
แกงเหลือง (หรือเรียกอีกชื่อว่า แกงส้มใต้) ตำรับปักษ์ใต้แท้ ๆ รสจัดจ้าน เผ็ด เปรี้ยว เค็ม แซ่บกำลังดี สีเหลืองสวยจากขมิ้น ไม่ใส่กะทิ กินกับข้าวสวยร้อน ๆ หรือปลาทอดยิ่งอร่อย
สูตรแกงเหลืองปลากะพงมะละกอดิบ (สำหรับ 4-6 คน)
เครื่องแกง (ตำเองให้หอมแรง):
พริกแห้งแช่น้ำนุ่ม 15-20 เม็ด
พริกขี้หนูสด (แดง+เขียว) 15-20 เม็ด
ขมิ้นสด 2 แง่ง (หรือขมิ้นผง 1 ช้อนโต๊ะ)
หอมแดง 4-5 หัว
กระเทียม 5-8 กลีบ
ข่า 2 ช้อนโต๊ะ (หั่นฝอย)
เกลือ 1 ช้อนชา
กะปิ 1-1½ ช้อนโต๊ะ
วัตถุดิบหลัก:
ปลากะพง (หรือปลานิล/ปลาทู) 1 ตัว (แล่เป็นชิ้นพอคำประมาณ 500-700 กรัม)
มะละกอดิบ 1 ลูก (ปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นพอคำ)
น้ำมะขามเปียก 2-3 ช้อนโต๊ะ (หรือน้ำมะนาว 2-3 ลูกสำหรับตบท้าย)
น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ (ปรับตามชอบ)
น้ำเปล่า 4-5 ถ้วย
วิธีทำ:
ตำเครื่องแกง: ใส่พริกแห้ง + เกลือลงครกก่อน ตำให้ละเอียด จากนั้นใส่พริกขี้หนู ขมิ้น หอมแดง กระเทียม ข่า ตำต่อจนละเอียด แล้วใส่กะปิตำให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว (หรือปั่นด้วยเครื่องปั่นก็ได้ แต่ตำจะหอมกว่า)
ตั้งหม้อใส่น้ำเปล่าให้เดือด พอเดือดใส่เครื่องแกงที่ตำไว้ลงไป คนให้ละลายดี
ใส่มะละกอดิบลงไป ต้มจนมะละกอเริ่มสุกนุ่ม (ประมาณ 5-7 นาที)
ใส่ปลาลงไป (ใส่ตอนน้ำเดือดแรง เพื่อไม่ให้ปลาเละ) ต้มต่อจนปลาสุก
ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก (หรือน้ำมะนาว) และน้ำตาลปี๊บ ชิมให้ได้รส เปรี้ยวนำ เผ็ดตาม เค็มเล็กน้อย (รสชาติแกงเหลืองใต้ต้องจัดจ้าน)
ปิดไฟ ตักใส่ชาม โรยผักชีฝรั่งหรือใบมะกรูดซอยเล็กน้อย (optional)
เมนูยอดนิยมอื่น ๆ ที่ทำแกงเหลืองได้
แกงเหลืองหน่อไม้ดอง → ใช้หน่อไม้ดองแทนมะละกอ + กระดูกหมูอ่อนหรือปลา
แกงเหลืองไหลบัวกุ้ง → ใส่ไหลบัว + กุ้งสด
แกงเหลืองยอดมะพร้าวอ่อน → ใช้ยอดมะพร้าวอ่อน + ปลา
แกงเหลืองสับปะรด → ใส่สับปะรดสุกเพิ่มความหวานอมเปรี้ยว
เคล็ดลับให้อร่อยแบบใต้แท้
ใช้ขมิ้นสดจะได้สีเหลืองสวยและหอมมากกว่าขมิ้นผง
รสชาติต้อง เปรี้ยวนำ (จากน้ำมะขามหรือมะนาว) เผ็ดจากพริกขี้หนู
ใส่เนื้อสัตว์ลงตอนน้ำเดือดแรง เพื่อให้สุกกำลังดี ไม่คาวและไม่เละ
ถ้าชอบกินเผ็ดจัด ให้ใส่พริกขี้หนูเพิ่ม หรือใช้พริกแกงสำเร็จรูปแกงส้มใต้แทนเครื่องแกงโฮมเมด
ลองทำดูแล้วบอกด้วยนะว่าอร่อยแค่ไหน! ถ้าอยากได้สูตรเฉพาะ (เช่น แกงเหลืองกุ้ง หรือเวอร์ชันไม่ใส่ปลา) บอกเพิ่มได้เลย 😊
