มันคือเรื่องรักๆ ที่ผมแบ่งให้ทุกคนอ่านเป็น Past เพื่อที่จะเข้าใจได้ง่ายๆ ตัวผมเองไม่ใช่นักเขียนที่ดี แต่พยายามจะเป็นนักเขียนที่มีการยอมรับ และเป็นที่รู้จัก ผมจึงได้นำเสนอ เรื่องรักของผม ผ่านกระทู้ Pantip นี้เป็นที่แรก
นามปากกา : CatStory
เกริ่นนำ :
เรื่องราวของผมมีอยู่ว่า แอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งตอนที่ได้ทุนการศึกษาที่จีนด้วยกันครับ ทั้งตัวผมเองและเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ผมยังจำได้ดีเลยว่าหลังจากกลับมาไทยนั้น ผมคิดไว้ว่าเราคงไม่ได้ เจอกันอีกแล้วละ แต่แล้วโชคชะตาอะไรก็ไม่รู้ ถ้าจำไม่ผิดหลังจากกลับมาไทยได้แค่วันเดียวเธอนั้นก็เป็นคน Inbox มาหาผมให้ช่วยเรื่อง การทำหน้าปกคลิป ในใจผมตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นและเต็มใจที่จะทำให้ตอนนั้น ผมยังจำได้ดี อีก 5 วันข้างหน้าผมต้องเสนอ Projact ให้อาจารย์ แต่ผมไปทำปกคลิปให้เธอก่อน แล้วค่อยทำงานส่งอาจารย์ 5555
Past : 1 อดีตรักแรกสมัยเด็ก
พูดมางี้ใครๆก้ต้องหาว่าผมบ้าผู้หญิงแน่ๆ แต่ก่อนอื่นเลย ผมขอพาทุกคนย้อนไป ในสมัยหนุ่มๆของผมเอง (สมัย ม2) ผมได้เจอรักแรกของผมเขาเป็นคนที่ไม่สวยมากหรอกครับ แต่เขาใจดีมากๆ และก็เป็นคนที่ใจร้ายกับผมด้วยเช่นกัน 555 ในวันนั้นผมจำได้ดีเลย มันคือคาบวิชาพละ อาจารย์สอนกีฬาบาสเกตบอล ไอผมก็พึ่งเล่นกีฬาเสร็จลงไปซื้อน้ำกิน แต่( ต้องมีแต่จริงๆ ) ผมก็นึกถึงสาวรักแรกที่ผมชอบ ผมเลยซื้อน้ำ โออิชิ รสข้าวให้เขา หนึ่งขวด ขนาดกำลังเดินขึ้นไปบนสนามยิม เพื่อนผมก็ได้ถามว่าซื้อน้ำไปให้ใครอะ ไอผมก็เขิลเลย บอกว่าไม่ต้องยุ่งหรอกน่า แล้วผมก็รอเพื่อนหายแซวเสร็จ จังหวะที่คิดว่าไม่น่าเพื่อนตามมาดูแล้ว ผมก็ได้ยื่นน้ำ โออิชิที่ผมซื้อให้เขา เขาก็ยิ้มตอบรับแล้วขอบคุณนะ แต่สักพักมีเพื่อนคนหนึ่งวิ่งมาทาง ผู้หญิงที่เป็นรักแรกพบของผม แล้วเรียก ผู้หญิงที่พบรักว่า เธอเค้าหิวน้ำแล้ว น้ำอันนี้ของเธอใช่ของเธอหรือป่าว ขอกินได้มั้ย หลังจากนั้นผู้หญิงคนนั้นก็ส่งน้ำ โออิชิที่ผมซื้อให้หนุ่มที่ไหนกินก็ไม่รู้ วินาทีนั้นเอง นึกว่าเวลาหยุดลง รู้สึกเจ็บแบบพูดไม่ถูก หลังจากวันนั้น ผมก็พยายามตีตัวออกห่างจากผู้หญิงคนนั้น เพราะถือว่าเป็นการให้เกียรติ ผู้ชายและตัวผู้หญิงคนนั้นเอง แต่ไม่รู้ว่าทำไมหลังจากนั้นการที่ผมจะได้คุยกับผู้หญิงคนไหนก็จะรู้สึก เกรงๆ อึดอัดใจแบบบอกไม่รู้ จนถึงปัจจุบัน ตัวผมเองที่รู้สึกเฉยๆแล้วกับความรักเอาเป็นว่าผมย้อน อดีตนานไปละ
