❝ จุดเป็นจุดตายพรรคประชาชน
ผ่านไม่ได้ก็แค่ตาย
บทพิสูจน์ว่ายังคู่ควรกับการเป็น
'พรรคที่เป็นความหวัง' ของสังคมไทยอย่างแท้จริงหรือไม่ ❞
.
ในขณะที่ฝ่ายค้านกำลังถูกนิติสงครามล้อมคอกจนเมาหมัด
.
หันไปมองฝั่งรัฐบาลเองก็ดูจะรับมือกับวิกฤตปากท้องของประชาชนได้ไม่ทันท่วงที ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและวิกฤตพลังงานที่ถาโถม
.
ประเด็นนี้ ช่อ พรรณิการ์ วานิช จากคณะก้าวหน้า ได้สะท้อนภาพไว้ผ่านรายการ The Politics เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ว่า “ช่วงนี้เนี่ยก็คงจะต้องช่วยกันกดดันนะคะ ประเทศนี้ขับเคลื่อนด้วยการด่าเนี่ยไม่เกินจริง ก็ช่วยกันกดดันว่ารัฐบาลอย่านิ่งนอนใจ ราคาน้ำมันขึ้นไปขนาดนี้ ค่าครองชีพขึ้นไปขนาดนี้เนี่ย ต้องมีมาตรการออกมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้แล้ว”
.
ในยามที่รัฐบาลสุขนิยมมุ่งเดินหน้าแต่จะ “มู” และทำงานแบบรอโดนด่า ส่วนฝ่ายค้านก็ถูกกติกาจ้องเล่นงานจนสูญเสียความกล้า พรรคประชาชนจึงกำลังยืนอยู่บน “ทางสองแพร่ง” และต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งถือเป็น “จุดเป็นจุดตาย” ของพรรคอย่างแท้จริง
.
โดย ช่อ พรรณิการ์ ได้กล่าวเตือนสติพลพรรคสีส้มไว้สำหรับในเวลานี้ว่า “3 อย่างนี้ชัดเจน คือเรื่องหยุดปฏิบัติชัดเจน กรรมการบริหารชุดใหม่เข้าสู่การบริหาร แล้วเป็นสมัยสภาที่เราก็จะได้เห็นฝีไม้ลายมือของ ส.ส.ชัดเจน ไม่ได้บอกว่าจะดีแน่นอน แต่เอาเป็นว่ามันก็เป็นจุดเป็นจุดตาย ถ้าผ่าน 3 อย่างนี้แล้วพรรคประชาชนยังไม่สามารถทำตามมาตรฐานที่สูงของตัวเองได้ ซึ่งประชาชนคาดหวังไว้สูง คุณก็ตายแค่นั้นเอง”
.
“ถ้าเกิดผ่านพ้นทั้งหมดนี้ไปแล้ว แล้วคุณยังถีบตัวเองขึ้นมาอยู่ในมาตรฐานที่ประชาชนคาดหวังไม่ได้ คุณก็พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าคุณอาจจะไม่ใช่พรรคที่เป็นความหวังของผู้คน”
.
◤จากนี้ไปจึงเป็นช่วงเวลาชี้ชะตาว่าพรรคส้มจะเลือกจมอยู่กับอาการเมาหมัด หรือจะสลัดความกลัวแล้วถีบตัวเองขึ้นมาพิสูจน์ฝีมือ
.
เพราะต้องไม่ลืมเด็ดขาดว่า สถานะของพรรคประชาชนในวันนี้ ไม่ใช่พรรคหน้าใหม่ที่เพิ่งตั้งไข่ แต่คือ “พรรคการเมืองอันดับสอง” ที่กำเสียงในสภาไว้กว่า 120 เสียง พ่วงด้วยตำแหน่งสำคัญอย่าง “พรรคแกนนำฝ่ายค้าน”
.
และที่สำคัญที่สุดเบื้องหลังเก้าอี้ในสภาทุกตัว คือคะแนนความไว้วางใจจากประชาชนนับล้านๆ เสียง ที่ตัดสินใจกากบาทเลือกเข้ามา และยังคงเฝ้ารอคอยให้ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียง ตรวจสอบรัฐบาล และยืนหยัดชนกับโครงสร้างอย่างเต็มภาคภูมิ
.
◤วิกฤตจากนิติสงครามครั้งนี้อาจดูโหดร้าย แต่มันก็คือเบ้าหลอมชั้นดีที่จะพิสูจน์จุดยืนของพรรคประชาชน
.
หากพวกเขาสามารถก้าวข้ามจุดเป็นจุดตายนี้ไปได้ ด้วยการกู้ฟอร์มเดิมกลับมาทำงานให้คุ้มค่ากับทุกคะแนนเสียงที่ฝากความหวังไว้ นิติสงครามที่หวังจะกวาดล้าง ก็จะกลายเป็นเพียงแรงผลักดันที่ทำให้รากฐานของพรรคแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
.
