เห็นคนด่ากันถล่มทลายว่า เด็กใหม่ The Reset ห่วย ตอนแรกก็คิดว่ามันจะขนาดนั้นเลยเหรอ? แต่พอดูจบ 6 ตอน ก็...
"
เข้าใจทุกคำด่าทันที"
ความคิดเห็นส่วนตัวก่อนดู
- ด้วยความที่เป็นแฟนคลับเรื่องนี้ รู้สึกตื่นเต้นมาก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกกังวลนิดๆ เพราะซีรีย์ภาคเก่าที่คุณ ชิชา อมาตยกุล(คิตตี้) รับบทแนนโน๊ะ แสดงไว้ได้ดีมากๆ คือถ้าพูดถึงแนนโน๊ะภาพจำจะเป็นคุณชิชาลอยขึ้นมาเลย เลยกลัวใจตัวเองจะอคติกับภาคใหม่
ความคิดเห็นส่วนตัวหลังดู
- สิ่งที่กังวลก่อนดูมันได้เกิดขึ้นจริงๆ บอกเลยว่าคุณรีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง(เบคกี้) เล่นได้ดีนะ สวย น่ารัก ไม่ได้ติดอะไรเลยที่เธอเข้ามารับบทแนนโน๊ะ แต่บทมันห่วยจริงๆ ห่วยจนนักแสดงเอาไม่อยู่ ทำให้ภาพรวมมันออกมาดูกลางๆ ค่อนไปทางแย่เลยด้วย
และนี่คือ 3 จุดหลัก ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้ไปไม่ถึงฝั่ง
1. บทพัง + การเล่าเรื่องธรรมดา
- ส่วนสำคัญที่ทำให้หนังหรือซีรีย์มันออกมาดีหรือห่วยก็คือ "บท" และหลายคนที่ได้รับชมซีรีย์เรื่องนี้ไปแล้วก็พูดเป็นเสียงเดียวกันบ้างว่าบทมันห่วย/แย่/บ้ง/เดาง่าย/ไร้รสนิยม/เบียว เรียกได้ว่าหาคำชมให้บทไม่ได้เลย ก่อนเริ่มดู ผมก็คิดว่า"มันจะขนาดนั้นเลยเหรอ คนที่รีวิวอคติกันหรือเปล่า?" หลังดูก็เข้าใจทุกอย่างเลยครับ
บทห่วยที่ว่าคือบทมันไม่มีอะไรเลย ไม่มีความสมเหตุสมผล เปิดปมมาน่าสนใจ แต่ไม่สานต่อ กลับตัดจบดื้อๆ บางสิ่งที่ตัวละครทำไปมันดูไร้ตรรกะ บทพูดก็มีความเบียว ไม่สมจริงอะ เหมือนพูดเอาซีน พูดเอาเท่ คือในชีวิตจริงมันคงไม่มีใครมาพูดอะไรแบบนี้ เข้าใจครับว่ามันเป็นหนัง ไม่ต้องสมจริงทุกอย่าง แต่บทพูดที่มันดูเรียลๆ มันก็ทำให้หนังออกมาสมจริงและน่าติดตามขึ้นนะ และจุดพีคก็แทบไม่มี กำลังจะพีคก็ดรอปลง ดูไปแล้วมีแต่คำถามในหัว "ทำไปทำไม ทำเพื่ออะไร" และที่แย่คือ…ซีรีย์ก็ไม่เคยตอบคำถามนั้นเลย
- การเล่าเรื่องหรือการนำเสนอก็มีอยู่ไม่กี่รูปแบบ ซีรีย์ทั้ง 6 ตอนแทบจะเล่าสไตล์เดียวกันทุกตอนเลย แค่เปลี่ยนปมในเรื่อง สูตรสำเร็จคือ แนนโน๊ะโผล่มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แนะนำตัว "เราชื่อแนนโน๊ะนะ เป็นเด็กใหม่" (ตรงนี้เข้าใจได้ คือพยายามรักษากิมมิคของแนนโน๊ะ) หลังจากนั้นแนนโน๊ะก็จะเริ่มป่วน เริ่มจัดการตัวร้ายในแต่ละตอน ซึ่งบางทีคนดูยังไม่รู้เลยว่าไอ้ตัวร้ายมันผิดอะไร มันไปทำอะไรมา หรือมันมีแรงจูงใจอะไรมันถึงได้เป็นคนไม่ดี แต่มันก็โดนแนนโน๊ะแซะ โดนแนนโน๊ะป่วนแล้ว