สุตรเเกงเหลือง หรอย หรอย
แกงเหลือง (หรือเรียกอีกชื่อว่า แกงส้มใต้) ตำรับปักษ์ใต้แท้ ๆ รสจัดจ้าน เผ็ด เปรี้ยว เค็ม แซ่บกำลังดี สีเหลืองสวยจากขมิ้น ไม่ใส่กะทิ กินกับข้าวสวยร้อน ๆ หรือปลาทอดยิ่งอร่อย
สูตรแกงเหลืองปลากะพงมะละกอดิบ (สำหรับ 4-6 คน)
เครื่องแกง (ตำเองให้หอมแรง):
พริกแห้งแช่น้ำนุ่ม 15-20 เม็ด
พริกขี้หนูสด (แดง+เขียว) 15-20 เม็ด
ขมิ้นสด 2 แง่ง (หรือขมิ้นผง 1 ช้อนโต๊ะ)
หอมแดง 4-5 หัว
กระเทียม 5-8 กลีบ
ข่า 2 ช้อนโต๊ะ (หั่นฝอย)
เกลือ 1 ช้อนชา
กะปิ 1-1½ ช้อนโต๊ะ
วัตถุดิบหลัก:
ปลากะพง (หรือปลานิล/ปลาทู) 1 ตัว (แล่เป็นชิ้นพอคำประมาณ 500-700 กรัม)
มะละกอดิบ 1 ลูก (ปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นพอคำ)
น้ำมะขามเปียก 2-3 ช้อนโต๊ะ (หรือน้ำมะนาว 2-3 ลูกสำหรับตบท้าย)
น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ (ปรับตามชอบ)
น้ำเปล่า 4-5 ถ้วย
วิธีทำ:
ตำเครื่องแกง: ใส่พริกแห้ง + เกลือลงครกก่อน ตำให้ละเอียด จากนั้นใส่พริกขี้หนู ขมิ้น หอมแดง กระเทียม ข่า ตำต่อจนละเอียด แล้วใส่กะปิตำให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว (หรือปั่นด้วยเครื่องปั่นก็ได้ แต่ตำจะหอมกว่า)
ตั้งหม้อใส่น้ำเปล่าให้เดือด พอเดือดใส่เครื่องแกงที่ตำไว้ลงไป คนให้ละลายดี
ใส่มะละกอดิบลงไป ต้มจนมะละกอเริ่มสุกนุ่ม (ประมาณ 5-7 นาที)
ใส่ปลาลงไป (ใส่ตอนน้ำเดือดแรง เพื่อไม่ให้ปลาเละ) ต้มต่อจนปลาสุก
ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก (หรือน้ำมะนาว) และน้ำตาลปี๊บ ชิมให้ได้รส เปรี้ยวนำ เผ็ดตาม เค็มเล็กน้อย (รสชาติแกงเหลืองใต้ต้องจัดจ้าน)
ปิดไฟ ตักใส่ชาม โรยผักชีฝรั่งหรือใบมะกรูดซอยเล็กน้อย (optional)
เมนูยอดนิยมอื่น ๆ ที่ทำแกงเหลืองได้
แกงเหลืองหน่อไม้ดอง → ใช้หน่อไม้ดองแทนมะละกอ + กระดูกหมูอ่อนหรือปลา
แกงเหลืองไหลบัวกุ้ง → ใส่ไหลบัว + กุ้งสด
แกงเหลืองยอดมะพร้าวอ่อน → ใช้ยอดมะพร้าวอ่อน + ปลา
แกงเหลืองสับปะรด → ใส่สับปะรดสุกเพิ่มความหวานอมเปรี้ยว
เคล็ดลับให้อร่อยแบบใต้แท้
ใช้ขมิ้นสดจะได้สีเหลืองสวยและหอมมากกว่าขมิ้นผง
รสชาติต้อง เปรี้ยวนำ (จากน้ำมะขามหรือมะนาว) เผ็ดจากพริกขี้หนู
ใส่เนื้อสัตว์ลงตอนน้ำเดือดแรง เพื่อให้สุกกำลังดี ไม่คาวและไม่เละ
ถ้าชอบกินเผ็ดจัด ให้ใส่พริกขี้หนูเพิ่ม หรือใช้พริกแกงสำเร็จรูปแกงส้มใต้แทนเครื่องแกงโฮมเมด
ลองทำดูแล้วบอกด้วยนะว่าอร่อยแค่ไหน! ถ้าอยากได้สูตรเฉพาะ (เช่น แกงเหลืองกุ้ง หรือเวอร์ชันไม่ใส่ปลา) บอกเพิ่มได้เลย 😊