Past : 2 เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง
กลับมาที่ปัจจุบันอีกครั้ง 5555 ตอนนั้นเองผมแทบไม่ได้นอนเลยครับนั่งตัดคลิปทำปกคลิป ทำ Project ส่งอาจารย์ แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ดี จนเหตุการณ์ ต่อมาคืออยู่ๆ ก็มีรุ่นน้องชวนไปแข่งถ่ายคลิปภาษาจีน ไอผมที่ไม่คิดอะไรตอบไปเลยว่า ยังอะตอนนี้ชีวิต โดนงานรุมเร้า แปดด้าน งานเยอะไม่สะดวก แต่รุ่นน้องของผมได้พูดมาว่า พี่สาวคนนั้นที่ไปจีนกับพี่เขามาลงแข่งด้วยนะ ไอผมที่ก็ไม่ได้อินกับภาษาจีนอยู่แล้ว จึงตอบไปว่า "Hao de (ตกลง)" ผมได้เข้าไปตอนแรกที่หวังแค่ว่าจะไปเป็นตากล้อง แล้วตัดต่อให้เฉยๆ แต่ไม่รู้เล่นตลกอะไร อยู่ๆผมก็มีหลายหน้าที่ เท่าที่จำได้ผมต้องเป็น ตากล้อง,ผู้กำกับ,คนตัดคลิป,คนเตรียมสถานที่ เรียกได้ว่าเป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว...... ตอนนั้นเองเวลานอนผมน้อยมากแทบจะนอน 1-2 ชม. ต่อวัน ทำให้สภาพผมไม่ต่างกับซอบบี้เดินได้ ผมจำได้ดีเลยวันนั้นผมไปถ่ายคลิปเสร็จกำลังจะปิดกองถ่ายกลับบ้าน แต่ผมอยากรีบกลับบ้านไปทำอะไรสักอย่างนี้แหละ ผมเลยได้บอกน้องชายของผมว่า ไปทางไหน ขอติดรถไปด้วย แต่สรุปแล้วน้องชายของผมไปคนละทาง ไอผมก็กำลังเซ็งๆ แล้วเธอคนนั้นก็เดินมาบอกว่า "เองกลับกับข้าป่าว" ตอนนั้นเองผมก็แบบใจแทบจะหลุดออกมามันเต้นตึกตักๆ แล้วรีบตอบกลับไปว่าตกลง แล้วเธอเองก็ให้ผมขับรถกลับ เป็นอย่างนั้น เกือบๆ อาทิตย์ เพราะว่าการถ่ายหนังไปแข่งมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเสร็จในเร็วๆ วันจนกระทั่งทำคลิปแข่งเสร็จ ไอผมและกลุ่มรุ่นน้องก็ไม่คิดอะไรเยอะ เพราะหวังแค่ได้ทำเก็บ ผลงาน และให้อาจารย์สบายใจ แต่ใครจะไปคิด!!! อยู่ๆทีมผมเอง ก็ได้เข้ารอบแล้วไปแข่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งแถวสามย่านเฉยเลย ตอนนั้นเองผมก็แบบ นี้เราเข้ารอบจริงหรอเนี้ย ไม่น่าเชื่อ เพราะผมเองที่ทั้งเป็นคนถ่ายและตัด ในเวลา 1 อาทิตย์ก่อนส่งผลงาน ผมรู้สึกว่ามันเป็นงานเผามากๆ 555 เข้ารอบได้ไง จนวันนั้นเองอาจารย์ก็ดีใจที่ทีมผมได้เข้ารอบไปแข่งต่อในรอบชิง
Past : 3 ความประทับใจแรก