2. Tie-in เกินพอดี
- ซีรีย์หลายๆเรื่อง มักจะแฝงการ Tie-in เข้ามาอยู่แล้ว อย่างซีรีย์เกาหลีดังๆ ก็มักจะมีฉากเข้าร้าน Subway หรือยกน้ำขึ้นมากระดกเล็กๆน้อยๆ ทำให้ดูธรรมชาติ ไม่ขัดตา แต่กับซีรีย์เด็กใหม่ มักจะยัดสินค้าเข้ามาแบบโจ่งแจ้ง ดูก็รู้เลยว่าต้องการขายอะไร
ทำให้รู้สึกเหมือนดูโฆษณามากกว่าดูซีรีย์
- การ Tie-in บางอย่างมันดูไม่สมเหตุสมผล และขายบ่อยจนรู้สึกรำคาญ ขอยกตัวอย่างในตอนที่ 2 พยายาม Tie-in เครื่องดื่ม โดยให้แนนโน๊ะดื่มเยอะๆ เพื่อจะได้ปวดฉี่แล้วไปเข้าห้องน้ำ แต่ดื่มหมดเป็นแพ็คก็ยังไม่ปวด คนปกติที่ไหนเขาจะดื่มทีเดียวหมดแพ็คอะ และยิ่งตอนจบ คือขายของชัดเจนมาก และมันไม่เหมาะสมสุดๆเลย ขอไม่ลงรายละเอียดตรงนี้เยอะนะครับ เพราะมันเป็นดราม่าหนักอยู่
.
มันไม่ได้แค่ขายของ แต่มัน “ดึงคนดูออกจากเรื่อง” ทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น
3. ความพยายามที่จะเป็นแนนโน๊ะ
- อย่างที่บอกไปครับ ไม่ใช่ว่าคุณเบคกี้ไม่เหมาะกับบทแนนโน๊ะ เธอแสดงได้ดี มีความจิตๆ เข้าถึงอารมณ์ตัวละครได้ดี แต่บทมันไม่ส่ง ไม่รู้ว่าถูกบรีฟอะไรมา เหมือนจะพยายามแสดงเป็นแนนโน๊ะในเวอร์ชั่นของคุณชิชามากไป เนื่องจากหลายๆอย่างมันทำไม่ถึง เราจึงโทษนักแสดงอย่างเดียวไม่ได้ บางทีนักแสดงอาจจะเหมาะแล้ว แต่บทมันไม่ไหว ต่อให้คนเก่ากลับมาแสดง ผลลัพธ์อาจจะไม่ต่างจากตอนนี้ก็ได้
- ปัญหาคือ ซีรีย์พยายามจะ
“เป็นแนนโน๊ะคนเดิม” แต่ในขณะเดียวกันก็
“ตีความใหม่” การกระทำในเรื่องดูไม่มีชั้นเชิง คนที่เคยดูภาคเก่ามาจะรู้เลยครับว่าแนนโน๊ะนี่คือ ตัวแทนของ กรรม (Karma) เธอจะเสนอโอกาสในการทำชั่วให้คนอื่น แต่ไม่เคยบังคับให้ใครทำชั่ว สุดท้ายมนุษย์จะเลือกทำเอง ใน The Reset นี้ จะมีบางตอนที่แนนโน๊ะไม่ได้รอดูผลกรรมที่คนคนนั้นจะได้รับ เธอกลับลงมือทำบางอย่าง บางคนอาจจะมองว่าเป็นข้อดีก็ได้ เพราะนี่คือการตีความใหม่ แต่เพราะการกระทำของแนนโน๊ะมันดูไม่มีเหตุผล มันเลยดูเป็นการทำเพื่อความสะใจ เหมือนกลายเป็นแนนโน๊ะที่ผสมกับยูริในภาคเก่า ที่เน้นแก้แค้น
.
