สวัสดีค่ะ เราเป็นเด็ก TNI 69 ที่ผ่านการสอบชิงทุนรอบ 1 คณะบริหารธุรกินและเทคโนโลยีดิจิทัล และได้รับทุนการศึกษาลดค่าหน่วยกิต 50% นะคะ วันนี้ตั้งใจมาเขียนกระทู้รีวิวการสองชิงทุนและสอบสัมภาษณ์ เพื่อเป็นแนวทางให้คนที่จะมาสมัครปีหลังๆค่ะ (อยากเป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง เพราะตอนเราหาข้อมูลก็ค่อนข้างน้อยเหมือนกันค่ะ TT)
ตอนสมัคร ของเราไม่มี portfolio ก็เลยไม่ได้ใส่ไปด้วย แต่ถ้าใครมีแนะนำให้ใส่ไปเลยนะคะ แล้วก็เกรดของเราตอนสมัครคือ 3.07 ค่ะ แล้วตอนสมัครจะให้เลือกเอกได้สามอันดับเหมือน admission เลยค่ะ แต่ต้องเป็นในคณะเดียวกันนะคะ ถ้าสมมติว่าอยากเรียนบัญชีกับ JIB เหมือนเรางี้ ก็ต้องเลือกค่ะT^T
ตอนสัมภาษณ์ อาจารย์ของเอกที่เราเลือกไว้อันดับ 1 เป็นคนสัมภาษณ์เอง ตอนเริ่มมาเราก็แนะนำตัวแล้วก็พรีเซนต์ตัวเองไปเลยค่ะ อยากจะขายอะไรเกี่ยวกับตัวเราให้เขารู้ เพราะถ้าไม่พูดเขาก็อาจจะไม่ถามและไม่มีโอกาสได้บอกความเจ๋งของเราให้เขารู้ก็ได้ค่ะ ตัวอย่างของเรา เราก็แนะนำชื่อ-นามสกุล อายุ จบจากอะไรมา เคยทำอะไรมาบ้าง ส่วนตัวเคยเรียนด้านบริหารธุรกิจ-เศรษฐศาสตร์มาบ้าง เพราะฉะนั้นเราก็ขายตัวเองไปเลยค่ะ แล้วก็ขายไปเลยว่าเราเลือกคณะนี้เอกนี้เพราะอะไร หลังจากนั้นก็จะมีคำถามมาบ้างค่ะ เช่น ทำไมถึงสนใจในสถาบัน/คณะ/เอก ซึ่งน่าจะเป็นคำถามหลักที่โดนถามแน่ๆ เราก็บอกไปเลยค่ะว่าเราเคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมาบ้างแต่ต้องหยุดเรียนเพราะย้ายถิ่นฐานแล้วจับพลัดจับผลูได้ไปเรียนภาษาอื่นแทน แต่ก็ยังมีความรู้ฮิรางานะ/คาตาคานะอยู่ กับคันจิพื้นฐาน แล้วก็จะมีคำถามจิปาถะ เคยทำอะไรมาบ้าง บางคำถามก็อาจจะแอบๆดู mindset ของเราไม่ก็มุมมองต่อคณะ/เอกที่เลือก
แต่รวมๆก็คือ สัมภาษณ์ส่วนตัวเรามองว่าชิลค่ะ ไม่ได้เครียด ตื่นเต้นหรืออะไร แค่เน้นขายตัวเองไปด้วย เพื่อให้เขาเห็นว่าทำไมต้องเลือกเรา หรือทำไมเราต้องได้ทุนค่ะ
ตอนสอบข้อเขียน ถึงจะบอกว่าข้อเขียนแต่จริงๆเป็นช้อยส์ค่ะ ส่วนตัวมองว่าไม่ยาก คณะบริหารธุรกิจปีเรามีสอบสามวิชาคือ ภาษาอังกฤษ สังคม และคณิตศาสตร์ค่ะ
- ภาษาอังกฤษ ส่วนตัวเรามีพื้นฐานอังกฤษอยู่แล้วก็เลยชิลๆค่ะ เคยเห็นคนอื่นๆรีวิวข้อสอบบ้าง ที่บอกว่าคล้ายๆ a-level แต่ง่ายกว่า ส่วนตัวก็เห็นด้วยค่ะ