ต่อจาก ด้านบนต่อเลยนะครับ ผมจะพูดถึงในวันที่แข่งวันนั้นก็เป็นอีกวันที่สนุกมากๆ ตัวผมเองได้ตุ๊กตาหมีแพนด้ามา หนึ่งตัวจากงานแข่งครั้งนี้ แล้วอีกประมาณ 2 ชั่วโมงข้างหน้าจะถึงคิวเราที่กำลังเเข่ง ผมได้รับหน้าที่ในวันนั้นคือ คนคุมเครื่องเสียงและจอภาพ ในทีมของผมก็จะมีรุ่นน้องที่มาชวนผม มีเพื่อนของรุ่นน้องอีก สองคน ผมขอสคิปเลยละกันครับ ตอนที่เราแข่งและตอนที่ซ้อมต่างกันมากครับ เพราะตอนซ้อมไม่มีคนดูจึงไม่กดดัน แต่พอวันที่แข่งขันมีคนมาดูเต็มฮอลล์ พวกเราทุกคนก็เลยกดดันนิดหน่อย แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี แล้วจากที่ผมดูผลงานของทีมอื่นแล้ว ผมมั่นใจยืดอกได้เลยว่ายังไงก็ติด Top 3 แน่ๆ เพราะที่ผมต้องการแบบนั้น Top 1-3 จะได้รับเงินรางวัล พอพูดถึงรางวัลที่ประกาศนั้น รางวัลที่ 5 ผ่านไป ผมก็คิดว่าทีมของเรามาแน่ๆ ยังไงก็ต้องได้รับรางวัลกลับบ้าน แต่โชคชะตาเล่นตลก ทีมของเรากับได้ที่ 4 ในการแข่งขันครั้งนี้ ผมจึงรู้สึก Fall มากๆๆ ตอนนั้นเองอาจารย์ก็บอกพวกผมว่าไม่เป็นอะไร ทำดีที่สุดแล้ว หลังจากนั้นก็นัดกันไปกินหมูกะทะแห่งหนึ่ง แต่ผมเองกลับไม่มีอารมณ์ที่อยากจะกินสักเท่าไหร่ ผมพยายามไม่อยากให้บรรยากาศมันเสีย ผมนั่งแบบทำทุกอย่างปกติ ต่อหน้าทุกคนเพื่อให้รู้ว่าผมไหวนะ ผมโอเคร ถึงแม้ในใจผมบอกว่าอยากนอน อยากพักผ่อน อยากร้องไห้มันออกมา ในคืนนั้นตอนกลับบ้านตัวผมเองไม่ได้พูดอะไรเลย นอกจากขับรถบนถนน ที่ตอบเธอกับแค่ว่า "อือ" คำเดียว พอผมถึงบ้านเองนั้น ผมร้องไห้กับพี่สาว และคนที่บ้านพร้อมระบายมันออกมาเลย เพราะด้วยความที่ว่าผมเป็นผู้ชาย ผมไม่ค่อยอยากแสดงด้านอ่อนแอให้ใครเห็น คืนเองนั้น ผมรู้สึกเหมือนมีแสงประกายจากที่มืดเลยครับ เพราะจู่ๆ เธอก็ทักมาบอกว่า โอเครมั้ย เองไหวป่าว อาการดูไม่ค่อยดีเลย ผมก็เลยได้พิมพ์ไประบายกับเธอ คุยกับสักเกือบประมาณ ครึ่งชั่วโมง ผมรู้สึกว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร ทำไมผมถึงได้รู้สึกอยากคุยกับเธอมากขึ้น อยากรู้จักตัวตนของเธอมากขึ้น มันเหมือนจะเป็นสิ่งที่คนเขาพูดกันว่า "ชอบ" ก็ว่าไม่ผิดเลยครับ
Past : 4 การเจอกันครั้งสุดท้าย
และนี้คงเป็นเหตุการณ์สุดท้ายที่ผมคงจำได้ไม่ลืมเลยครับ วันนั้นเป็นวันที่ผมกำลังจะจบการศึกษา หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า ปัจฉิม ก่อนหน้าวันที่จะจบ 4 วันผมก็ได้ทำการพิมพ์ตอบกลับเพื่อนๆทุกคนว่ามาถ่ายรูปกันได้นะครับ และอีกไม่นานเท่าไหร่เธอคนนั้นก็ทักมาแล้วบอกว่า "เองข้ามีของให้เอง สามชิ้นเลยหาข้าให้เจอนะ" ตอนนั้นเองผมรู้สึกเหมือนการตามหา One