และเมื่อถึงวันนั้น ก็จะได้พิสูจน์ให้ประจักษ์ว่า ท่ามกลางกติกาที่บิดเบี้ยว พวกเขายังคงคู่ควรกับการเป็น “พรรคที่เป็นความหวัง” ของสังคมไทยอย่างแท้จริงหรือไม่
⸻
จริยธรรมและทางสองแพร่ง เดิมพัน 120 เสียงพรรคส้ม สู้แค่ตายหรือยอมหมอบ?
https://www.matichon.co.th/weekly/deep/article_891552
https://www.facebook.com/share/p/1Co9jysHk8/
❝ ปิยบุตร นิยามว่า
พรรคประชาชนกำลังเผชิญกับ
ภาวะ ‘2 น้อยไป 2 มากไป’
เดิมพัน 120 เสียงพรรคส้ม
สู้แค่ตายหรือยอมหมอบ? ❞
.
ปิยบุตร กล่าวว่า ภาวะ “2 น้อยไป 2 มากไป” คือเริ่มสู้รบน้อยไป ไม่กล้ายืนหยัดชนกับโครงสร้างเหมือนในอดีต แต่ดันเป็นราชการมากไป หมกมุ่นอยู่กับงานสภาและงานรูทีนรายวัน จนเผลอยอมจำนนให้ “ความผิดปกติ” ของกติกากลายเป็น “ความปกติใหม่” ไปโดยไม่รู้ตัว
.
ทั้งนี้ จากการอภิปรายของฝ่ายค้านพรรคประชาชนเมื่อช่วงการแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
.
◤ ภาพรวมคงต้องใช้คำว่า
“ออกสตาร์ตได้ค่อนข้างเนือย”
.
อาจเพราะอาการเมาหมัดอย่างที่ใครพูดถึงกัน โดยเฉพาะฟอร์มของ เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน ที่มีช็อตดราม่าไปพาดพิงพรรคเพื่อไทยกลางสภาว่า “ยอมขายวิญญาณตัวเอง” เพื่อเข้าร่วมรัฐบาล
.
จริงอยู่ที่การปะทะคารมหรือความเห็นต่างจะเป็นเรื่องธรรมดาในระบบรัฐสภา แต่ในช่วงจังหวะที่ประเทศกำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน วิกฤตพลังงานจากตะวันออกกลางกำลังลุกลามกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ หลายฝ่ายเลยอดรู้สึกไม่ได้ว่าช็อตนี้ของผู้นำฝ่ายค้านดูจะ”ผิดคิว” ไปสักนิด
.
เพราะสปอตไลต์ของประชาชนส่วนใหญ่ พุ่งเป้าไปที่การรอฟาดการทำงานของพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะการบริหารจัดการวิกฤตน้ำมัน มากกว่าการมานั่งฟังวาทกรรมสาดโคลนทางการเมือง
.
มิหนำซ้ำในสภายังต้องมาเจอของแข็งอย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่รอบนี้กลับมาโชว์ฟอร์มฝ่ายค้านตัวพ่อ
.
◤ กลายเป็นว่าตอนนี้พรรคส้มกำลังถูกกระหนาบทั้งจากภูมิใจไทยในฐานะรัฐบาล และประชาธิปัตย์ในฐานะคู่แข่งฝ่ายค้านที่พร้อมแย่งซีนตลอดเวลา
.
◤ นั่นคือศึกในสภา แต่ศึกนอกสภาที่สั่นคลอนพรรคประชาชนยิ่งกว่าคือ “นิติสงคราม” จากกรณีที่ ป.ป.ช.ยื่นศาลฎีกาฟัน 44 ส.ส. ปมเข้าชื่อเสนอแก้ไข ม.112 ซึ่งการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงครั้งนี้ โทษของมันไม่ใช่แค่การจับไปพักข้างสนามแต่มันคือ “การประหารชีวิตทางการเมือง” ตัดสิทธิ์กันตลอดชีวิต
.
และที่เขย่าขวัญที่สุดคือ มันอาจเป็นสารตั้งต้นลามไปถึงขั้น “ยุบพรรคประชาชน” ตามมาอีกระลอก
⸻
จริยธรรมและทางสองแพร่ง เดิมพัน 120 เสียงพรรคส้ม สู้แค่ตายหรือยอมหมอบ?
https://www.matichon.co.th/weekly/deep/article_891552
https://www.facebook.com/share/p/1GmqPtV9Sf/
จริยธรรมและทางสองแพร่ง เดิมพัน 120 เสียงพรรคส้ม สู้แค่ตายหรือยอมหมอบ?