- สังคม เขาถามแค่เรื่องที่จำเป็นจริงๆเลยค่ะ ไม่ได้ถามเวิ่นเว้อ แต่ถามเรื่องที่เหมือนเป็นความรู้ที่จะได้ใช้ในการเรียนคณะบริหารธุรกิจจริงๆเลยค่ะ
- คณิตศาสตร์ ส่วนตัวเราไปเรียนม.ปลายที่ต่างประเทศมา เพระาฉะนั้นคณิตม.ปลายไทยเราจะไม่ค่อยแม่นค่ะ แต่ส่วนตัวก็มองว่าไม่ได้ยากมาก ถ้ามีพื้นฐานคณิตม.ปลายอยู่แล้วก็รอดค่ะ
แนวข้อสอบเหมือนทางเว็บไซต์ของสถาบันจะมีให้อยู่นะคะ ของทุกคณะเลย หรือทักไปขอกับทางเพจสถาบันโดยตรงเลยก็ได้ค่ะ
เรื่องการเตรียมตัว ของเราไม่ได้เตรียมตัวมากค่ะ ภาษาอังกฤษเราค่อนข้างแม่นอยู่แล้ว สังคมดูจากแนวข้อสอบคิดว่าไม่ยากมากก็เลยยอมรับว่าปล่อยชิลค่ะ ส่วนคณิตก็มีอ่านบ้าง เพราะเราต้องมาเรียนคณิตภาษาไทยใหม่ แต่เอาจริงถ้าเข้าใจโจทย์กับสมการก็โอเคค่ะ
ส่วนตัวยอมรับว่าเป็นคนชิลแล้วก็ค่อนข้างปล่อยจอยพอตัว วันสอบก็ออกก่อนเวลาทั้งสามวิชา แต่ถ้าเตรียมตัวดีๆแม่นๆน่าจะทำได้ดีกว่าเราแน่ๆค่ะ
เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ต้องการที่จะสอบชิงทุนของสถาบันนะคะ <3
**แล้วก็ วันสอบถ้าจำไม่ผิดจะมีการพูดอธิบายให้ผู้ปกครองฟังระหว่างรอนักเรียนสอบด้วยนะคะ ผู้ปกครองใครไปด้วยก็ไปนั่งฟังได้นะคะ ในบริเวณสถาบันก็มีร้านน้ำร้านข้าวด้วย อร่อยมากค่ะTT
ส่วนตัวเราไปคนเดียวก็เลยไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าเขาพูดอะไรบ้าง ไปเหงาๆทั้งวันสอบแล้วก็วันมอบตัวเลยค่ะ;-;
แชร์ประสบการณ์สอบชิงทุน TNI คณะบริหารธุรกิจ การบัญชี
ตอนสมัคร ของเราไม่มี portfolio ก็เลยไม่ได้ใส่ไปด้วย แต่ถ้าใครมีแนะนำให้ใส่ไปเลยนะคะ แล้วก็เกรดของเราตอนสมัครคือ 3.07 ค่ะ แล้วตอนสมัครจะให้เลือกเอกได้สามอันดับเหมือน admission เลยค่ะ แต่ต้องเป็นในคณะเดียวกันนะคะ ถ้าสมมติว่าอยากเรียนบัญชีกับ JIB เหมือนเรางี้ ก็ต้องเลือกค่ะT^T
ตอนสัมภาษณ์ อาจารย์ของเอกที่เราเลือกไว้อันดับ 1 เป็นคนสัมภาษณ์เอง ตอนเริ่มมาเราก็แนะนำตัวแล้วก็พรีเซนต์ตัวเองไปเลยค่ะ อยากจะขายอะไรเกี่ยวกับตัวเราให้เขารู้ เพราะถ้าไม่พูดเขาก็อาจจะไม่ถามและไม่มีโอกาสได้บอกความเจ๋งของเราให้เขารู้ก็ได้ค่ะ ตัวอย่างของเรา เราก็แนะนำชื่อ-นามสกุล อายุ จบจากอะไรมา เคยทำอะไรมาบ้าง ส่วนตัวเคยเรียนด้านบริหารธุรกิจ-เศรษฐศาสตร์มาบ้าง เพราะฉะนั้นเราก็ขายตัวเองไปเลยค่ะ แล้วก็ขายไปเลยว่าเราเลือกคณะนี้เอกนี้เพราะอะไร หลังจากนั้นก็จะมีคำถามมาบ้างค่ะ เช่น ทำไมถึงสนใจในสถาบัน/คณะ/เอก