piece ถึงแม้จะยาก แต่ผมก็ต้องตามหาเธอคนนั้นให้เจอ ด้วยจำนวนฝูงมหาชนคนเกือบ 1000 คน แต่แล้วผมก็หาจนเจอ แต่ไม่รู้ผมติดเขิลอะไร ไม่ยอมไปถ่ายรูปคู่กับเขาสักที แต่ก็ได้ถ่ายรูป ของเธอไว้ในกล้อง เก็บไว้ พร้อมยื่นดอกกุหลาบ ช่อหนึ่ง แล้วรีบเดินออกมา พร้อมของที่เธอให้ผมมา 3 ชิ้น มีดอกไม้ทานตะวัน,พวงกุญแจถุงแดง,สร้อยลูกปัดสีชมพู (ทุกวันนี้ผมก็ยังคงใส่อยู่) แล้วในตอนเย็นนั้นเอง ที่ โรงเรียนของผมก็ได้มีการจัดงานเลี้ยงอำลาครั้งสุดท้าย ผมขอสคริป เนื้อเรื่องหน่อยละกันครับเดี๋ยวคนอ่านจะเบื่อกัน ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดเวลาประมาณเกือบ สามทุ่ม เพื่อนของเธอเองนั้นชวนไปร้านเหล้าแห่งหนึ่งใกล้ๆ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง แล้วเธอก็ได้ชวนผมไปด้วย พร้อมบอกเหตุผลว่า เธอเป็นผู้หญิงการมีเพื่อนผู้ชายไปด้วยเป็นเพื่อนก็คงดีกว่าไปคนเดียว ไอผมที่ฟังเหตุผลนั้นแล้วก็เลยโอเครเดี๋ยวไปด้วย แล้วเราก็นั่งร้านนั้นเกือบ ชั่วโมง จนเกือบๆ 5 ทุ่มละกำลังแยกย้ายกันกลับบ้าน ผมกับเธอและเพื่อนของเธออีกคนก็กำลังกลับบ้านโดยการเดินกลับไปที่ตลาดแห่งหนึ่งชื่อดังบนถนนเส้นนี้ ระหว่างทางกลับนั้นพวกเราก็เดินไปจนเกือบถึงตลาด และเพื่อนของเธอก็เรียกรถกลับ จนเหลือแค่ผมกับเธอที่นั่งรอรถอยู่ป้าย รถเมลล์ ในตอนนั้นเองเธอก็บอกว่ากลับยังไง ผมก็เลยถามว่าแล้ว "พี่กลับยังไงละ" เขาก็บอกว่าเดี๋ยวเรียกรถกลับ ผมก็เลยบอกว่าโอเครเดี๋ยวนี้ก็เรียกรถเหมือนกัน ในตอนนั้นเอง ช่วงเวลาเกือบ 5 ทุ่มครึ่งแล้ว ที่ป้ายรถเมลล์แห่งนี้มีแค่ผมและเธอ บนถนนที่มีแสงรถวิ่งว๊าบไปว๊าบมา ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะคิดว่าเหมือนฉาก Mv สุดแสนโรแมนติก ซึ่งผมเองก็คิดงั้นครับ ใจอยากจะสารภาพรักบอกว่าชอบ แต่ร่างกายกับปากผมดันพูดไม่ออกจน รถที่เธอเรียกมารับพอดีผม ก็เลยบอกไปแค่ว่า "กลับดีๆถึงละบอกนะ"
เรื่องราวของผมมันก็จบที่ประมาณนี้แหละครับ 555 ตอนนี้ตัวเองผม ก็เลยอยากถามทุกคนว่าควรทำยังไง ต่อดี เนื้อเรื่องมันอาจจะจบแบบคาใจนิดหน่อย แต่ทุกอย่างที่ผมเล่ามันคือความจริงทั้งหมดครับ 55 ผมพยายามจะเก็บ Detail เนื้อเรื่องให้ทั้งหมดแต่มันคงจะยาวเป็นอันแน่ ถ้าใครอยากให้ผมมาเล่าประสบการณ์ในชีวิตอะไรอีก ช่วยดันกระทู้นี้ด้วยค้าบบบบบ
แอบชอบผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ไม่กล้าบอกตรงๆกลัวเสียเพื่อน!?