ผ่านไม่ได้ก็แค่ตาย
บทพิสูจน์ว่ายังคู่ควรกับการเป็น
'พรรคที่เป็นความหวัง' ของสังคมไทยอย่างแท้จริงหรือไม่ ❞
.
ในขณะที่ฝ่ายค้านกำลังถูกนิติสงครามล้อมคอกจนเมาหมัด
.
หันไปมองฝั่งรัฐบาลเองก็ดูจะรับมือกับวิกฤตปากท้องของประชาชนได้ไม่ทันท่วงที ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจและวิกฤตพลังงานที่ถาโถม
.
ประเด็นนี้ ช่อ พรรณิการ์ วานิช จากคณะก้าวหน้า ได้สะท้อนภาพไว้ผ่านรายการ The Politics เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 ว่า “ช่วงนี้เนี่ยก็คงจะต้องช่วยกันกดดันนะคะ ประเทศนี้ขับเคลื่อนด้วยการด่าเนี่ยไม่เกินจริง ก็ช่วยกันกดดันว่ารัฐบาลอย่านิ่งนอนใจ ราคาน้ำมันขึ้นไปขนาดนี้ ค่าครองชีพขึ้นไปขนาดนี้เนี่ย ต้องมีมาตรการออกมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้แล้ว”
.
ในยามที่รัฐบาลสุขนิยมมุ่งเดินหน้าแต่จะ “มู” และทำงานแบบรอโดนด่า ส่วนฝ่ายค้านก็ถูกกติกาจ้องเล่นงานจนสูญเสียความกล้า พรรคประชาชนจึงกำลังยืนอยู่บน “ทางสองแพร่ง” และต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งถือเป็น “จุดเป็นจุดตาย” ของพรรคอย่างแท้จริง
.
โดย ช่อ พรรณิการ์ ได้กล่าวเตือนสติพลพรรคสีส้มไว้สำหรับในเวลานี้ว่า “3 อย่างนี้ชัดเจน คือเรื่องหยุดปฏิบัติชัดเจน กรรมการบริหารชุดใหม่เข้าสู่การบริหาร แล้วเป็นสมัยสภาที่เราก็จะได้เห็นฝีไม้ลายมือของ ส.ส.ชัดเจน ไม่ได้บอกว่าจะดีแน่นอน แต่เอาเป็นว่ามันก็เป็นจุดเป็นจุดตาย ถ้าผ่าน 3 อย่างนี้แล้วพรรคประชาชนยังไม่สามารถทำตามมาตรฐานที่สูงของตัวเองได้ ซึ่งประชาชนคาดหวังไว้สูง คุณก็ตายแค่นั้นเอง”
.
“ถ้าเกิดผ่านพ้นทั้งหมดนี้ไปแล้ว แล้วคุณยังถีบตัวเองขึ้นมาอยู่ในมาตรฐานที่ประชาชนคาดหวังไม่ได้ คุณก็พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าคุณอาจจะไม่ใช่พรรคที่เป็นความหวังของผู้คน”
.
◤จากนี้ไปจึงเป็นช่วงเวลาชี้ชะตาว่าพรรคส้มจะเลือกจมอยู่กับอาการเมาหมัด หรือจะสลัดความกลัวแล้วถีบตัวเองขึ้นมาพิสูจน์ฝีมือ
.
เพราะต้องไม่ลืมเด็ดขาดว่า สถานะของพรรคประชาชนในวันนี้ ไม่ใช่พรรคหน้าใหม่ที่เพิ่งตั้งไข่ แต่คือ “พรรคการเมืองอันดับสอง” ที่กำเสียงในสภาไว้กว่า 120 เสียง พ่วงด้วยตำแหน่งสำคัญอย่าง “พรรคแกนนำฝ่ายค้าน”
.
และที่สำคัญที่สุดเบื้องหลังเก้าอี้ในสภาทุกตัว คือคะแนนความไว้วางใจจากประชาชนนับล้านๆ เสียง ที่ตัดสินใจกากบาทเลือกเข้ามา และยังคงเฝ้ารอคอยให้ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียง ตรวจสอบรัฐบาล และยืนหยัดชนกับโครงสร้างอย่างเต็มภาคภูมิ
.
◤วิกฤตจากนิติสงครามครั้งนี้อาจดูโหดร้าย แต่มันก็คือเบ้าหลอมชั้นดีที่จะพิสูจน์จุดยืนของพรรคประชาชน
.