จาก “กรรมที่เดินได้” กลายเป็น “ผู้กระทำ”
จากที่ติมาทั้งหมดนี้ ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ซีรีย์นี้ก็ยังมีข้อดีอยู่ อย่างแรกต้องชมนักแสดงหลักที่พยายามสุดๆแล้ว หลายคนอาจจะบอกว่าคุณเบคกี้เอาบทไม่อยู่ แต่ผมกลับมองว่า บทแบบนี้ จะเป็นใครก็เอาไม่อยู่หรอก และเหล่านักแสดงสมทบคนอื่นๆ คือนักแสดงทุกคนแสดงดีมากๆนะ ทั้งบทฮา บทน่าหมันไส้ ดูแล้วมีอารมณ์ร่วมตามเลย บางคนน่าสงสาร บางคนก็น่าสมน้ำหน้า
สิ่งที่ดีที่สุดในซีรีย์นี้(สำหรับผม) คือ คุณ
เจนเย่ คนนี้ขอแยกออกมาเลย เพราะความชอบส่วนตัวล้วนๆ ไม่ว่าบทจะมืดมนแค่ไหน คุณเจนเย่ก็ยังส่องสว่างอยู่เสมอ แล้วถ้าสังเกตดีๆ ซีรีย์จะมีการเลือกใช้ซาวด์เพลงธีมคล้ายกับเรื่อง Wednesday ทำให้ดูลึกลับ ลุ้นระทึกมากขึ้น และสุดท้ายที่อยากชมคือ "
สกาย" ที่ดูเหมือนจะเป็นพระเอกของเรื่อง หลายคนอาจจะไม่ชอบตัวละครนี้...ผมก็ไม่ชอบครับ แต่การมีตัวละครนี้ ทำให้เนื้อเรื่องมันดูมีอะไรมากขึ้น การที่มีคนที่รู้ตัวตนแนนโน๊ะ คนที่รู้ว่าแนนโน๊ะจะทำอะไร จะไปที่ไหน คนที่แนนโน๊ะยอมให้รู้ทุกอย่าง มันทำให้เรื่องดูมีมิติมากขึ้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้แต่ก็นะ...สุดท้ายแม่มเอาสกายมาฆ่า
โคตรแย่...
แล้วแบบนี้เท่ากับว่าแนนโน๊ะสร้างกรรมด้วยตัวเองไหม?
สุดท้ายแล้ว ถ้าถามว่า เด็กใหม่ The Reset “ห่วยจริงไหม?”
สำหรับผม…มันไม่ถึงกับดูไม่ได้ แต่มันคือซีรีย์ที่ “ควรจะดีกว่านี้ได้มาก” ไม่ใช่เพราะภาคเก่าทำไว้ดีมาก คุณเลยต้องดีตาม
แต่เพราะคุณมีวัตถุดิบที่ดีมากๆแล้ว คุณกลับไม่รู้จักวิธีปรุงมัน
เลยกลายเป็นเมนูที่ “หน้าตาดี แต่รสชาติไม่ถึง”
แล้วสำหรับคุณล่ะ คิดว่า “ห่วยจริง?” หรือมัน “โดนด่าเกินจริง?” แล้วให้คะแนนกันเท่าไหร่?
เครดิตภาพ: เพจ Netflix (Facebook)
เด็กใหม่ The Reset ห่วยจริงเหรอ? [มีสปอยล์]
"เข้าใจทุกคำด่าทันที"
ความคิดเห็นส่วนตัวก่อนดู
- ด้วยความที่เป็นแฟนคลับเรื่องนี้ รู้สึกตื่นเต้นมาก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกกังวลนิดๆ เพราะซีรีย์ภาคเก่าที่คุณ ชิชา อมาตยกุล(คิตตี้) รับบทแนนโน๊ะ แสดงไว้ได้ดีมากๆ คือถ้าพูดถึงแนนโน๊ะภาพจำจะเป็นคุณชิชาลอยขึ้นมาเลย เลยกลัวใจตัวเองจะอคติกับภาคใหม่
ความคิดเห็นส่วนตัวหลังดู
- สิ่งที่กังวลก่อนดูมันได้เกิดขึ้นจริงๆ บอกเลยว่าคุณรีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง(เบคกี้) เล่นได้ดีนะ สวย น่ารัก ไม่ได้ติดอะไรเลยที่เธอเข้ามารับบทแนนโน๊ะ แต่บทมันห่วยจริงๆ ห่วยจนนักแสดงเอาไม่อยู่ ทำให้ภาพรวมมันออกมาดูกลางๆ ค่อนไปทางแย่เลยด้วย