นามปากกา : CatStory
เกริ่นนำ :
เรื่องราวของผมมีอยู่ว่า แอบชอบผู้หญิงคนหนึ่งตอนที่ได้ทุนการศึกษาที่จีนด้วยกันครับ ทั้งตัวผมเองและเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ผมยังจำได้ดีเลยว่าหลังจากกลับมาไทยนั้น ผมคิดไว้ว่าเราคงไม่ได้ เจอกันอีกแล้วละ แต่แล้วโชคชะตาอะไรก็ไม่รู้ ถ้าจำไม่ผิดหลังจากกลับมาไทยได้แค่วันเดียวเธอนั้นก็เป็นคน Inbox มาหาผมให้ช่วยเรื่อง การทำหน้าปกคลิป ในใจผมตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นและเต็มใจที่จะทำให้ตอนนั้น ผมยังจำได้ดี อีก 5 วันข้างหน้าผมต้องเสนอ Projact ให้อาจารย์ แต่ผมไปทำปกคลิปให้เธอก่อน แล้วค่อยทำงานส่งอาจารย์ 5555
Past : 1 อดีตรักแรกสมัยเด็ก
พูดมางี้ใครๆก้ต้องหาว่าผมบ้าผู้หญิงแน่ๆ แต่ก่อนอื่นเลย ผมขอพาทุกคนย้อนไป ในสมัยหนุ่มๆของผมเอง (สมัย ม2) ผมได้เจอรักแรกของผมเขาเป็นคนที่ไม่สวยมากหรอกครับ แต่เขาใจดีมากๆ และก็เป็นคนที่ใจร้ายกับผมด้วยเช่นกัน 555 ในวันนั้นผมจำได้ดีเลย มันคือคาบวิชาพละ อาจารย์สอนกีฬาบาสเกตบอล ไอผมก็พึ่งเล่นกีฬาเสร็จลงไปซื้อน้ำกิน แต่( ต้องมีแต่จริงๆ ) ผมก็นึกถึงสาวรักแรกที่ผมชอบ ผมเลยซื้อน้ำ โออิชิ รสข้าวให้เขา หนึ่งขวด ขนาดกำลังเดินขึ้นไปบนสนามยิม เพื่อนผมก็ได้ถามว่าซื้อน้ำไปให้ใครอะ ไอผมก็เขิลเลย บอกว่าไม่ต้องยุ่งหรอกน่า แล้วผมก็รอเพื่อนหายแซวเสร็จ จังหวะที่คิดว่าไม่น่าเพื่อนตามมาดูแล้ว ผมก็ได้ยื่นน้ำ โออิชิที่ผมซื้อให้เขา เขาก็ยิ้มตอบรับแล้วขอบคุณนะ แต่สักพักมีเพื่อนคนหนึ่งวิ่งมาทาง ผู้หญิงที่เป็นรักแรกพบของผม แล้วเรียก ผู้หญิงที่พบรักว่า เธอเค้าหิวน้ำแล้ว น้ำอันนี้ของเธอใช่ของเธอหรือป่าว ขอกินได้มั้ย หลังจากนั้นผู้หญิงคนนั้นก็ส่งน้ำ โออิชิที่ผมซื้อให้หนุ่มที่ไหนกินก็ไม่รู้ วินาทีนั้นเอง นึกว่าเวลาหยุดลง รู้สึกเจ็บแบบพูดไม่ถูก หลังจากวันนั้น ผมก็พยายามตีตัวออกห่างจากผู้หญิงคนนั้น เพราะถือว่าเป็นการให้เกียรติ ผู้ชายและตัวผู้หญิงคนนั้นเอง แต่ไม่รู้ว่าทำไมหลังจากนั้นการที่ผมจะได้คุยกับผู้หญิงคนไหนก็จะรู้สึก เกรงๆ อึดอัดใจแบบบอกไม่รู้ จนถึงปัจจุบัน ตัวผมเองที่รู้สึกเฉยๆแล้วกับความรักเอาเป็นว่าผมย้อน อดีตนานไปละ
Past : 2 เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง
