหาหรือท้าตีท้าต่อยกับใคร
การtagหรือเลือกห้องตั้งกระทู้จึงเอาแต่สิ่งที่เกี่ยวข้องมากที่สุด และกระทู้นี้เอาหลักการหลายแขนงมาร่วม
จึงไม่สามารถTag ห้องใดเป็นการเฉพาะ เลือกเลือกห้องหลัก เช่นปัชญาและวิชาการ

ขอทิ้งประโยคที่นักเลงชอบใช้ว่า...ตูไม่กล้วโกลเด้นรีทรีฟเวอร์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่