และนี่คือ 3 จุดหลัก ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้ไปไม่ถึงฝั่ง
1. บทพัง + การเล่าเรื่องธรรมดา
- ส่วนสำคัญที่ทำให้หนังหรือซีรีย์มันออกมาดีหรือห่วยก็คือ "บท" และหลายคนที่ได้รับชมซีรีย์เรื่องนี้ไปแล้วก็พูดเป็นเสียงเดียวกันบ้างว่าบทมันห่วย/แย่/บ้ง/เดาง่าย/ไร้รสนิยม/เบียว เรียกได้ว่าหาคำชมให้บทไม่ได้เลย ก่อนเริ่มดู ผมก็คิดว่า"มันจะขนาดนั้นเลยเหรอ คนที่รีวิวอคติกันหรือเปล่า?" หลังดูก็เข้าใจทุกอย่างเลยครับ บทห่วยที่ว่าคือบทมันไม่มีอะไรเลย ไม่มีความสมเหตุสมผล เปิดปมมาน่าสนใจ แต่ไม่สานต่อ กลับตัดจบดื้อๆ บางสิ่งที่ตัวละครทำไปมันดูไร้ตรรกะ บทพูดก็มีความเบียว ไม่สมจริงอะ เหมือนพูดเอาซีน พูดเอาเท่ คือในชีวิตจริงมันคงไม่มีใครมาพูดอะไรแบบนี้ เข้าใจครับว่ามันเป็นหนัง ไม่ต้องสมจริงทุกอย่าง แต่บทพูดที่มันดูเรียลๆ มันก็ทำให้หนังออกมาสมจริงและน่าติดตามขึ้นนะ และจุดพีคก็แทบไม่มี กำลังจะพีคก็ดรอปลง ดูไปแล้วมีแต่คำถามในหัว "ทำไปทำไม ทำเพื่ออะไร" และที่แย่คือ…ซีรีย์ก็ไม่เคยตอบคำถามนั้นเลย
- การเล่าเรื่องหรือการนำเสนอก็มีอยู่ไม่กี่รูปแบบ ซีรีย์ทั้ง 6 ตอนแทบจะเล่าสไตล์เดียวกันทุกตอนเลย แค่เปลี่ยนปมในเรื่อง สูตรสำเร็จคือ แนนโน๊ะโผล่มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แนะนำตัว "เราชื่อแนนโน๊ะนะ เป็นเด็กใหม่" (ตรงนี้เข้าใจได้ คือพยายามรักษากิมมิคของแนนโน๊ะ) หลังจากนั้นแนนโน๊ะก็จะเริ่มป่วน เริ่มจัดการตัวร้ายในแต่ละตอน ซึ่งบางทีคนดูยังไม่รู้เลยว่าไอ้ตัวร้ายมันผิดอะไร มันไปทำอะไรมา หรือมันมีแรงจูงใจอะไรมันถึงได้เป็นคนไม่ดี แต่มันก็โดนแนนโน๊ะแซะ โดนแนนโน๊ะป่วนแล้ว
2. Tie-in เกินพอดี
- ซีรีย์หลายๆเรื่อง มักจะแฝงการ Tie-in เข้ามาอยู่แล้ว อย่างซีรีย์เกาหลีดังๆ ก็มักจะมีฉากเข้าร้าน Subway หรือยกน้ำขึ้นมากระดกเล็กๆน้อยๆ ทำให้ดูธรรมชาติ ไม่ขัดตา แต่กับซีรีย์เด็กใหม่ มักจะยัดสินค้าเข้ามาแบบโจ่งแจ้ง ดูก็รู้เลยว่าต้องการขายอะไร ทำให้รู้สึกเหมือนดูโฆษณามากกว่าดูซีรีย์
- การ Tie-in บางอย่างมันดูไม่สมเหตุสมผล และขายบ่อยจนรู้สึกรำคาญ ขอยกตัวอย่างในตอนที่ 2 พยายาม Tie-in เครื่องดื่ม โดยให้แนนโน๊ะดื่มเยอะๆ เพื่อจะได้ปวดฉี่แล้วไปเข้าห้องน้ำ แต่ดื่มหมดเป็นแพ็คก็ยังไม่ปวด คนปกติที่ไหนเขาจะดื่มทีเดียวหมดแพ็คอะ และยิ่งตอนจบ คือขายของชัดเจนมาก และมันไม่เหมาะสมสุดๆเลย ขอไม่ลงรายละเอียดตรงนี้เยอะนะครับ เพราะมันเป็นดราม่าหนักอยู่
.