กลับมาที่ปัจจุบันอีกครั้ง 5555 ตอนนั้นเองผมแทบไม่ได้นอนเลยครับนั่งตัดคลิปทำปกคลิป ทำ Project ส่งอาจารย์ แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ดี จนเหตุการณ์ ต่อมาคืออยู่ๆ ก็มีรุ่นน้องชวนไปแข่งถ่ายคลิปภาษาจีน ไอผมที่ไม่คิดอะไรตอบไปเลยว่า ยังอะตอนนี้ชีวิต โดนงานรุมเร้า แปดด้าน งานเยอะไม่สะดวก แต่รุ่นน้องของผมได้พูดมาว่า พี่สาวคนนั้นที่ไปจีนกับพี่เขามาลงแข่งด้วยนะ ไอผมที่ก็ไม่ได้อินกับภาษาจีนอยู่แล้ว จึงตอบไปว่า "Hao de (ตกลง)" ผมได้เข้าไปตอนแรกที่หวังแค่ว่าจะไปเป็นตากล้อง แล้วตัดต่อให้เฉยๆ แต่ไม่รู้เล่นตลกอะไร อยู่ๆผมก็มีหลายหน้าที่ เท่าที่จำได้ผมต้องเป็น ตากล้อง,ผู้กำกับ,คนตัดคลิป,คนเตรียมสถานที่ เรียกได้ว่าเป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว...... ตอนนั้นเองเวลานอนผมน้อยมากแทบจะนอน 1-2 ชม. ต่อวัน ทำให้สภาพผมไม่ต่างกับซอบบี้เดินได้ ผมจำได้ดีเลยวันนั้นผมไปถ่ายคลิปเสร็จกำลังจะปิดกองถ่ายกลับบ้าน แต่ผมอยากรีบกลับบ้านไปทำอะไรสักอย่างนี้แหละ ผมเลยได้บอกน้องชายของผมว่า ไปทางไหน ขอติดรถไปด้วย แต่สรุปแล้วน้องชายของผมไปคนละทาง ไอผมก็กำลังเซ็งๆ แล้วเธอคนนั้นก็เดินมาบอกว่า "เองกลับกับข้าป่าว" ตอนนั้นเองผมก็แบบใจแทบจะหลุดออกมามันเต้นตึกตักๆ แล้วรีบตอบกลับไปว่าตกลง แล้วเธอเองก็ให้ผมขับรถกลับ เป็นอย่างนั้น เกือบๆ อาทิตย์ เพราะว่าการถ่ายหนังไปแข่งมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเสร็จในเร็วๆ วันจนกระทั่งทำคลิปแข่งเสร็จ ไอผมและกลุ่มรุ่นน้องก็ไม่คิดอะไรเยอะ เพราะหวังแค่ได้ทำเก็บ ผลงาน และให้อาจารย์สบายใจ แต่ใครจะไปคิด!!! อยู่ๆทีมผมเอง ก็ได้เข้ารอบแล้วไปแข่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งแถวสามย่านเฉยเลย ตอนนั้นเองผมก็แบบ นี้เราเข้ารอบจริงหรอเนี้ย ไม่น่าเชื่อ เพราะผมเองที่ทั้งเป็นคนถ่ายและตัด ในเวลา 1 อาทิตย์ก่อนส่งผลงาน ผมรู้สึกว่ามันเป็นงานเผามากๆ 555 เข้ารอบได้ไง จนวันนั้นเองอาจารย์ก็ดีใจที่ทีมผมได้เข้ารอบไปแข่งต่อในรอบชิง
Past : 3 ความประทับใจแรก
