ท่าหันหลัง นอนกระโดดผ่านไม้กั้น
ถ้าจีนทำได้ และ กระโดดได้สูงกว่ามนุษย์
แสดงว่า ศักยภาพของหุ่นยนต์เกินขีดจำกัดของมนุษย์แล้ว
อีกหน่อย กองทัพ คงไม่ใช้คนจริงๆ
ต้นทุนตัวละล้าน ผลิตสักแสนตัว แสนล้านบาท เทียบกับ GDP ของจีนแล้ว จิ๊บๆ มาก
แต่จะเป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่สุดๆ
>>นิยามของสติ ในทางพุทธคือ การระลึกรู้ตัวว่ากำลังจะทำอะไร ผลเป็นอย่างไร
ส่วนสัมปชัญญะ คือ การรู้ตัวทั่วพร้อม ขณะกระทำ
การที่หุ่นยนต์ตีลังกา ก่อนหน้านั้นเพียงเสี้ยววินาที มันจะคำนวณว่า พื้นข้างหน้าเป็นอย่างไร ต้องวางเท้าท่าไหนจึงจะไม่ล้ม
แสดงว่า มันมีสตินะ
หลังจากนั้นมันจะวางมุมเท้าและท่าทางขณะตีไปตามที่สติกำหนด นั่นแสดงว่า มันมีสัมปชัญญะด้วย
หุ่นยนต์ตีปิงปองก็เหมือนกัน มันไม่ได้ตีมั่ว ก่อนยกไม้มันคำนวณมุมของลูก และแรงที่ควรตีกลับในเสี้ยววินาที
หลังจากนั้น มันค่อยจัดท่าทางไปตามที่คำนวณไว้
นี่ถ้ามันพัฒนายิ่งกว่านี้ จะกลายเป็นว่า หุ่นยนต์มีสติ สัมปชัญญะ
แล้วที่บอกว่า เจตสิก มีเฉพาะในสิ่งมีชีวิตเท่านั้น ก็ผิดน่ะสิ
คิดว่า จีนจะผลิตหุ่นยนต์ กระโดดสูง ท่าแบบโอลิมปิกได้ไหม ในเมื่อมีหุ่นยนต์ตีลังกาได้แล้ว อีกหน่อยมันต้องมีสติแน่เลย
ถ้าจีนทำได้ และ กระโดดได้สูงกว่ามนุษย์
แสดงว่า ศักยภาพของหุ่นยนต์เกินขีดจำกัดของมนุษย์แล้ว
อีกหน่อย กองทัพ คงไม่ใช้คนจริงๆ
ต้นทุนตัวละล้าน ผลิตสักแสนตัว แสนล้านบาท เทียบกับ GDP ของจีนแล้ว จิ๊บๆ มาก
แต่จะเป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่สุดๆ
>>นิยามของสติ ในทางพุทธคือ การระลึกรู้ตัวว่ากำลังจะทำอะไร ผลเป็นอย่างไร
ส่วนสัมปชัญญะ คือ การรู้ตัวทั่วพร้อม ขณะกระทำ
การที่หุ่นยนต์ตีลังกา ก่อนหน้านั้นเพียงเสี้ยววินาที มันจะคำนวณว่า พื้นข้างหน้าเป็นอย่างไร ต้องวางเท้าท่าไหนจึงจะไม่ล้ม
แสดงว่า มันมีสตินะ
หลังจากนั้นมันจะวางมุมเท้าและท่าทางขณะตีไปตามที่สติกำหนด นั่นแสดงว่า มันมีสัมปชัญญะด้วย
หุ่นยนต์ตีปิงปองก็เหมือนกัน มันไม่ได้ตีมั่ว ก่อนยกไม้มันคำนวณมุมของลูก และแรงที่ควรตีกลับในเสี้ยววินาที
หลังจากนั้น มันค่อยจัดท่าทางไปตามที่คำนวณไว้
นี่ถ้ามันพัฒนายิ่งกว่านี้ จะกลายเป็นว่า หุ่นยนต์มีสติ สัมปชัญญะ
แล้วที่บอกว่า เจตสิก มีเฉพาะในสิ่งมีชีวิตเท่านั้น ก็ผิดน่ะสิ