มันไม่ได้แค่ขายของ แต่มัน “ดึงคนดูออกจากเรื่อง” ทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น
3. ความพยายามที่จะเป็นแนนโน๊ะ
- อย่างที่บอกไปครับ ไม่ใช่ว่าคุณเบคกี้ไม่เหมาะกับบทแนนโน๊ะ เธอแสดงได้ดี มีความจิตๆ เข้าถึงอารมณ์ตัวละครได้ดี แต่บทมันไม่ส่ง ไม่รู้ว่าถูกบรีฟอะไรมา เหมือนจะพยายามแสดงเป็นแนนโน๊ะในเวอร์ชั่นของคุณชิชามากไป เนื่องจากหลายๆอย่างมันทำไม่ถึง เราจึงโทษนักแสดงอย่างเดียวไม่ได้ บางทีนักแสดงอาจจะเหมาะแล้ว แต่บทมันไม่ไหว ต่อให้คนเก่ากลับมาแสดง ผลลัพธ์อาจจะไม่ต่างจากตอนนี้ก็ได้
- ปัญหาคือ ซีรีย์พยายามจะ “เป็นแนนโน๊ะคนเดิม” แต่ในขณะเดียวกันก็ “ตีความใหม่” การกระทำในเรื่องดูไม่มีชั้นเชิง คนที่เคยดูภาคเก่ามาจะรู้เลยครับว่าแนนโน๊ะนี่คือ ตัวแทนของ กรรม (Karma) เธอจะเสนอโอกาสในการทำชั่วให้คนอื่น แต่ไม่เคยบังคับให้ใครทำชั่ว สุดท้ายมนุษย์จะเลือกทำเอง ใน The Reset นี้ จะมีบางตอนที่แนนโน๊ะไม่ได้รอดูผลกรรมที่คนคนนั้นจะได้รับ เธอกลับลงมือทำบางอย่าง บางคนอาจจะมองว่าเป็นข้อดีก็ได้ เพราะนี่คือการตีความใหม่ แต่เพราะการกระทำของแนนโน๊ะมันดูไม่มีเหตุผล มันเลยดูเป็นการทำเพื่อความสะใจ เหมือนกลายเป็นแนนโน๊ะที่ผสมกับยูริในภาคเก่า ที่เน้นแก้แค้น
.
จาก “กรรมที่เดินได้” กลายเป็น “ผู้กระทำ”
จากที่ติมาทั้งหมดนี้ ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ซีรีย์นี้ก็ยังมีข้อดีอยู่ อย่างแรกต้องชมนักแสดงหลักที่พยายามสุดๆแล้ว หลายคนอาจจะบอกว่าคุณเบคกี้เอาบทไม่อยู่ แต่ผมกลับมองว่า บทแบบนี้ จะเป็นใครก็เอาไม่อยู่หรอก และเหล่านักแสดงสมทบคนอื่นๆ คือนักแสดงทุกคนแสดงดีมากๆนะ ทั้งบทฮา บทน่าหมันไส้ ดูแล้วมีอารมณ์ร่วมตามเลย บางคนน่าสงสาร บางคนก็น่าสมน้ำหน้า สิ่งที่ดีที่สุดในซีรีย์นี้(สำหรับผม) คือ คุณเจนเย่ คนนี้ขอแยกออกมาเลย เพราะความชอบส่วนตัวล้วนๆ ไม่ว่าบทจะมืดมนแค่ไหน คุณเจนเย่ก็ยังส่องสว่างอยู่เสมอ แล้วถ้าสังเกตดีๆ ซีรีย์จะมีการเลือกใช้ซาวด์เพลงธีมคล้ายกับเรื่อง Wednesday ทำให้ดูลึกลับ ลุ้นระทึกมากขึ้น และสุดท้ายที่อยากชมคือ "สกาย" ที่ดูเหมือนจะเป็นพระเอกของเรื่อง หลายคนอาจจะไม่ชอบตัวละครนี้...ผมก็ไม่ชอบครับ แต่การมีตัวละครนี้ ทำให้เนื้อเรื่องมันดูมีอะไรมากขึ้น การที่มีคนที่รู้ตัวตนแนนโน๊ะ คนที่รู้ว่าแนนโน๊ะจะทำอะไร จะไปที่ไหน คนที่แนนโน๊ะยอมให้รู้ทุกอย่าง มันทำให้เรื่องดูมีมิติมากขึ้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
สุดท้ายแล้ว ถ้าถามว่า เด็กใหม่ The Reset “ห่วยจริงไหม?”
สำหรับผม…มันไม่ถึงกับดูไม่ได้ แต่มันคือซีรีย์ที่ “ควรจะดีกว่านี้ได้มาก” ไม่ใช่เพราะภาคเก่าทำไว้ดีมาก คุณเลยต้องดีตาม
แต่เพราะคุณมีวัตถุดิบที่ดีมากๆแล้ว คุณกลับไม่รู้จักวิธีปรุงมัน
เลยกลายเป็นเมนูที่ “หน้าตาดี แต่รสชาติไม่ถึง”
แล้วสำหรับคุณล่ะ คิดว่า “ห่วยจริง?” หรือมัน “โดนด่าเกินจริง?” แล้วให้คะแนนกันเท่าไหร่?