ต่อจาก ด้านบนต่อเลยนะครับ ผมจะพูดถึงในวันที่แข่งวันนั้นก็เป็นอีกวันที่สนุกมากๆ ตัวผมเองได้ตุ๊กตาหมีแพนด้ามา หนึ่งตัวจากงานแข่งครั้งนี้ แล้วอีกประมาณ 2 ชั่วโมงข้างหน้าจะถึงคิวเราที่กำลังเเข่ง ผมได้รับหน้าที่ในวันนั้นคือ คนคุมเครื่องเสียงและจอภาพ ในทีมของผมก็จะมีรุ่นน้องที่มาชวนผม มีเพื่อนของรุ่นน้องอีก สองคน ผมขอสคิปเลยละกันครับ ตอนที่เราแข่งและตอนที่ซ้อมต่างกันมากครับ เพราะตอนซ้อมไม่มีคนดูจึงไม่กดดัน แต่พอวันที่แข่งขันมีคนมาดูเต็มฮอลล์ พวกเราทุกคนก็เลยกดดันนิดหน่อย แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี แล้วจากที่ผมดูผลงานของทีมอื่นแล้ว ผมมั่นใจยืดอกได้เลยว่ายังไงก็ติด Top 3 แน่ๆ เพราะที่ผมต้องการแบบนั้น Top 1-3 จะได้รับเงินรางวัล พอพูดถึงรางวัลที่ประกาศนั้น รางวัลที่ 5 ผ่านไป ผมก็คิดว่าทีมของเรามาแน่ๆ ยังไงก็ต้องได้รับรางวัลกลับบ้าน แต่โชคชะตาเล่นตลก ทีมของเรากับได้ที่ 4 ในการแข่งขันครั้งนี้ ผมจึงรู้สึก Fall มากๆๆ ตอนนั้นเองอาจารย์ก็บอกพวกผมว่าไม่เป็นอะไร ทำดีที่สุดแล้ว หลังจากนั้นก็นัดกันไปกินหมูกะทะแห่งหนึ่ง แต่ผมเองกลับไม่มีอารมณ์ที่อยากจะกินสักเท่าไหร่ ผมพยายามไม่อยากให้บรรยากาศมันเสีย ผมนั่งแบบทำทุกอย่างปกติ ต่อหน้าทุกคนเพื่อให้รู้ว่าผมไหวนะ ผมโอเคร ถึงแม้ในใจผมบอกว่าอยากนอน อยากพักผ่อน อยากร้องไห้มันออกมา ในคืนนั้นตอนกลับบ้านตัวผมเองไม่ได้พูดอะไรเลย นอกจากขับรถบนถนน ที่ตอบเธอกับแค่ว่า "อือ" คำเดียว พอผมถึงบ้านเองนั้น ผมร้องไห้กับพี่สาว และคนที่บ้านพร้อมระบายมันออกมาเลย เพราะด้วยความที่ว่าผมเป็นผู้ชาย ผมไม่ค่อยอยากแสดงด้านอ่อนแอให้ใครเห็น คืนเองนั้น ผมรู้สึกเหมือนมีแสงประกายจากที่มืดเลยครับ เพราะจู่ๆ เธอก็ทักมาบอกว่า โอเครมั้ย เองไหวป่าว อาการดูไม่ค่อยดีเลย ผมก็เลยได้พิมพ์ไประบายกับเธอ คุยกับสักเกือบประมาณ ครึ่งชั่วโมง ผมรู้สึกว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร ทำไมผมถึงได้รู้สึกอยากคุยกับเธอมากขึ้น อยากรู้จักตัวตนของเธอมากขึ้น มันเหมือนจะเป็นสิ่งที่คนเขาพูดกันว่า "ชอบ" ก็ว่าไม่ผิดเลยครับ
Past : 4 การเจอกันครั้งสุดท้าย
และนี้คงเป็นเหตุการณ์สุดท้ายที่ผมคงจำได้ไม่ลืมเลยครับ วันนั้นเป็นวันที่ผมกำลังจะจบการศึกษา หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า ปัจฉิม ก่อนหน้าวันที่จะจบ 4 วันผมก็ได้ทำการพิมพ์ตอบกลับเพื่อนๆทุกคนว่ามาถ่ายรูปกันได้นะครับ และอีกไม่นานเท่าไหร่เธอคนนั้นก็ทักมาแล้วบอกว่า "เองข้ามีของให้เอง สามชิ้นเลยหาข้าให้เจอนะ" ตอนนั้นเองผมรู้สึกเหมือนการตามหา