หากพวกเขาสามารถก้าวข้ามจุดเป็นจุดตายนี้ไปได้ ด้วยการกู้ฟอร์มเดิมกลับมาทำงานให้คุ้มค่ากับทุกคะแนนเสียงที่ฝากความหวังไว้ นิติสงครามที่หวังจะกวาดล้าง ก็จะกลายเป็นเพียงแรงผลักดันที่ทำให้รากฐานของพรรคแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
.
และเมื่อถึงวันนั้น ก็จะได้พิสูจน์ให้ประจักษ์ว่า ท่ามกลางกติกาที่บิดเบี้ยว พวกเขายังคงคู่ควรกับการเป็น “พรรคที่เป็นความหวัง” ของสังคมไทยอย่างแท้จริงหรือไม่
⸻
จริยธรรมและทางสองแพร่ง เดิมพัน 120 เสียงพรรคส้ม สู้แค่ตายหรือยอมหมอบ?
https://www.matichon.co.th/weekly/deep/article_891552
https://www.facebook.com/share/p/1Co9jysHk8/
❝ ปิยบุตร นิยามว่า
พรรคประชาชนกำลังเผชิญกับ
ภาวะ ‘2 น้อยไป 2 มากไป’
เดิมพัน 120 เสียงพรรคส้ม
สู้แค่ตายหรือยอมหมอบ? ❞
.
ปิยบุตร กล่าวว่า ภาวะ “2 น้อยไป 2 มากไป” คือเริ่มสู้รบน้อยไป ไม่กล้ายืนหยัดชนกับโครงสร้างเหมือนในอดีต แต่ดันเป็นราชการมากไป หมกมุ่นอยู่กับงานสภาและงานรูทีนรายวัน จนเผลอยอมจำนนให้ “ความผิดปกติ” ของกติกากลายเป็น “ความปกติใหม่” ไปโดยไม่รู้ตัว
.
ทั้งนี้ จากการอภิปรายของฝ่ายค้านพรรคประชาชนเมื่อช่วงการแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
.
◤ ภาพรวมคงต้องใช้คำว่า
“ออกสตาร์ตได้ค่อนข้างเนือย”
.
อาจเพราะอาการเมาหมัดอย่างที่ใครพูดถึงกัน โดยเฉพาะฟอร์มของ เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาชน ที่มีช็อตดราม่าไปพาดพิงพรรคเพื่อไทยกลางสภาว่า “ยอมขายวิญญาณตัวเอง” เพื่อเข้าร่วมรัฐบาล
.
จริงอยู่ที่การปะทะคารมหรือความเห็นต่างจะเป็นเรื่องธรรมดาในระบบรัฐสภา แต่ในช่วงจังหวะที่ประเทศกำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน วิกฤตพลังงานจากตะวันออกกลางกำลังลุกลามกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ หลายฝ่ายเลยอดรู้สึกไม่ได้ว่าช็อตนี้ของผู้นำฝ่ายค้านดูจะ”ผิดคิว” ไปสักนิด
.
เพราะสปอตไลต์ของประชาชนส่วนใหญ่ พุ่งเป้าไปที่การรอฟาดการทำงานของพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะการบริหารจัดการวิกฤตน้ำมัน มากกว่าการมานั่งฟังวาทกรรมสาดโคลนทางการเมือง
.
มิหนำซ้ำในสภายังต้องมาเจอของแข็งอย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่รอบนี้กลับมาโชว์ฟอร์มฝ่ายค้านตัวพ่อ
.
◤ กลายเป็นว่าตอนนี้พรรคส้มกำลังถูกกระหนาบทั้งจากภูมิใจไทยในฐานะรัฐบาล และประชาธิปัตย์ในฐานะคู่แข่งฝ่ายค้านที่พร้อมแย่งซีนตลอดเวลา
.
◤ นั่นคือศึกในสภา แต่ศึกนอกสภาที่สั่นคลอนพรรคประชาชนยิ่งกว่าคือ “นิติสงคราม” จากกรณีที่ ป.ป.ช.ยื่นศาลฎีกาฟัน 44 ส.ส. ปมเข้าชื่อเสนอแก้ไข ม.112 ซึ่งการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงครั้งนี้ โทษของมันไม่ใช่แค่การจับไปพักข้างสนามแต่มันคือ “การประหารชีวิตทางการเมือง” ตัดสิทธิ์กันตลอดชีวิต
.
และที่เขย่าขวัญที่สุดคือ มันอาจเป็นสารตั้งต้นลามไปถึงขั้น “ยุบพรรคประชาชน” ตามมาอีกระลอก
⸻
จริยธรรมและทางสองแพร่ง เดิมพัน 120 เสียงพรรคส้ม สู้แค่ตายหรือยอมหมอบ?
https://www.matichon.co.th/weekly/deep/article_891552
https://www.facebook.com/share/p/1GmqPtV9Sf/