ซึ่งน่าจะเป็นคำถามหลักที่โดนถามแน่ๆ เราก็บอกไปเลยค่ะว่าเราเคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมาบ้างแต่ต้องหยุดเรียนเพราะย้ายถิ่นฐานแล้วจับพลัดจับผลูได้ไปเรียนภาษาอื่นแทน แต่ก็ยังมีความรู้ฮิรางานะ/คาตาคานะอยู่ กับคันจิพื้นฐาน แล้วก็จะมีคำถามจิปาถะ เคยทำอะไรมาบ้าง บางคำถามก็อาจจะแอบๆดู mindset ของเราไม่ก็มุมมองต่อคณะ/เอกที่เลือก
แต่รวมๆก็คือ สัมภาษณ์ส่วนตัวเรามองว่าชิลค่ะ ไม่ได้เครียด ตื่นเต้นหรืออะไร แค่เน้นขายตัวเองไปด้วย เพื่อให้เขาเห็นว่าทำไมต้องเลือกเรา หรือทำไมเราต้องได้ทุนค่ะ
ตอนสอบข้อเขียน ถึงจะบอกว่าข้อเขียนแต่จริงๆเป็นช้อยส์ค่ะ ส่วนตัวมองว่าไม่ยาก คณะบริหารธุรกิจปีเรามีสอบสามวิชาคือ ภาษาอังกฤษ สังคม และคณิตศาสตร์ค่ะ
- ภาษาอังกฤษ ส่วนตัวเรามีพื้นฐานอังกฤษอยู่แล้วก็เลยชิลๆค่ะ เคยเห็นคนอื่นๆรีวิวข้อสอบบ้าง ที่บอกว่าคล้ายๆ a-level แต่ง่ายกว่า ส่วนตัวก็เห็นด้วยค่ะ
- สังคม เขาถามแค่เรื่องที่จำเป็นจริงๆเลยค่ะ ไม่ได้ถามเวิ่นเว้อ แต่ถามเรื่องที่เหมือนเป็นความรู้ที่จะได้ใช้ในการเรียนคณะบริหารธุรกิจจริงๆเลยค่ะ
- คณิตศาสตร์ ส่วนตัวเราไปเรียนม.ปลายที่ต่างประเทศมา เพระาฉะนั้นคณิตม.ปลายไทยเราจะไม่ค่อยแม่นค่ะ แต่ส่วนตัวก็มองว่าไม่ได้ยากมาก ถ้ามีพื้นฐานคณิตม.ปลายอยู่แล้วก็รอดค่ะ
แนวข้อสอบเหมือนทางเว็บไซต์ของสถาบันจะมีให้อยู่นะคะ ของทุกคณะเลย หรือทักไปขอกับทางเพจสถาบันโดยตรงเลยก็ได้ค่ะ
เรื่องการเตรียมตัว ของเราไม่ได้เตรียมตัวมากค่ะ ภาษาอังกฤษเราค่อนข้างแม่นอยู่แล้ว สังคมดูจากแนวข้อสอบคิดว่าไม่ยากมากก็เลยยอมรับว่าปล่อยชิลค่ะ ส่วนคณิตก็มีอ่านบ้าง เพราะเราต้องมาเรียนคณิตภาษาไทยใหม่ แต่เอาจริงถ้าเข้าใจโจทย์กับสมการก็โอเคค่ะ
ส่วนตัวยอมรับว่าเป็นคนชิลแล้วก็ค่อนข้างปล่อยจอยพอตัว วันสอบก็ออกก่อนเวลาทั้งสามวิชา แต่ถ้าเตรียมตัวดีๆแม่นๆน่าจะทำได้ดีกว่าเราแน่ๆค่ะ
เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ต้องการที่จะสอบชิงทุนของสถาบันนะคะ <3
**แล้วก็ วันสอบถ้าจำไม่ผิดจะมีการพูดอธิบายให้ผู้ปกครองฟังระหว่างรอนักเรียนสอบด้วยนะคะ ผู้ปกครองใครไปด้วยก็ไปนั่งฟังได้นะคะ ในบริเวณสถาบันก็มีร้านน้ำร้านข้าวด้วย อร่อยมากค่ะTT
ส่วนตัวเราไปคนเดียวก็เลยไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าเขาพูดอะไรบ้าง ไปเหงาๆทั้งวันสอบแล้วก็วันมอบตัวเลยค่ะ;-;