One piece ถึงแม้จะยาก แต่ผมก็ต้องตามหาเธอคนนั้นให้เจอ ด้วยจำนวนฝูงมหาชนคนเกือบ 1000 คน แต่แล้วผมก็หาจนเจอ แต่ไม่รู้ผมติดเขิลอะไร ไม่ยอมไปถ่ายรูปคู่กับเขาสักที แต่ก็ได้ถ่ายรูป ของเธอไว้ในกล้อง เก็บไว้ พร้อมยื่นดอกกุหลาบ ช่อหนึ่ง แล้วรีบเดินออกมา พร้อมของที่เธอให้ผมมา 3 ชิ้น มีดอกไม้ทานตะวัน,พวงกุญแจถุงแดง,สร้อยลูกปัดสีชมพู (ทุกวันนี้ผมก็ยังคงใส่อยู่) แล้วในตอนเย็นนั้นเอง ที่ โรงเรียนของผมก็ได้มีการจัดงานเลี้ยงอำลาครั้งสุดท้าย ผมขอสคริป เนื้อเรื่องหน่อยละกันครับเดี๋ยวคนอ่านจะเบื่อกัน ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดเวลาประมาณเกือบ สามทุ่ม เพื่อนของเธอเองนั้นชวนไปร้านเหล้าแห่งหนึ่งใกล้ๆ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง แล้วเธอก็ได้ชวนผมไปด้วย พร้อมบอกเหตุผลว่า เธอเป็นผู้หญิงการมีเพื่อนผู้ชายไปด้วยเป็นเพื่อนก็คงดีกว่าไปคนเดียว ไอผมที่ฟังเหตุผลนั้นแล้วก็เลยโอเครเดี๋ยวไปด้วย แล้วเราก็นั่งร้านนั้นเกือบ ชั่วโมง จนเกือบๆ 5 ทุ่มละกำลังแยกย้ายกันกลับบ้าน ผมกับเธอและเพื่อนของเธออีกคนก็กำลังกลับบ้านโดยการเดินกลับไปที่ตลาดแห่งหนึ่งชื่อดังบนถนนเส้นนี้ ระหว่างทางกลับนั้นพวกเราก็เดินไปจนเกือบถึงตลาด และเพื่อนของเธอก็เรียกรถกลับ จนเหลือแค่ผมกับเธอที่นั่งรอรถอยู่ป้าย รถเมลล์ ในตอนนั้นเองเธอก็บอกว่ากลับยังไง ผมก็เลยถามว่าแล้ว "พี่กลับยังไงละ" เขาก็บอกว่าเดี๋ยวเรียกรถกลับ ผมก็เลยบอกว่าโอเครเดี๋ยวนี้ก็เรียกรถเหมือนกัน ในตอนนั้นเอง ช่วงเวลาเกือบ 5 ทุ่มครึ่งแล้ว ที่ป้ายรถเมลล์แห่งนี้มีแค่ผมและเธอ บนถนนที่มีแสงรถวิ่งว๊าบไปว๊าบมา ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะคิดว่าเหมือนฉาก Mv สุดแสนโรแมนติก ซึ่งผมเองก็คิดงั้นครับ ใจอยากจะสารภาพรักบอกว่าชอบ แต่ร่างกายกับปากผมดันพูดไม่ออกจน รถที่เธอเรียกมารับพอดีผม ก็เลยบอกไปแค่ว่า "กลับดีๆถึงละบอกนะ"
เรื่องราวของผมมันก็จบที่ประมาณนี้แหละครับ 555 ตอนนี้ตัวเองผม ก็เลยอยากถามทุกคนว่าควรทำยังไง ต่อดี เนื้อเรื่องมันอาจจะจบแบบคาใจนิดหน่อย แต่ทุกอย่างที่ผมเล่ามันคือความจริงทั้งหมดครับ 55 ผมพยายามจะเก็บ Detail เนื้อเรื่องให้ทั้งหมดแต่มันคงจะยาวเป็นอันแน่ ถ้าใครอยากให้ผมมาเล่าประสบการณ์ในชีวิตอะไรอีก ช่วยดันกระทู้นี้ด้วยค้าบบบบบ